โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check : สารพัดวิธี ยืดอายุการใช้งานแอร์รถยนต์ จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 พ.ค. 2566 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 05.26 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

จากกรณีมีการแชร์ข้อมูลเรื่องวิธีการยืดอายุการใช้งานแอร์รถยนต์ เช่น ไม่ควรปิดช่องลมแอร์ หรือไม่ควรทำสารหอมระเหยมาไว้ในรถ

บทสรุป : แชร์ได้ อธิบายเพิ่ม

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบข้อมูลกับคุณสุรมิส เจริญงาม นักทดสอบและผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยียานยนต์

1.เมื่อเปิดแอร์ควรใช้อุณหภูมิต่ำก่อน จากนั้นค่อยปรับเป็นอุณหภูมิปกติ จริงหรือ ?

วิธีที่ถูกต้อง คือ ให้ตั้งอุณหภูมิแอร์ปกติและปรับเร่งแรงพัดลม หรือในรถยนต์หลายรุ่นในปัจจุบันสามารถปรับแอร์โหมด AUTO เซ็นเซอร์ภายในห้องโดยสารจะคอยตรวจวัดอุณหภูมิและปรับแรงลมให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ

2.ไม่ควรปิดหน้ากากแอร์หรือช่องแอร์ เพราะจะทำให้เกิดความชื้น จริงหรือ ?

จริง การปิดหน้ากากแอร์หรือช่องแอร์ทำให้เกิดความชื้น ในกรณีที่เปิดแอร์ ลมจะเป่าผ่านหน้ากากแอร์ และความชื้นก็จะถูกระบายออกมาด้วยเช่นกัน แต่หากเราปิดหน้ากากแอร์ ความชื้นจะถูกเก็บไว้ เมื่อเราจอดรถทิ้งไว้ความชื้นนั้นจะทำให้เกิดกลิ่นอับ หรือเชื้อราได้

3.ไม่ควรนำสารระเหยไว้ในรถ ทำให้แอร์เสียง่าย จริงหรือ ?

จริง เมื่อสารระเหยกระจายไปในอากาศ แล้วไหลเวียนเข้าสู่ระบบปรับอากาศของรถ จะไปเกาะติดบริเวณรังผึ้งและกรองแอร์ พอไอระเหยเข้าไปสะสมในปริมาณมากโดยไม่มีการทำความสะอาด ก็จะเกิดการอุดตัน แรงลมที่ถูกเป่าออกมาก็จะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนในสารระเหยมักมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แผงแอร์ซึ่งเป็นอะลูมิเนียมอาจถูกกัดกร่อนจากสารหอมระเหย ทำให้แอร์มีอายุการใช้งานสั้นลงได้

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : สุทธิมนัส ชินอัครพงศ์
เรียบเรียงโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...