โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เลี้ยงด้วยความรู้ ไม่ใช่แค่ใจรัก! เคล็ดลับปลูก "กล้วยไม้สกุลช้าง" ให้ดอกสวยใหญ่ ทำตลาดชนะใจลูกค้า

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 02.30 น.

กล้วยไม้สกุลช้าง เป็นไม้ที่แตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ ลักษณะใบแข็งหนาอวบน้ำเรียงชิดอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง ระบบรากอากาศมีขนาดใหญ่ ปลายรากสีเขียว ส่วนของช่อดอกสามารถห้อยลงหรือตั้งขึ้นก็ได้ ซึ่งดอกมีความยาวและจำนวนมาก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออกมีอับเรณู 2 ก้อนแยกออกจากกัน การเจริญเติบโตของกล้วยไม้ช้างเป็นแบบฐานเดี่ยว ออกดอกปีละครั้ง บางต้นอาจมีดอกครั้งละหลายๆ ช่อ ด้วยความพิเศษของการได้รอคอยนี้เอง จึงทำให้กล้วยไม้สกุลช้างเป็นกล้วยไม้ที่พิเศษและน่าหลงใหลในการได้เชยชมดอกที่จะเบ่งบานไม่น้อยทีเดียว

คุณนัฏฐพงศ์ จินดาวนิช หรือคุณรีฟ เกษตรกรที่ชื่นชอบปลูกกล้วยไม้ช้างเป็นอย่างมาก โดยเขาได้เรียนรู้และศึกษาการปลูกมาเป็นระยะหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆ ซื้อมาขายไป พร้อมกับต่อยอดด้วยการเป็นนักพัฒนา เพื่อให้เกิดลูกไม้ใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยให้ทำตลาดได้ต่อเนื่อง และที่สำคัญเขายังทำไม้ส่งเข้าประกวดในงานต่างๆ จึงช่วยให้กล้วยไม้ช้างที่เขาพัฒนาเป็นการสร้างตัวตนที่มีรางวัลการันตี

ตั้งใจที่จะผลิตกล้วยไม้สกุลช้าง

คุณรีฟ เล่าให้ฟังว่า สมัยที่ยังทำงานประจำอยู่นั้น มีโอกาสได้เห็นกล้วยไม้สกุลช้างขายในงานต่างๆ เมื่อเกิดความชอบจึงมีโอกาสเข้าไปศึกษาในช่องทางออนไลน์ และเห็นราคาว่ามีการซื้อขายกันอยู่ที่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น จากนั้นเขาก็ได้ซื้อเข้ามาปลูกสะสมอยู่เป็นภายใน 3 เดือน มีถึง 150 ต้น และมองไปถึงอนาคตว่าอยากจะผลิตกล้วยไม้ในสายพันธุ์นี้เพื่อส่งเข้าประกวดตามงานต่างๆ จึงเรียนรู้กับการปลูกให้มากขึ้นเพื่อจะเป็นนักพัฒนาในวันข้างหน้า

“ช่วงแรกๆ นี่ ผมเองก็โดนไปเยอะ ในเรื่องของการซื้อไม้ที่ไม่ตรงปกมา เพราะไม้พวกนี้มันออกดอกปีละ 1 ครั้ง ก็เป็นธรรมดาที่ครั้งแรก ซื้อมามันยังไม่เห็นดอก แล้วพอออกดอกแล้วไม้มันก็ใช้ไม่ได้ แต่พอการค้าขายในออนไลน์เริ่มเข้ามา การซื้อขายแบบนี้ก็เริ่มหายไป พอผมมองไปถึงอนาคตว่าจะประกวด ต้นไหนที่ไม่น่าจะพัฒนาได้ ผมก็จะนำขายออกจากสวนไป จากการที่ได้ขายนี้เอง มันทำให้ผมได้รู้ถึงความต้องการของตลาด พอผมศึกษาไปเรื่อยๆ กล้วยไม้ช้างเป็นอะไรที่ต่อยอดไปได้อีกเรื่อยๆ และผมก็ผลิตไม้มาเป็นในแบบที่ผมจะพัฒนาในแบบของผมเอง”

หลังจากได้ทดลองอย่างจริงจังในเรื่องของการพัฒนากล้วยไม้ช้าง คุณรีฟ บอกว่า หลังจากที่ปลูกมาได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำสวนกล้วยไม้ช้างเพื่อเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวให้กับตัวเขาทันที

กล้วยไม้ช้างแดง เป็นสีที่ได้รับความนิยม

การพัฒนาพันธุ์กล้วยไม้ช้างให้ได้คุณภาพ ทั้งการส่งเข้าประกวดและการขายทำตลาดนั้น คุณรีฟ บอกว่า การศึกษาในเรื่องของสีถือว่าสำคัญมาก เพราะนักพัฒนาจะต้องรู้ในเรื่องของพันธุกรรมพอสมควร เพราะกล้วยไม้ช้างบางสีเมื่อนำมาผสมเข้าด้วยกัน อาจไม่ได้สีในแบบที่จินตนาการ เพราะจะมีการข่มกันเกิดขึ้นในแต่ละสี แต่สีหลักแล้วที่ยังได้รับความนิยมอยู่ตลอดคือ กล้วยไม้ช้างแดง รองลงมาเป็นกล้วยไม้ช้างกระและกล้วยไม้ช้างเผือก

ต้นกล้วยไม้ช้างที่เหมาะสมนำมาทำเป็นพ่อแม่พันธุ์ต้องมีอายุอย่างต่ำ 5 ปีขึ้นไป เมื่อผสมติดแล้วจะรอเวลาให้เกิดฝักประมาณ 10 เดือน จากนั้นนำฝักที่เขียวสมบูรณ์ส่งไปที่ห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อทำการขยายพันธุ์ให้เป็นไม้ขวดอยู่ประมาณ 9 เดือน หลังจากนั้นนำไม้ขวดมาพักอยู่ที่บ้านประมาณ 1-2 อาทิตย์ เมื่อครบกำหนดทำการทุบขวดและล้างวุ้นอาหารที่ติดอยู่กับรากของกล้วยไม้ออกให้หมด พร้อมกับนำไม้ใส่ตะกร้าผึ่งไว้ประมาณ 15-30 วัน จนกว่าตุ่มรากจะออกมาให้เห็น

“ช่วงผึ่งเราก็จะรดน้ำในช่วงเช้าอย่างเดียว พร้อมกับฉีดพ่นน้ำยาเร่งรากบี 1 บางๆ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เมื่อไม้ครบอายุ 30 วันแล้ว จึงนำไม้ไปปลูกลงในถ้วยขนาด 1 นิ้ว ปลูกในวัสดุปลูกจำพวกใยมะพร้าว ดูแลในระยะนี้ต่อไปอีก 9 เดือน ในระหว่างนี้ก็จะใส่ปุ๋ยเกล็ดสูตรเสมอ 20-20-20 ละลายน้ำอัตราส่วน 3-4 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร เมื่อครบกำหนดดูแลแล้ว หากต้องการขายก็ขายให้สวนอื่นได้ แต่ถ้ายังไม่ขายก็จะย้ายไปปลูกลงในกระเช้าขนาด 4 นิ้ว หรือขอนไม้ที่ขนาด 7 นิ้ว จากนั้นดูแลต่อไปอีกประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ไม้ก็จะเริ่มออกดอกในช่อแรก ช่วงนี้เราก็เตรียมขายได้”

ในเรื่องของการป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชนั้น คุณรีฟ บอกว่า ช่วงกลางปีที่ต้องระวังมากที่สุดจะเป็นพวกเพลี้ยไฟ ไรแดง การป้องกันคือต้องหมั่นฉีดพ่นยาทุก 7 วันครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กล้วยไม้ถูกทำลาย

การขายออนไลน์ ช่วยทำตลาดได้ดี

สำหรับในเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่ายกล้วยไม้ช้าง คุณรีฟ เล่าว่า ปัจจุบันช่องทางออนไลน์ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องของการทำตลาดเป็นอย่างมาก เพราะกิจกรรมต่างๆ ที่ทำในสวนลูกค้าสามารถเห็นได้อยู่เป็นประจำ และทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและเลือกซื้อไม้ต้นที่ชอบได้ทันที และการไปประกวดไม้ตามงานต่างๆ ก็สำคัญ จึงทำให้ไม้ภายในสวนของเขาเป็นที่รู้จักไปในวงกว้าง

โดยราคาขายตั้งแต่ไม้ขวดที่ออกจากแล็บ ราคาอยู่ที่ขวดละ 200-500 บาท ไม้ที่ปลูกในถ้วยนิ้วไม้พันกล้า ราคาอยู่ที่ 15-50 บาท ไม้ที่พร้อมออกดอกอายุไม่เกิน 5-6 ปี ราคาอยู่ที่ 60-10,000 บาท และไม้ที่ออกดอกช่อที่ 2 อายุ 6-7 ปี ราคาขายอยู่ที่ 300-10,000 บาทขึ้นไป และไม้ที่อายุมากกว่า 7-10 ปี มีลักษณะกอใหญ่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,500-50,000 บาท ซึ่งราคาที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์นั้นๆ

“การจะประสบผลสำเร็จในการทำกล้วยไม้ช้าง ผมก็จะแนะนำว่า ในเรื่องของเวลาถือว่าสำคัญ เพราะการดูแลต้องใช้เวลานาน รองลงมาก็เป็นเรื่องของการเลี้ยงต้องศึกษาอุปนิสัยต่างๆ ให้มาก พร้อมทั้งมีพื้นที่เลี้ยงที่เหมาะสม และการมีสายพันธุ์ที่ดีมาพัฒนาด้วย ก็จะช่วยให้การทำกล้วยไม้ช้างเพื่อสร้างรายได้ประสบผลสำเร็จ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่ตลาดด้วย การผลิตออกมาต้องมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน อย่างผมจะมาถึงจุดนี้ได้ เพราะผมศึกษาตลาดอยู่ตลอด จึงทำให้รู้ว่าจะทำไม้แบบไหนออกมาขาย และจะเดินตลาดต่อไปยังไง”

สำหรับท่านใดที่สนใจในเรื่องของการปลูกกล้วยไม้สกุลช้าง หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณนัฏฐพงศ์ จินดาวนิช หรือ คุณรีฟ สวนตั้งอยู่ที่ ตำบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี หมายเลขโทรศัพท์ 092-381-7003 และ 089-488-4463

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 2 มกราคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลี้ยงด้วยความรู้ ไม่ใช่แค่ใจรัก! เคล็ดลับปลูก “กล้วยไม้สกุลช้าง” ให้ดอกสวยใหญ่ ทำตลาดชนะใจลูกค้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...