โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

รู้จัก “นางาซากิ” ให้มากขึ้นผ่าน 6 ขุมทรัพย์ของเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้!

conomi

อัพเดต 22 มี.ค. 2567 เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 00.00 น. • conomi.co

นางาซากิเป็นจังหวัดที่เต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอาหารที่เลิศรส แต่ละพื้นที่มีบรรยากาศและจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้จะมาพาทุกคนไปสัมผัส 6 ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในจังหวัดที่อยู่ปลายสุดของตะวันตกญี่ปุ่นแห่งนี้!

1. วิวสวยล้อมด้วยทะเล

นางาซากิ

จังหวัดนางาซากิตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชูซึ่งอยู่ปลายสุดของฝั่งตะวันตกญี่ปุ่น ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวโดยเครื่องบินประมาณ 2 ชั่วโมง ด้วยลักษณภูมิประเทศที่มีทะเลล้อมรอบทั้ง 3 ด้าน จึงมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่มีเกาะจำนวนมากที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยมีเกาะทั้งหมดราวหกร้อยเกาะ รวมถึงหมู่เกาะโกโตะ เกาะอิคิ และเกาะสึชิมะ มีชื่อเสียงในเรื่องนํ้าทะเลที่ใสราวกับคริสตัล

2. บทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ของนางาซากิ

สะพานแว่นตา นางาซากิ

เนื่องจากจังหวัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นชัยภูมิที่ดีสำหรับการขนส่งทางทะเล และเป็นฐานการค้าการแลกเปลี่ยนมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะที่เกาะอิกิและเกาะสึชิมะที่ตั้งอยู่ระหว่างภูมิภาคคิวชูและคาบสมุทรเกาหลี ทำให้ญี่ปุ่นในขณะนั้นได้รับวิทยาการจากแผ่นดินใหญ่เข้ามา เกิดการเรียนรู้ผสมผสานองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้น จนมาถึงยุคเอโดะที่ญี่ปุ่นปิดประเทศ (ค.ศ.1639 – 1854) มีการสร้างเกาะเดจิมะขึ้นมาเพื่อทำการค้ากับยุโรปตะวันตก เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวิชาการ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างญี่ปุ่นให้มีความทันสมัยทัดเทียมกับนานาประเทศ

3. เมืองแห่งสันติภาพ

นางาซากิ

ช่วงปีค.ศ. 1550 นักบุญฟรานซิสโก ซาเวียร์ ผู้นำคริสตศาสนามาเผยแพร่ในญี่ปุ่นเป็นคนแรก เดินทางเข้ามายังนางาซากิพร้อมคณะมิชชันนารี ทำให้ชาวเมืองหลายคนเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ทางรัฐบาลเกิดความกังวลในเรื่องอิทธิพลของชาวตะวันออก จึงประกาศห้ามนับถือศาสนาคริสต์และกวาดล้างคริสต์ศาสนิกชน แม้จะถูกห้ามและกวาดล้างอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะแรงศรัทธาในคริสตศาสนาได้ ความศรัทธาได้รับส่งต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าพูดถึงจังหวัดนี้ ก็คงต้องพูดถึงเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะที่นี่เป็นจุดทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สองหลังจากฮิโรชิมะ แม้จะว่าเมืองจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูและมีความพยายามสร้างให้เป็นเมืองแห่งสันติภาพ

4. 2 มรดกโลกแห่งความภาคภูมิ

โบสถ์ นางาซากิ

ที่นี่มีมรดกโลกที่น่าสนใจและควรค่าแก่การเยี่ยมชมอยู่ 2 แห่ง ที่แรกคือ “แหล่งคริสเตียนลับในภูมิภาคนางาซากิ (Hidden Christian Sites in the Nagasaki Region)” เป็นสถานที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่นที่มีมายาวนานกว่า 450 ปี สะท้อนความศรัทธาอันแรงกล้าของคริสต์ศาสนิกชน ที่ต้องอยู่ร่วมความเชื่อดังเดิมของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังแสดงกระบวนการเผยแพร่คริสต์ศาสนาในญี่ปุ่นอีกด้วย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปีค.ศ. 2018

นางาซากิ

ถัดมาคือ “สถานที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเมจิของญี่ปุ่นฯ (Sites of Japan’s Meiji Industrial Revolution: Iron and Steel, Shipbuilding and Coal Mining) “ ประกอบด้วยสถานที่ 23 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเกาะคิวชู โดยหลักฐานที่แสดงถึงการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมนั้นก็คือ อุตสาหกรรมเหล็ก การต่อเรือ และการทำเหมืองถ่านหิน ในช่วงกลางศ.ที่ 19 ถึงช่วงต้นศ.ที่ 20 ได้รับการจดทะเบียนเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมโลกในปีค.ศ. 2015

5. หลากหลายวัฒนธรรมที่น่าดึงดูดใจ

นางาซากิ

นอกจากธรรมชาติที่สวยงามและประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าแล้ว จังหวัดนี้ยังมีวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอีกด้วย ขอยกตัวอย่างเป็น “วาคารัน (和華蘭 – Wakaran) “ วัฒนธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด ที่เกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมระหว่าง “วา (和 – Wa )” ของญี่ปุ่น , “คา (華- Ka)” ของจีน และ “รัน (蘭 – Ran)” ของดัตช์ สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นช่วงที่ปิดประเทศ และเปิดให้เมืองแห่งนี้เป็นท่าเรือการค้ากับต่างชาติเพียงแห่งเดียว ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้รับอิทธิพลจากอิทธิพลของตะวันตกและจีน ปัจจุบันวัฒนธรรมวาคารันยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น รูปแบบอาคาร อาหาร และเทศกาล หนึ่งในนั้นคือ “เทศกาลโคมไฟนางาซากิ (Nagasaki Lantern Festival) “ ซึ่งเป็นเทศกาลประจำฤดูหนาวที่มีต้นกำเนิดมาจากตรุษจีน

6. อาหารทะเลสด ๆ และเนื้อวัวสุดพรีเมียม!

nagazaki

นางาซากิเป็นขุมทรัพย์ทางทะเล เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นํ้าหลากหลายชนิดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทั้งปลากระพงญี่ปุ่น ปลาอาจิ หอยนางรม และล็อบสเตอร์ เราสามารถอร่อยไปกับอาหารทะเลสดใหม่ได้ทุกฤดูกาล ใครที่เป็นสายเนื้อวากิวก็พลาดไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นแหล่งผลิตเนื้อวากิวที่มีคุณภาพสูงไม่แพ้ที่อื่นเลย โดยจะเลี้ยงวัวด้วยหญ้าที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ทำให้เนื้อมีความนุ่มลิ้นแทบละลายในปาก นอกจาก “บะหมี่จัมปง” เมนูดังประจำจังหวัดแล้ว ยังมีอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและประเพณีต่างประเทศ เช่น “เบอร์เกอร์ซาเซโบะ” ที่รอให้ทุกคนลิ้มลองกันอยู่นะคะ!

ส่วนตัวแล้ว ที่นี่เป็นเมืองที่ถ้ามีเวลา (และทุนทรัพย์) ก็อยากกลับไปซํ้าอีก เพราะเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานของวัฒนธรรมได้ชันเจนผ่านอาหารและสถานปัตยกรรม รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์เชิงประวัติศาสตร์ให้ได้เข้าไปศึกษาอีกด้วย วันเดย์ทริปอาจจะไม่พอนะคะสำหรับเมืองนี้ ส่วนใครที่อ่านแล้วสนใจสถานที่เที่ยวในจังหวัดนี้ก็สามารถเข้าไปดูสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำได้ที่บทความ: 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “นางาซากิ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

สรุปเนื้อหาจาก : nagasaki-tabinet

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...