โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘บลจ.วรรณ’ลุ้นหุ้นไทย1,400จุด ชู‘ดบ.ลด-การเมืองนิ่ง’แรงส่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คงปฏิเสธไม่ได้ “ตลาดหุ้นไทย” ยังคงเผชิญความผันผวน ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่รุมเร้า แต่ใช่ว่าจะไม่มี “โอกาส” พลิกฟื้นได้ ดังนั้น “จุดเริ่มต้นสำคัญ” ที่ต้องจับตาใกล้ชิดโดยเฉพาะหลังเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก.พ. 2569 สถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องจับตามองของ “เศรษฐกิจไทย” และ “ตลาดทุนไทย

พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด มีมุมมองต่อ “ตลาดหุ้นไทย ปี 2569” ว่า มองดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแตะระดับ 1,400 จุด ภายใต้สถานการณ์ “การเมืองมีเสถียรภาพ” มากขึ้น จากการเลือกตั้ง และ “รัฐบาลเสียงข้างมาก” รวมทั้งต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น-ยาว ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประเมินจังหวะการลงทุน

ยิ่งเฉพาะ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งตลาดทุนมีความต้องการ “ผู้นำ” ที่มีความสามารถและทีมงานที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบันหากการเมืองมีความนิ่งและมีเสถียรภาพ คาดจะเห็น “เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ” (Fund Flow) ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลว่าผลการเลือกตั้งอาจนำไปสู่ภาวะ “รัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ” เนื่องจากการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ในการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจยืดเยื้อ แม้ความเสี่ยงทางการเมืองอาจไม่ได้เป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจในภาพรวม แต่ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน

“หากผลทางการเมืองออกมาในทิศทางลบ หรือการจัดตั้งรัฐบาลเกิดอุปสรรค ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงเทขาย โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 1,100 จุด”

ตลาดหุ้นไทย มี Downside จำกัด และได้แรงหนุนพื้นฐานจาก Valuation ต่ำกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค (P/E ratio 13 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 14 เท่าของตลาดเอเชียในภาพรวม) และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลโดดเด่นที่ราว 4%

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำ แต่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในแง่มุมของต้นทุนที่ลดลงทำให้กองทุนONE-SETHD เหมาะสมในการลงทุนช่วงนี้ทั้งในแง่ผลตอบแทนและความเสี่ยง

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนอาจมีการออก Trigger Fund หากดัชนีหุ้นไทยหากตลาดลดลงต่ำกว่า 1,200 จุด หรือ 1,100 จุด และในช่วงตลาดตกแนะเน้น “หุ้นปันผลสูง” หุ้นปันผลมีผลงานที่ดีในปีที่แล้ว แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะลดลง 10% แต่หุ้นปันผลกลับให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 8% อย่างกลุ่มแบงก์ รวมถึงซื้อหุ้นคืน หรือมี Corporate Action ที่ดี และหากดัชนีอยู่ที่ 1,150 จุด จะเป็นกลยุทธ์แบบผสม แนะหุ้นเด่นกลุ่มไอที และโรงพยาบาลสำหรับปีนี้

ด้าน “ตลาดหุ้นโลก” มองว่า ยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี จากประมาณการ “กำไร”หุ้นยังเติบโต ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

โดยมองเศรษฐกิจประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย มีการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกัน และคาดว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นในเอเชียแปซิฟิกในปีนี้ ในแง่มุมมองของระดับราคา หุ้นเทคโนโลยีในปัจจุบันมีค่า P/E ต่ำ หากเทียบกับค่า P/E ในช่วงวิกฤตฟองสบู่หุ้นเทคในปี 2000 ที่ผ่านมา

ปัจจัยปีนี้ที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเติบโตได้ดีจากนโยบายผ่อนคลาย และแรงส่งจากมาตรการทางการคลังจากประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจัยเหล่านี้ มองว่า สามารถหนุนตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงต้นปีนี้

นอกจากนี้ นายพจน์ กล่าวเสริมถึงการลงทุนทางเลือกว่า เพราะความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ มีโอกาสขยายวงกว้างหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงให้มีความผันผวนเป็นระยะๆ โดยเฉพาะการเลือกกลางเทอมสหรัฐที่จะมีขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งมองการลงทุนทรัพย์สินทางเลือกจะเป็นการจัดสรรการลงทุนที่ดี เช่น ทองคำ หรือกลุ่มหุ้นแร่หายาก Rare Earth ที่ได้รับประโยชน์จากราคาที่ปรับตัวขึ้น

ดังนั้น สินทรัพย์ทางเลือกแนะนำจัดสรรเงินบางส่วนในทองคำและแร่หายาก อย่างกองทุน ONE-RAREEARTH เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนช่วงเหตุการณ์โลกเปลี่ยนแปลง

และแนะนำสับเปลี่ยนสินทรัพย์เสี่ยงมายังสินทรัพย์ทางเลือกอื่นที่มีความผันผวนต่ำและไม่เกี่ยวข้องกับตลาดอื่นๆ ในช่วงตลาดผันผวนกลางปีไปจนถึงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐ (mid-term election) อาทิเช่น กองทุน Life Settlement ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้การบริหารของบลจ.วรรณ หรือ ล่าสุด บลจ.วรรณ จะนำเสนอการลงทุนทางเลือกใหม่เติม เรียกว่า Litigation Finance คือ การลงทุนทางเลือกที่จัดหาเงินทุนให้แก่และสร้างผลตอบแทนจากผลลัพธ์ของคดี

ด้านการดำเนินธุรกิจปีนี้ วางเป้าหมายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ(AUM) คาดจะอยู่ที่ 150,000-170,000 ล้านบาท ทรงตัวหรือไม่มีการเติบโตจากปีก่อนมากนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...