โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

HONDA CR-V 2 รุ่น 2 สไตล์ แต่เทใจให้คันนี้ e:HEV

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 เม.ย. 2566 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2566 เวลา 07.51 น.

คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

หลังจากเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ 2023 ที่ผ่านมา ไม่รอช้า ทีมงานฮอนด้าจัดทริปทดสอบรถยนต์พรีเมี่ยม เอสยูวี รุ่นยอดนิยม CR-V ทันที แถมยังเลือกเส้นทางที่เรียกว่า ค่อนข้างวัดใจ เพราะขับถึง 2 รุ่น 2 สไตล์ ใน 2 เส้นทาง ใน จ.เชียงใหม่

กับรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ขับ 4 และรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร e:HEV หรือที่เราเรียกกันคุ้นปากว่า “ไฮบริด”

สำหรับเรื่องรูปร่างหน้าตา ต้องบอกว่าแล้วแต่จริต ความชื่นชอบเฉพาะบุคคล

แต่สำหรับเจ้าฮอนด้า CR-V เวอร์ชั่นนี้ ถือว่าฮอนด้าออกแบบและพัฒนามาได้อย่างลงตัว

ดูมีความทันสมัย มีความสปอร์ต ผสานกับความหรูหราสไตล์พรีเมี่ยมเอสยูวี และที่สำคัญ คือ “ดูเด็กลง”

แถมสิ่งที่ต้องชื่นชม คือ ฮอนด้าเองเลือกที่จะส่งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) มีมาให้ทุกรุ่นย่อย เรียกได้ว่า ลูกค้าจะได้ระบบความปลอดภัย ตรงนี้เป็นมาตรฐาน ไม่ต้องไปควักเงินเพื่อซื้อออปชั่นเพิ่ม

CR-V

ครบตั้งแต่กล้องมองภาพรอบทิศทาง, เซ็นเซอร์กะระยะหน้า-หลังอย่างละ 4 จุด ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว, ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบแฮนด์ฟรี พร้อมด้วยระบบล็อกอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ

ตรงนี้ต้องชม เพราะฮอนด้าออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายและมีความเสถียรมาก ๆ เมื่อเทียบกับรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ

ภายในห้องโดยสารนั้น สำหรับรุ่น 1.5 ลิตร เทอร์โบ ขนาด 7 ที่นั่งนั้น มาในโทนสีดำ ตัดด้วยลายไม้ ที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา อบอุ่น ให้กับเอสยูวีของครอบครัว

CR-V

และสีดำตัดกับวัสดุสีโครเมียมปัดเงา เพิ่มความสปอร์ตหรูหราให้กับรถเอสยูวีของคุณ แถมฮอนด้ายังยกเอา แผงช่องแอร์แบบรังผึ้งเข้ามาใส่ ช่วยเพิ่มความดุดันและมีเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสารมีมาให้

มี head-up-display แสดงข้อมูลบนหน้ากระจกมาให้ ส่วนระบบเสียงใช้ลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง

CR-V เวอร์ชั่นนี้ ฮอนด้ายังติดตั้งหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ และปลายท่อคู่สเตนเลส ยกเว้นรุ่น E

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สำหรับรุ่น 1.5 เทอร์โบ ส่วนรุ่น 2.0 ลิตร e:HEV นั้น เป็นล้อขนาด 19 นิ้ว

ส่วนระบบนำทาง มีให้ในรุ่น e:HEV RS 4WD

การขับขี่นั้น รถทั้ง 2 รุ่น มีบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ด้วยรุ่นที่เราทดสอบ คือ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ขนาด 7 ที่นั่ง มาพร้อมขุมกำลัง 190 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์ CVT อัตโนมัติ

CR-V

ส่วนเรื่องความคล่องตัว ขับออกจากเมืองเชียงใหม่ มุ่งขึ้นเส้นทางน้ำพุร้อนแม่ขะจาน ในช่วงตีนต้นนั้น กว่าเครื่องยนต์จะทำงาน ก็มีจังหวะต้องรอรอบ ให้จับได้ ยิ่งจังหวะต้องขับขึ้นเขา มีทางคดโค้งเป็นระยะ แต่เจ้า CR-V 1.5 ลิตรเทอร์โบคันนี้ ยังไม่จี๊ดเท่าไร

แม้จะใช้การคิกดาวน์ หรือเปลี่ยนไปเป็นเกียร์ S การตอบสนองของเครื่องยนต์ไม่ ทันใจ แถมยังต้องออกแรงคุมพวงมาลัย บังคับรถให้พอลุ้น

ด้วยบุคลิกของรถคันนี้ อาจจะถูกเซตมาให้เป็นรถครอบครัว และน่าจะใช้งานในเมืองเป็นหลัก วิ่งด้วยความเร็ว ขึ้น-ลงเขานาน ๆ ที ทำได้ แต่ขับไม่สนุก เหมาะกับการใช้งานในเมืองมากกว่า

โดยเฉพาะช่วงล่าง ถ้าเทียบเจนก่อนถือว่าเจนนี้มีการพัฒนาที่ดีขึ้น แต่ยังสัมผัสกับแรงเหวี่ยง แรงโยนเวลาเข้าโค้ง หรือการเปลี่ยนเลนกะทันหันได้เยอะ โดยเฉพาะในตำแหน่งของผู้โดยสาร แต่อย่างที่บอกว่า ทีมงานเซตรถคันนี้มาให้เป็น SUV ของครอบครัว น่าจะเหมาะกับผู้ขับและผู้โดยสารสายชิล

ส่วนอีกรุ่น คือ e:HEV RS ขับ 4 หรือเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ทำงานคู่กับเกียร์ E-CVT และมอเตอร์ที่ให้แรงบิดสูงสุดถึง 335 นิวตัน-เมตรที่ 0-2,000 รอบต่อนาที

CR-V

ซึ่งระบบ e:HEV ในเจ้า CR-V เวอร์ชั่นนี้ สามารถปรับเปลี่ยนโหมดขับขี่การทำงานได้อย่างฉลาด ได้แก่ EV, HEV และ Engine

ฮอนด้ายังมีโหมดการขับขี่มาให้ ทั้งโหมดสปอร์ต, ปกติ และประหยัดมาให้เลือกใช้งานตามความพอใจ

ต้องบอกว่า CR-V e:HEV เวอร์ชั่นนี้ถือว่าเป็นรถ CR-V ที่ขับสนุกและเฟิร์มที่สุดในทุกเจน ที่ “ผู้ขับ” มีโอกาสได้ขับขี่

ทั้งช่วงล่างที่เรียกว่าเฟิร์มขึ้น จังหวะขึ้น-ลงเขาทำได้อย่างมั่นใจและขับสนุก ส่วนอัตราเร่งเอง กลายเป็นว่า เครื่องยนต์ไฮบริดทำได้ดีกว่ารุ่น 1.5 ลิตรเทอร์โบอย่างเห็นได้ชัด

ขับสนุก อัตราเร่งดี ตัวรถมีความกระชับ ทั้งจังหวะในเมืองและนอกเมือง

ต้องบอกว่า…คนละเรื่อง คนละอารมณ์

ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า ทีมงานฮอนด้าแจ้งว่า เจ้า CR-V ทั้ง 5 รุ่นย่อยนั้น ถูกเซตช่วงล่างมาแตกต่างกันทุกรุ่น

ใครอยากได้ความสด ความกระชับ ขับสนุก ให้มาทางนี้ CR-V e:HEV RS ขับ 4 น่าจะเป็นคำตอบ

แต่ถ้าสายชิล ขับเพลิน ให้ลองไปรุ่น 1.5 เทอร์โบ เผื่อจะถูกกับจริต

ส่วนราคาค่าตัว CR-V รุ่น 1.5 เทอร์โบ ขับ 4 ขนาด 7 ที่นั่ง อยู่ที่ 1.649 ล้านบาท

CR-V e:HEV RS ขับ 4 เพิ่มเงินขึ้นมาอีก 8 หมื่น หรือต้องจ่าย 1.729 ล้านบาท

CR-V
CR-V
CR-V
CR-V
CR-V
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...