โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โลกเดือดกระทบตลาดกาแฟ ดอยตุงเร่งพัฒนาสายพันธุ์รับความเสี่ยง

เดลินิวส์

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.45 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์เร่งวิจัยกาแฟดอยตุง รับมือโลกร้อน-ผลผลิตผันผวน

อุตสาหกรรมกาแฟกำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตในหลายประเทศมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ราคาตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสร้างความเปราะบางต่อประเทศผู้นำเข้าอย่างไทย

ข้อมูลจาก Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO) ระบุว่า ราคากาแฟโลกในปี 2567เพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากแรงกดดันด้านสภาพอากาศและผลผลิตที่ตึงตัว ขณะที่ปี 2568 ราคากาแฟอาราบิกาทำสถิติสูงสุดที่ 3.6945 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ เพิ่มขึ้นราว 15% ตั้งแต่ต้นปี

สำหรับประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเผยว่า ปีการผลิต 2567/68 ไทยมีผลผลิตกาแฟเพียง 15,651 ตัน เทียบกับความต้องการบริโภคภายในประเทศกว่า 95,500 ตัน ส่งผลให้ต้องนำเข้ามากกว่า 80,000 ตันต่อปี เมื่อราคาตลาดโลกปรับสูงขึ้น ย่อมกระทบต่อต้นทุนในประเทศและผู้บริโภคโดยตรง

จากบริบทดังกล่าว โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กาแฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงของเกษตรกรในพื้นที่ ดอยตุงมีระดับความสูงราว 700-1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งไม่สูงมากเมื่อเทียบกับแหล่งปลูกกาแฟอื่น ทำให้ต้องคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่อย่างรอบคอบ

‘สมิทธิ หาเรือนพืชน์’ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า แนวทางพัฒนากาแฟของดอยตุงให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของเกษตรกรเป็นหลัก มีการทดลองปลูกในระดับความสูงที่แตกต่างกัน และทำงานร่วมกับชุมชนหลายกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อประเมินว่าสายพันธุ์ใดเหมาะสมกับสภาพดินและอากาศของแต่ละหมู่บ้าน หากในอนาคตสายพันธุ์เดิมไม่สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นได้ ดอยตุงต้องมีระบบสำรองเมล็ดพันธุ์รองรับ เพื่อให้เกษตรกรยังสามารถเดินหน้าต่อได้

ด้าน ‘สิทธินัดดา ปภาวสิทธิ์’ ผู้จัดการส่วนโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า การปรับตัวต้องดำเนินการทั้งระบบ ตั้งแต่การฟื้นฟูดิน การบริหารจัดการน้ำ ไปจนถึงการเพิ่มความหลากหลายของพืชในแปลง ผ่านแนวทางวนเกษตรและเกษตรเชิงฟื้นฟู เพื่อลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ผันผวน

พร้อมกันนี้ ยังเร่งพัฒนาสายพันธุ์ที่ทนต่ออุณหภูมิสูง ให้ผลผลิตดี และคงคุณภาพรสชาติที่ตลาดต้องการ ควบคู่กับการปลูกไม้ร่มเงาเพื่อลดอุณหภูมิในทรงพุ่มกาแฟลงประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส ช่วยลดความเครียดของต้นกาแฟ และจัดการโรคแมลงอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...