สมรภูมิ ‘เมืองพระทำ’
“เสร็จศึก” ชายแดน…..
ไปคึกคักกันเรื่องเลือกตั้ง ได้ยินอาจารย์ “เจษฎ์ โทณะวณิก” แคนดิเดตนายกฯ “พรรครักชาติ” บอกว่า
มีสตุ้ง-สตางค์ กว่า ๒ แสนล้านบาท ทะลักไหลเข้ากระเป๋าชาวบ้าน ประมาณว่า แต่ละพรรค ไม่มีใครยอมใคร
“ยิงสู้กัน” หูดับตับไหม้!!!
แต่ชาวบ้านชอบใจ บอก…อยากให้มีเลือกตั้งทุกเดือนด้วยซ้ำ เศรษฐกิจปากท้องจะได้ลื่นไหล
มีเงิน-มีทองมาแจกจ่าย เป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรากหญ้า
เรียกว่า ถ่ายกระเป๋า “เงินทุนเทา” มาเข้ากระเป๋าชาวบ้าน!
ไอ้การ “แจกเงินซื้อเสียง” นี่…..
มันมีมาคู่กับประชาธิปไตย “ระบบเลือกตั้ง” ทุกยุค-ทุกสมัย
และไม่ใช่มีเฉพาะเมืองไทย
แต่มันมีทุกประเทศในโลก แตกต่างกันเพียงแต่ว่า จะแจกกันในรูปแบบไหนเท่านั้นแหละ
ไม่ต้องดูอื่นไกล สหรัฐฯ ที่บอกเป็นต้นแบบประชาธิปไตยเลือกตั้ง นั่นแหละ ตัวดีนัก “ตัวพ่อแห่งการคอร์รัปชัน” เลยแหละ
ซื้อทุกอย่าง ไม่แค่ซื้อเสียง
ซื้อ สส….ซื้อ สว….ซื้อรัฐมนตรี…กระทั่งรัฐบาล มันก็ยังซื้อได้ เพียงแต่เขาใช้คำว่า “ล็อบบี้ยิสต์” แทนคำว่า “ซื้อเสียง” แทนคำว่า “ติดสินบน” แทนคำว่า “คอร์รัปชัน”!
นี่…อย่าหาว่าผมมาสนับสนุนการซื้อเสียง-การคอร์รัปชันนะ หากแต่ว่า “ความจริง” นั้น มัน “เจ็บปวด” เสมอ
นั่นคือ ตราบใดที่ยังมีการเลือกตั้ง “ป้องกันยาก-ปราบไม่หมดหรอก” ในเรื่องแจกเงินซื้อเสียง
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องทำใจและไปยอมรับมัน
วิธีแก้เรื่องนี้แบบง่ายๆ คือ
แก้ที่ “ตัวเรา” ก่อน อย่าไปคิดแก้ที่ “ตัวคนอื่น”
ถ้าทุกคนเริ่ม “แก้ที่ตัวเรา” สังคมเลือกตั้งมันก็จะไม่มี “คนอื่น” มีแต่ “ตัวเรา”
เมื่อมีแต่ “ตัวเรา” การขายสิทธิ์-ขายเสียง มันก็ไม่มี ถึงมี มันก็ลดน้อยลง
ที่จะไม่ให้มีเลยนั้น ขอบอกว่า
“บนสวรรค์” ยังมีการ “ติดสินบน-รับสินบน” กันเลยคู้ณ!
อีกวิธี ที่ใช้แก้ ก็ต้องใช้ระบบ “บุญครึ่ง-บาปครึ่ง” คือถ้าพรรคไหน-ผู้สมัคร สส.คนไหนเอาเงินมาแจก
ก็รับไว้เถอะ แจกรอบนี้ ตามข่าวร่ำลือ ไม่ใช่แจกร้อยบาท ห้าร้อยบาท แต่เป็น ๒-๓ พันบาท/คน
รับแล้ว เราก็เอาไปทำบุญสร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน หรือเกื้อกูลต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก
หรือจะแฮฟใส่กระเป๋าไว้เองครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่ง เอาไปทำบุญ-ทำกุศล ที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็ยังพอไหว
แต่พอเข้าคูหา X กาเบอร์….
ท่านจงพิจารณาว่า “พรรคไหน” เลือกไปแล้ว พรรคนั้น จะซื่อสัตย์ ต่อชาติ ต่อพระศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
และพรรคนั้น สามารถพิทักษ์รักษาแผ่นดินไทยและไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยก ไม่ยอมให้ชาติไหนมาหมิ่นแคลนศักดิ์ศรีความเป็นไทยได้
และพรรคนั้น มีวิสัยทัศน์ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจ-การค้าได้ สามารถผ่าระบบ “การศึกษา” สู่มิติใหม่ได้
ท่านก็จง X เลือกพรรคนั้น เลือกผู้สมัครของพรรคนั้นไปเลย!
ให้เข้าใจว่า….
การ “ทรยศต่อคนซื้อเสียง” ด้วยการ “ซื่อสัตย์ต่อชาติ” นี้แหละคือ “ยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง” สไตล์ “เอาเงินบาปไปสร้างบุญ” ให้ประเทศ!
ก็ไม่รู้ว่า ๘ กุมภา.จะได้เลือกหรือไม่ได้เลือก!?
โลกทุกวันนี้ มัน “เอาแน่-เอานอน” อะไรได้ยาก ก็อย่างที่คุยๆ กันไป โลกกำลังถึงเวลา “ชำระบุญ-ชำระบาป” อันเป็นขั้นตอนหนึ่งของวาระ
“โลกลอกคราบ” จากมิติหนึ่ง ไปสู่อีกมิติหนึ่ง!
ความดี “มีสติ” ในคิด-ในพูด-ในทำ เท่านั้น จะทำให้รอดและรุ่ง ท่านไม่ต้องเชื่อผม
แต่ท่านจงเชื่อในการ “ทำดี” แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นในกาลข้างหน้า ดีนั้น จะทำให้ท่าน “รอด”
คุยเรื่องชายแดนด้านอีสานใต้ยันตราดบ้างดีกว่า อย่าให้คำว่า “เห่อกันเป็นพักๆ” เกิดขึ้นเลย
พี่น้อง ลูกๆ หลานๆ เราที่เป็นทหาร ยังนอนกอดปืนหนาวอยู่กลางป่า พวกเราอย่าเอาแต่เห่อเลือกตั้งจนลืมเหลียวแลที่จะให้กำลังใจ ห่วงหาในทุกข์-สุขของเขากันนะ
ในยุค “รัฐบาลนายกฯ อนุทิน” โดยกองทัพไทยประกอบด้วย
“พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ผบ.ทบ. “พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์”
ผบ.ทอ. “พลอากาศเอก เสกสรร คันธา”
ผบ.ทร. “พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์” และ
แม่ทัพภาคที่ ๑ “พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ”
แม่ทัพภาคที่ ๒ “พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์” และ
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) โดย “พลตำรวจโท รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ”
ได้สร้างเกียรติประวัติให้กับประเทศชาติและสร้างความภูมิใจให้กับพี่น้องคนไทย
ที่นำทหารกล้า ๓ เหล่าทัพและนักรบชุดดำ (ตชด.)
บุกยึดแผ่นดินไทยที่เขมรรุกล้ำเข้ามายึดครองกลับคืนได้เกือบ ๑๑๐% จากอีสานใต้ยันตราด
หลังจากปล่อยปละจนเขมรเหิมเกริมกันมายาวนานกว่า ๔๐ ปี ก็รัฐบาลนายกฯ อนุทินและกองทัพไทยในยุคนี้แหละ ที่กอบกู้คืนมา
ตีคืนกลับมา นับว่ายากแล้ว
แต่การปกปักรักษาแผ่นดินที่ตีคืนกลับมาได้นั้น ยากกว่า!
แล้วจะทำอย่างไร ที่จะไม่ให้เขมรย้อนกลับเข้ามาอีก?
นี่คือ “คำตอบ” จาก “พระทำ”
…………………………………………….
#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล คาเธ่ย์ หมี
วันนี้ทางขึ้น "ปราสาทตาควาย"
ด้วยพลังความสามัคคี ของประชาชน และคณะสงฆ์พระคุณเจ้าทุกรูปนาม ต่างเร่งทำกันอย่างสุดกำลังและความสามารถ เร่งทำ “ถนนเทคอนกรีต” ขึ้นไปถึงตัวปราสาท
เมื่อถนนแห้งเสร็จดีแล้ว…ต่อไป "คณะกรมศิลปากร" จะได้นำทีมลงสำรวจ “ปราสาทตาควาย” และวางแนวทางบูรณะต่อไป
ที่นี่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ….
ในสมรภูมิรบที่ดุเดือดมาก ทหารกล้าเราได้พลีชีพ ปกป้องรักษาไว้ซึ่งผืนแผ่นดินไทย
ขอบคุณเหล่าทหารกล้าและแนวหลัง ผู้มีจิตอาสาทุกๆ ท่าน และคณะสงฆ์พระคุณเจ้าทุกรูป ที่ได้ลงแรงต่างๆ นี้ ขอชื่นชมหัวใจแห่งความเสียสละทุกๆ ท่านครับ
………………………………….
“หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล” คือใคร?
เพราะจะเห็นภาพข่าวในโซเชียลมีเดีย ท่านนำพระ ทหาร ชาวบ้าน รวมทั้งตัวท่านเอง
ลงลุย ทำถนน เทปูน ปรับภูมิทัศน์ ทั้งที่ภูมะเขือ เนิน ๓๕๐ ปราสาทตาควาย ช่องอานม้า
เสร็จแล้ว สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้เหนือยอด ทั้งที่ ภูมะเขือ และเนิน ๓๕๐
ผมขอนำที่มีผู้โพสต์ไว้ ดังนี้
………………………………………….
#ระดับท่านไม่ต้องทำก็ได้
อาจดูไม่ใช่กิจสงฆ์ แต่พระสงฆ์เป็นต้นบุญให้ผู้ใจบุญทั้งหลายร่วมปัจจัยนำมาเทปูนสร้างถนนคอนกรีต..
#หลวงพ่อเยื้อน หรือ #หลวงตาเยื้อน
สมณศักดิ์
#พระธรรมวชิรญาณโกศล เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (ธ)
ท่านลงมือช่วยทหาร, ลูกศิษย์ในการเทปูน ณ สมรภูมิชายแดนแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์
ท่านกล่าวว่า #จีวรเลอะปูน #ขัดออกซักได้ แต่ถ้ารอบ 3 มาแล้ว เราไม่พร้อม อาจต้องยอมเสียแผ่นดิน
แบบนั้น อาตมาคงยอมไม่ได้
เราไม่รู้ว่าจะสงบได้อีกนานแค่ไหน รู้แค่ว่าถ้าเขาเปิดมา เวลานั้น เราต้องพร้อมรับมือ ทุกอย่างรอไม่ได้ #สิ่งที่ทำอาจจะไม่ใช่กิจของสงฆ์
#แต่ถ้าถามกลับกันว่า “……
นี้เป็นหน้าที่ของคนไทยหรือไม่” ก็คงต้องตอบว่าใช่ ตราบใดที่ยังอยู่กินบนผืนแผ่นดินนี้ ก็ควรทำประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายท่านโพสต์ข้อความ-ภาพการสร้างถนน พร้อมปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม โดย “พระทำ” นำชาวบ้าน ดังนี้
……………………………
กริชเพชร ส.สไบทอง
หลวงพ่อเยื้อน ปู่ฤาษีเกตุแก้ว พร้อมหมู่คณะ ทำพิธี ประดิษฐาน #พระนาคปรก
หลวงพ่อเยื้อน (วัดเขาศาลา) และ ปู่ฤาษีเกตุแก้ว พร้อมญาติโยม มาประกอบพิธีมหามงคลยิ่ง ของพี่น้องชาวไทย ของประเทศไทย
เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ ให้เหล่า #ทหารกล้า และยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ทุกคนเข้มแข็ง เป็นการอัญเชิญ #พระนาคปรก 9 เศียร
บอกเลย ศักดิ์สิทธิ์มากๆ เพื่อเป็นสิริมงคลและสถาปนาความมั่นคงของแผ่นดินไทย
บนยอดเขาสูง เนิน 350 หรือ “เนินจ่าเริง-ภานุวัฒน์” ติดปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์”
วันที่ 6 ธันวาคม 2569
หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล ผู้เป็นดั่งแสงสว่างของชุมชนและชายแดน เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์
#ถนนทางขึ้นเนิน 350 เทปูนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ถนนสายนี้ได้รับนามว่า “ถนน 2 วีรบุรุษ”
เพื่อสดุดีแด่ความกล้าหาญของ “จ่าเริง – พลทหารวุ้นเส้น”
ผู้ยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดิน
………………………….
นอกจากที่ปราสาทตาควายและเนิน ๓๕๐ แล้ว ที่ภูมะเขือ-ช่องอานม้า ท่านไปทำถนน-ปรับภูมิทัศน์ ตามที่มีผู้โพสต์ไว้ดังนี้
(17 ม.ค.69)
พร้อมทั้งคณะศิษย์พระภิกษุสงฆ์ญาติโยมฆราวาส พี่น้องทหารและผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
ร่วมกันเทถนนคอนกรีต ปรับภูมิทัศน์ และเทฐานพระเพื่อเตรียมเทหล่อ #พระพุทธสิรินาถภูวดล
#พระเพื่อแผ่นดิน #สถาปนาความมั่นคงอธิปไตยไทย ณ ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
#ร่วมสถาปนาความมั่นคงได้ที่บัญชี #วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร เพื่อสงเคราะห์ภัยพิบัติ
ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 310-3-24250-6
Cr.รักษ์เขาศาลา
…………………………………….
#แนวรบเขาพระวิหาร
#ท่านเจ้าคุณโซล่าร์ พระปัญญาวชิรโมลี นพพร วัดป่าศรีแสงธรรม กำลังทำถนนคอนกรีตฝั่ง “ผามออีแดง” เลียบตีนเขาพระวิหาร คู่กับของทหารเขมรทำขึ้นทางวัดแก้วทางผืนแผ่นดินไทย โดยไม่ต้องรอภาครัฐ
ถ้าเสร็จแล้วจะมีประโยชน์มากมายมหาศาลต่อเหล่าทหารและพี่น้องชาวไทย ตอนนี้ ฐานเขมรกับบังเกอร์เราห่างกันแค่สิบกว่าเมตร
#ปี 2505 เราต้องยกเสาธงชาติลงจากปราสาทพระวิหาร แบบไม่ลดธงลง #อนาคตไม่แน่เราอาจตั้งเสาธงคืนก็ได้ใครจะไปรู้
พรุ่งนี้ (20 ม.ค.69) เริ่มวางแบบเหล็กเทถนนคอนกรีตให้ไวทันใจหลวงพ่อ #เพราะรอโอกาสนี้มานานแล้ว
ถ้าถนนเข้าตรงไหน มันจะมีอะไรตามมาได้มากมาย
เมื่อก่อน เราวางแผนผิด เอาป่ามากันคนไทยเข้าไปอยู่ แต่เขมรไม่กลัวป่า กลับได้ใจ ไม่มีคนไทยไปมองเห็น จนยึดเขาทั้งลูกไปแล้ว
เปลี่ยนนโยบายใหม่ได้แล้ว ต้องเอาวัด เอาญาติโยมไปอยู่ติดชายแดนได้แล้ว
Cr.ท่านเจ้าคุณโซล่าร์ (Solar Monk)
………………………………….
“พระปัญญาวชิรโมลี”
ยอดเขาสัตตโสม เตรียมตั้งเสาธงชาติไทย สถาปนาพื้นที่อธิปไตยของไทยให้ลูกหลานได้เล่าขานเป็นตำนานสมรภูมิรถถังไทย 4 ต่อ 40 เหล่าทหารไทยสอยได้ 13 คัน
………………………..
ครับ…..
ก็พอมองเห็น ว่าเมื่อศึกสงบ แผ่นดินชายแดนที่ยึดกลับคืนมาได้ นั้น
พระกับการสร้างสถานที่เหล่านั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จะเป็นปราการป้องกันเขมรแอบรุกล้ำเข้ามาได้
โดยไม่ต้องใช้กำลังทหารไปตรึงตลอดแนวให้เปลืองกำลังพลและงบประมาณ
เมื่อมีสิ่งดึงดูดให้คนไปเที่ยวชม ความเจริญก็จะตามไป ความเป็นชุมชนก็จะเกิดตามมา
แผนและนโยบายด้วยวิสัยทัศน์ของรัฐบาลใหม่ ……
จะแปลงป่าชายแดนเป็นปราการเมืองในรูปแบบ “เมืองใหม่” ได้โดยไม่ยาก
-เปลว สีเงิน
๒๑ มกราคม ๒๕๖๙
คนปลายซอย