โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สืบนครบาลทลายซุ้มโจรหนองจอก ปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 21.40 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2567 เวลา 05.58 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 8 เม.ย. – สืบนครบาลซ้อนแผนปล้น 36 ชั่วโมง ทลายซุ้มโจรเบอร์ 1 แห่งหนองจอก รวบ 3 เสือแก๊ง “ทางเดินเสือ” พร้อมสมุน ร่วมกันปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธ นับไม่ถ้วน ยึดปืน 9 กระบอก

จากกรณีมีประชาชนร้องขอให้สืบนครบาลช่วยปราบ “แก๊งทางเดินเสือ” ซุ้มโจรชั่วแห่งหนองจอก เป็นที่หวาดผวาและสุดจะเอือมระอาของประชาชนในพื้นที่ละแวกชานเมือง ตระเวนก่อเหตุ ปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธ จนเป็นที่หมายหัวของตำรวจในพื้นที่ แต่เจ้าตัวสามารถหลบหนีการจับกุมแล้วยังมีการฝากจดหมายน้อยมาเยอะเย้ยตำรวจว่า “จับผมไม่ได้หลอก” พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ปราบปรามแก๊งนี้ และเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวแก๊ง “ทางเสือเดิน” จำนวน 6 ราย ดังนี้

  • นายณัฐวุฒิ หรือไอ้เสือ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1352/2566 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ และร่วมกันลักทรัพย์” ประวัติการก่อคดีมาอย่างโชกโชน พ.ศ.2563 ก่อเหตุ “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” , พ.ศ. 2564 ก่อเหตุ “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” , พ.ศ.2564 ก่อเหตุ “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ” , พ.ศ.2566 ก่อเหตุ “ร่วมกันพยายามฆ่า , ร่วมกันลักทรัพย์” (ตามหมายจับ) หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
  • นายนว หรือเสือเก๋า อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค. 67 ข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ” พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับ นายอารักษ์ฯ (กี้) ก่อคดี ปล้น-ฆ่า-ฉ้อโกง-อาวุธปืน มาหลายคดีและหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
  • นายอารักษ์ หรือเสือกี้ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค. 67 ข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ” พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับ นายนว (เก๋า) ก่อคดี ปล้น-ฆ่า-ฉ้อโกง-อาวุธปืน มาหลายคดีและหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
  • นายบูรพา หรือภู อายุ 20 ปี
  • น.ส.ปริษา เสาวรส หรือสา อายุ 19 ปี
  • น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี

โดยทั้ง 6 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตรวจยึดของกลาง ปืนเถื่อนจำนวน 9 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน โดยจับกุมและตรวจค้นที่ บ้านหลังหนึ่งใน ซ.เลียบวารี 11 ถ.เลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก จ.กรุงเทพฯ

จากวงรอบการก่อเหตุ ภูมิศาสตร์ และเบาะแสจากสายข่าวล่าสุดว่าเห็นพลพรรคซุ้มโจรนี้ซุ่มอยู่ละแวก ร้านสะดวกซื้อ ย่านถนนเรียบวารี ทำให้เกิดวิเคราะห์ว่า “ต้องมีการปล้นเกิดขึ้นแน่” ส่งชุดสืบสวนพิเศษลงพื้นที่เฝ้าละแวกที่น่าจะมีการปล้นเกิดขึ้นกว่า 36 ชั่วโมงที่ชุดสืบสวนกินนอนและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนรถ จนกระทั่งวันที่ 8 เม.ย. 67 เวลาประมาณ 03.30 น. ชุดสืบสวนเห็นรถต้องสงสัยมาจอดซุ่มและปล่อยคนลงไปดูลาดเลาในร้านสะดวกซื้อ ก่อนนำกำลังเข้ารวบตัว 2 เสือ ลูกสมุนของหัวหน้าแก๊งไว้ได้ และนำตัวบุกไปเข้าค้นเซฟเฮาส์ลับที่ “ไอ้เสือ” หัวหน้าแก๊งกบดานอยู่ โดยเมื่อชุดสืบสวนไปถึง ไอ้เสือไหวตัวทัน กระโดดปีนกำแพงหลังบ้านหนีชุดสืบสวนเข้าไปในป่ากบ แต่เจ้าหน้าที่ไล่ล่าไปอย่างกระชั้นชิด สุดท้ายไอ้เสือหนีไม่รอดเพราะได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดปีนกำแพงทำให้แขนหัก (เดิมหักอยู่แล้วกำลังรักษา) ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด และจากการตรวจค้นในเซฟเฮาส์พบปืนเถื่อน 9 กระบอก โดยชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัวคนร้ายในเซฟเฮาส์ได้ทั้งสิ้น 6 ราย

หลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดช สั่งการขยายผลถึงที่สุด จนชุดสืบสวนพบข้อมูลว่า แก๊งนี้เรียกได้ว่า เป็นพ่อค้าอาวุธปืนรายใหญ่ในย่านหนองจอก พบประวัติการขายอาวุธปืนเถื่อนแล้วกว่า 2,000 กระบอก ด้วยวิธีการ “ตบ” หรือ “ยึดปืน” เอามาจากเด็กวัยรุ่นในย่านดังกล่าว เอามาสะสมรวมกันใน คลังแสง ก่อนจะประกาศขายทางช่องทางออนไลน์ โดยจะขายในราคากระบอกละตั้งแต่ 10,000 – 20,000 บาท ซ้ำแล้วความชั่วยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อได้หลงเข้ามาสั่งซื้อปืนจากแก๊งนี้ ซึ่งได้วางกลอุบายไว้เป็นแบบแผน โดยจะนัดลูกค้าให้มารับของด้วยตนเอง แต่เมื่อลูกค้ามาถึงจุดนัดหมาย ตรวจสอบสินค้าแล้วโอนเงินให้ตามที่ได้ตกลงไว้ แก๊งนี้กลับได้ยกพวกกว่า 10 คน รุมล้อมและใช้อาวุธปืนจี้ ปล้นทั้งเงินและทั้งปืนกลับไป ซึ่งขณะนี้มีผู้ได้รับความเสียหายจากการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ไม่ต่ำกว่า 20 ราย

ในชั้นจับกุม นายนว และนายอารักษ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเสือ หัวหน้าแก๊ง ได้รู้จักและเป็นเพื่อนกับนายเก๋า หัวโจกและนายกี้ มาตั้งแต่สมัยวัยเด็กชั้นประถม ก่อนจะได้แยกย้ายกันไปและโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งเมื่อทุกคนอายุได้ประมาณ 17 ปี ซึ่งในขณะนั้น พวกของตนได้เริ่มเกเรและมักจะมีเรื่องกับกลุ่มคู่อริต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เริ่มสนใจการเก็บสะสมอาวุธปืนในลักษณะที่เป็นปืนไทยประดิษฐ์ จนเมื่อประมาณต้นปี 2566 นายเก๋า ได้เคยสั่งซื้ออาวุธปืนจากทางออนไลน์ และกำลังจะเดินทางไปรับพัสดุที่ได้สั่งซื้อไว้ แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมได้พร้อมกับของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก ทำให้ต้องโทษคดีเป็นครั้งแรก และได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำประมาณ 10 วัน ก่อนจะได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีจนถึงปัจจุบัน

หลังจากนายเก๋า ได้ประกันตัวออกมานั้น ได้กลับมารวมกลุ่มกันตั้งแก๊ง “ทางเดินเสือ” โดยมีนายเสือ เป็นหัวโจก และได้เริ่มสะสมอาวุธปืนมากขึ้น โดยจะสั่งซื้อจากทางออนไลน์ในราคากระบอกละ 500 – 2,000 บาท และบางครั้งก็จะใช้วิธีการ “ตบ” หรือยึดปืนเอาจากคนอื่นมาเป็นของตน จากนั้นจึงได้เริ่มขายอาวุธปืนทางออนไลน์ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก และไลน์ โดยจะขายในราคาประมาณกระบอกละ 5,000 – 20,000 บาท โดยในช่วงพีกตนเองกับพวกเคยมีรายได้จากการขายปืนมากสุด เดือนละประมาณ 20,000 บาทต่อคน

ส่วนอาวุธปืนของกลางที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้วันนี้ เป็นปืนของสะสมของนายเสือฯ นายเก๋า และนายกี้ฯ ส่วนอาวุธปืนที่ได้แพ็กใส่กล่องพัสดุเรียบร้อยแล้วนั้น นายเก๋า กับนายกี้ เตรียมจะไปส่งขายในราคา 5,000 บาท แต่ลูกค้ายังไม่ได้โอนเงินจึงยังไม่ได้นำไปส่ง ก่อนจะได้มาถูกจับกุมในวันนี้

ส่วน นายณัฐวุฒิ หรือ เสือ ยังปากแข็ง เลือกตัดขาดโยนความผิดให้เพื่อนรับเต็มๆ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เช่นเดียวกันกับ ผู้ถูกจับอีก 3 คน ที่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นใดในการค้าขายอาวุธปืนเถื่อนมาก่อน หลังจับกุมตัว ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “เราไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนร้าย เพราะคนร้ายกลุ่มแก๊งนี้ ถือได้ว่าเป็นภัยร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในละแวกดังกล่าว ซึ่งอาวุธปืนเถื่อน ถือเป็นสารตั้งตนที่อาจนำไปสู่หายนะ หรืออาชญากรรมที่รุนแรงได้ จนมีประชาชนเข้ามาร้องเรียนผ่านเพจสืบนครบาล ให้จัดการโดยเร่งด่วน ผมจึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ว่าหากพบเห็นการซื้อขายปืนเถื่อนหรืออาวุธในโลกออนไลน์และหากท่านทราบเบาะแสโปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”.-414-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...