‘พล.อ.ณัฐพล’ โวย ‘เตีย เซ็ยฮา’ ทหารกัมพูชาไร้วินัยเผาป่า-ชอบโกหกเฟกนิวส์
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่กองทัพอากาศ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมสภากลาโหมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้น ว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมสภากลาโหม แต่ตนได้ติดตามมาตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นการเผาครั้งแรก และได้ติดต่อไปยัง พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ว่าทหารกัมพูชาไม่มีวินัย มีการเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนไม่สบายใจ และแจ้ง รมว.กลาโหมกัมพูชาไปว่า เรื่องเดิมที่ไทยกังวลคือการวางทุ่นระเบิด ล่าสุดก็คือเรื่องทหารกัมพูชาเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ในที่สุด หากกัมพูชาคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยสันติจริงๆ ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะถ้าไฟลุกลามมายังฝั่งไทยแล้ว อาจจะทำให้มีปัญหาบานปลายได้ แต่พบว่าเขาก็ยังทำอยู่ และได้ย้ำเตือนไปอีกครั้ง
พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีกรณีทหารกัมพูชาชอบโกหกเฟคนิวส์ กล่าวหาทหารไทยกระทำต่อทหารกัมพูชา ล่าสุดที่กล่าวหาว่าทหารไทยไปยิงจนทำให้ทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตามหลักฐาน และด้วยสติปัญญาของวิญญูชน ดูออกว่าไม่ใช่แผลจากการยิง และได้เตือนไปทางฝ่ายกัมพูชาแล้ว ส่วนเรื่องการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา 798 กิโลเมตร เมื่อเราปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดแล้วเรายึดได้ เรามีความจำเป็นต้องยึดต่อไป เพราะทหารกัมพูชาส่วนใหญ่ที่ส่งมารอบนี้ไม่มีวินัย อาจจะรุกล้ำมาได้ ก็ต้องคงกำลังต่อไป แต่ก็ยอมรับความจริงว่าไม่สามารถคงกำลังอย่างนี้ตลอดไปได้ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงฝากให้คณะผู้บัญชาการทางทหาร พิจารณาว่าพื้นที่ใดต้องคงกำลังไว้ก็คงไว้ เพราะต้องรักษาพื้นที่
พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่ไหนที่มีการเข้าออกพลุกพล่าน อย่างเช่น บ้านคลองลึก จ.สระแก้ว, ทมอดา จ.ตราด อาจจำเป็นต้องสร้างรั้วถาวร ก็ต้องสร้าง ผสมกับรั้วอิเล็กทรอนิกส์ในบางพื้นที่ มีกล้องซีซีทีวีโดยรอบ ซึ่งเราพยายามประหยัดงบกองทัพให้มากที่สุด ส่วนพื้นที่ไหนสามารถสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็นภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ, ช่องอานม้า และช่องบก จ.อุบลราชธานี หรือสร้างเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อให้ประชาชนได้ไปท่องเที่ยว ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ว่ามีฝ่ายเพื่อนบ้านมารุกรานหรือไม่ ซึ่งหากทำครบทั้ง 5 ด้านนี้ก็สามารถถอนกำลังออกมาได้.