กด Snooze แล้วนอนต่อทุกเช้า แย่ต่อสุขภาพในระยะยาวจริงไหม?
เสียงนาฬิกาปลุกในยามเช้าอาจเป็นหนึ่งในเสียงที่หลายคนอยากหลีกเลี่ยงมากที่สุด และปฏิกิริยาแทบจะอัตโนมัติคือเอื้อมมือไปกด “Snooze” หรือ ปุ่มเลื่อนปลุก เพื่อขอเวลานอนต่ออีกเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะค่อย ๆ ฝืนตัวเองลุกจากเตียง
พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นแทบทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตรของใครหลายคน แต่คำถามคือ การกดเลื่อนปลุกซ้ำ ๆ แบบนี้ กำลังส่งผลต่อสุขภาพการนอนของเราโดยไม่รู้ตัวหรือไม่
‘กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย’ พาผู้อ่านไปสำรวจว่า การกดเลื่อนปลุกในทุกเช้า ส่งผลต่อคุณภาพการนอนและนาฬิกาชีวภาพของร่างกายอย่างไร และเมื่อไหร่ที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาการนอนที่ควรใส่ใจ
คนส่วนใหญ่ก็ Snooze
งานวิจัยล่าสุด ที่ติดตามพฤติกรรมการนอนของผู้ใหญ่กว่า 21,000 คนทั่วโลก ผ่านสมาร์ตโฟนนาน 6 เดือน พบว่า มากกว่าครึ่งของผู้เข้าร่วมกด Snooze เฉลี่ย 2.4 ครั้ง ก่อนลุกจากเตียง
โดยคนที่มักกด Snooze ได้แก่:
- คนที่นอนดึก
- คนที่ตื่นแล้วงัวเงีย
- คนที่ตื่นกลางดึกบ่อย
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์การนอนย้ำตรงกันว่า งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของ Snooze ต่อสุขภาพยังมีไม่มาก และคำตอบไม่ได้มีแค่ “ดี” หรือ “แย่” แต่ขึ้นกับ “เหตุผลที่คุณกดมัน”
ทำไม Snooze ถึงถูกมองว่าไม่ดี
นักวิทยาศาสตร์ด้านการนอนบางส่วนกังวลว่า Snooze อาจไปตัดช่วงการนอนที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่ง คือREM sleep (Rapid Eye Movement)
REM Sleep คือ ช่วงหนึ่งของวงจรการนอนที่ลูกตาเคลื่อนไหวเร็ว สมองทำงานใกล้เคียงตอนตื่น แต่กล้ามเนื้อถูกยับยั้งชั่วคราว จึงมักเกิดความฝัน และบางคนอาจเจออาการ “ผีอำ”
ช่วง REM มีบทบาทสำคัญต่อสมองดังนี้:
- ช่วยความจำ
- การประมวลอารมณ์
- ความคิดสร้างสรรค์
- สุขภาพสมองโดยรวม
และมักเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืด หากตั้งนาฬิกา “เผื่อเวลานอนต่อ” เราอาจไปปลุกตัวเองช่วง REM
เมื่อเราหลับต่อหลังจากกด Snooze การนอนนั้นมักกลายเป็นการนอนตื้นและไม่ต่อเนื่อง
ดร. แคธี่ โกลด์สไตน์ (Dr. Cathy Goldstein) อาจารย์คลินิกด้านประสาทวิทยา จาก University of Michigan Medical School ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า การเสีย REM เพียงไม่กี่นาทีตอนเช้าจะทำให้สมองหรือความเป็นอยู่ในวันนั้นแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาที่แท้จริง อาจไม่ใช่ Snooze
สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลมากกว่า คือ ตารางการนอนที่ไม่สม่ำเสมอ
รีเบคก้า ร็อบบินส์ (Rebecca Robbins) นักวิทยาศาสตร์การนอน จาก Brigham and Women’s Hospital อธิบายว่า ถ้าการกด Snooze ทำให้บางวันคุณตื่นช้ากว่าปกติเกินครึ่งชั่วโมง นาฬิกาชีวภาพ (circadian rhythm) จะถูกรบกวน สิ่งที่ตามมา คือ
- หลับยากขึ้นในคืนถัดไป
- ตื่นยากขึ้นในตอนเช้า
- เสียวงจรการนอนที่ดี
Snooze คือ “ไม้ค้ำ” ของการนอนไม่พอ
เชลบี แฮร์ริส (Shelby Harris) รองศาสตราจารย์คลินิกด้านประสาทวิทยาและจิตเวช จาก Albert Einstein College of Medicine ในนิวยอร์ก มองว่า คนจำนวนมากนอนไม่พอ หรือคุณภาพการนอนแย่ จึงพยายามเก็บเศษเวลานอนเท่าที่ทำได้ด้วยการกด Snooze นาฬิกาปลุก
เธอระบุว่า ภาวะต่อไปนี้ทำให้คนกด Snooze บ่อยขึ้น:
- Insomnia นอนไม่หลับ
- Restless legs syndrome ภาวะขาอยู่ไม่สุข (รู้สึกอยากขยับขาตลอด โดยเฉพาะตอนกลางคืน)
- Narcolepsy โรคลมหลับ (ง่วงหลับกะทันหันในเวลากลางวัน)
- Sleep apnea ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (การหายใจสะดุดเป็นช่วง ๆ ระหว่างนอน)
- รวมถึงยาบางชนิดที่ทำให้ง่วง
Snooze อาจทำให้คนไม่ไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองปรับการนอนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อน เช่น
- ลดคาเฟอีนช่วงเย็น
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน
- ไม่นอนกลางวัน
- นอน - ตื่นเวลาเดิม
- ห้องนอนมืดและเงียบ
หากยังไม่ดีขึ้นก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์
Snooze อาจมีข้อดี
งานวิจัยในปี 2023 ที่ศึกษา “คนที่กด Snooze เป็นประจำ” 31 คน ในห้องแล็บ พบว่า
ผู้ที่กด Snooze มีสมรรถภาพการคิด (cognitive performance) หลังตื่นดีขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กด
เหตุผลหนึ่งคือ ช่วงท้ายการนอนของคนที่กด Snooze เป็นการนอนตื้น จึงช่วยลดอาการมึนงงหลังตื่นได้ (sleep inertia)
สุดท้ายแล้ว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากเช้าแล้วยังลุกจากเตียงไม่ได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นาฬิกาปลุก แต่อยู่ที่การนอนของเราเอง แทนที่จะตั้งปลุกเพิ่มหรือกดเลื่อนซ้ำ ๆ สิ่งที่ควรปรับคือคุณภาพการนอนของเราเอง