นิวเซาธ์เวลส์สั่งปิดชายหาด หลังเกิดเหตุ ‘ฉลามทำร้ายคน’ 4 ครั้งใน 3 วัน
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
ซิดนีย์, 20 ม.ค. (ซินหัว) — ทางการออสเตรเลียได้สั่งปิดชายหาดในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ซึ่งรวมถึงชายหาดทั้งหมดในย่านตอนเหนือนครซิดนีย์ หลังเกิดเหตุฉลามทำร้ายคนถึง 4 ครั้งในระยะ 3 วัน
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น 2 ครั้งเมื่อวันจันทร์ (19 ม.ค.) โดยชายวัยราว 20 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการขั้นวิกฤตเมื่อคืนวันจันทร์ หลังถูกฉลามกัดที่ขาขณะเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ที่ชายหาดแมนลี ในย่านนอร์เธิร์น บีชเชส และก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน มีเด็กชายวัย 11 ปีรอดชีวิตหลังจากกระดานโต้คลื่นของเขาถูกฉลามกัดที่หาดดีวาย ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดแมนลีไปทางเหนือ 5 กิโลเมตร โดยการวิเคราะห์ภาพถ่ายรอยกัดบนกระดานโต้คลื่นโดยหน่วยงานของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ พบว่าน่าจะเป็นฉลามหัวบาตร
ส่วนอีกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ (18 ม.ค.) โดยเด็กชายวัย 12 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาทั้งสองข้าง จากการถูกฉลามซึ่งคาดว่าเป็นฉลามหัวบาตรอีกตัวหนึ่งทำร้าย ขณะอยู่ที่ชายหาดบริเวณชายฝั่งตอนใต้ของอ่าวซิดนีย์
เหตุฉลามทำร้ายคนทั้ง 3 ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีฝนตกหนักเมื่อวันเสาร์และวันอาทิตย์ (17-18 ม.ค.) ในซิดนีย์ ส่งผลให้น้ำบริเวณท่าเรือและชายหาดของเมืองมีลักษณะเป็นน้ำกร่อยและขุ่น
วันอังคาร (20 ม.ค.) คริส มินส์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาธ์เวลส์ กล่าวว่าฉลามหัวบาตรมีแนวโน้มที่จะทำร้ายมนุษย์ในสภาพน้ำขุ่นมากกว่า เพราะพวกมันระบุเหยื่อได้จากเงา ขณะที่ระบบเตือนภัยและการสื่อสารของรัฐเกี่ยวกับสภาพน้ำจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง โดยเฉพาะในช่วงที่มีพายุ แต่ยังไม่มี “วิธีลัด” ใดที่จะป้องกันการโจมตีของฉลามได้
นอกจากนั้น กรณีฉลามโจมตีครั้งที่ 4 เป็นชายวัย 39 ปีถูกฉลามทำร้ายและนำตัวส่งโรงพยาบาลในช่วงเช้าวันอังคาร (20 ม.ค.) ขณะเล่นกระดานโต้คลื่นบนชายฝั่งมิดนอร์ธในนิวเซาธ์เวลส์ นับเป็นเหตุฉลามโจมตีครั้งที่ 4 บริเวณชายหาดในนิวเซาธ์เวลส์ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง
รายงานระบุว่าฉลามกัดทะลุกระดานโต้คลื่น แต่ชายรายดังกล่าวรอดพ้นจากอาการบาดเจ็บสาหัส และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยบาดแผลเล็กน้อยที่ขาข้างหนึ่ง ทางการจึงตัดสินใจปิดชายหาดตามแนวชายฝั่งมิดนอร์ธยาว 5 กิโลเมตร เพื่อรับมือเหตุฉลามทำร้ายคน พร้อมใช้โดรนค้นหาฉลามตัวดังกล่าว