โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดารัตน์ ประกาศแนวทางทำการเมืองโดย ”ใช้ธรรมเป็นอำนาจ” เผยเรื่องตอนถูกตัดสิทธิบ้าน 111

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 06 มี.ค. 2566 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2566 เวลา 09.05 น.

สุดารัตน์ประกาศแนวทางทำการเมืองโดย ”ใช้ธรรมเป็นอำนาจ ขอใช้อำนาจให้เป็นธรรม” เพื่อปลดล็อคการเมือง2ขั้วที่ทำให้เกิดรัฐประหาร2ครั้ง ทำประเทศตกต่ำมากว่า 17 ปี มุ่งสร้างประเทศที่ดีกว่านี้ เพื่อส่งมอบให้ลูกหลาน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงการทำงานทางการเมือง ซึ่งได้ยึดถือและน้อมนำแนวทางขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้ามาปฏิบัติ และเนื่องในวันมาฆบูชา วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2566 พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ประทานแก่พระอรหันตสาวก 1,250 รูป

ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เล่าถึงความมุ่งมั่นและหลักในการทำงานการเมืองมาโดยตลอด นั่นคือ “การใช้ธรรมเป็นอำนาจ และใช้อำนาจให้เป็นธรรม”

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยกล่าวด้วยว่า ตนเองเป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เมื่อโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง จึงได้ใช้เวลาไปกับการเรียนปริญญาเอก สาขาพระพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ที่จะช่วยค้ำจุนพระพุทธศาสนาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

ตนเชื่อว่า คำสอนของพระพุทธเจ้า คือหลักการในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ให้ตัวเราและสังคมเกิดความผาสุข มีความเอื้ออาทร ไม่เบียดเบียน เอาเปรียบผู้อื่น

หัวข้อดุษฎีนิพนธ์ที่เขียนคือ คือ “พุทธวิธีเชิงบูรณาการแก้ปัญหาความขัดแย้งในการเมืองไทยปัจจุบัน”

โจทย์สำคัญในงานดุษฎีนิพนธ์คือ การใช้ทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสังคมไทย คือ พระพุทธศาสนาและพระราชปรีชาญาณ-พระราชดำรัสของในหลวง ร. 9 มาแก้วิกฤติการเมืองไทยได้อย่างไร

งานศึกษาของตนพบว่า พระราชดำรัสคุณธรรม 4 ประการ มีความสอดรับเป็นอย่างดีกับหลักสาราณียธรรม 6 ประการ ตกผลึกออกมาเป็นคุณธรรม 4 ประการ ที่จะทำให้เกิดความรักความสามัคคีขึ้นในสังคม ประกอบด้วย (1) คิด-พูด-ทำ ด้วยความเมตตาต่อกัน (2) ประสานงานประสานประโยชน์ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน (3) ยึดความสุจริตเป็นที่ตั้ง (4) ยึดหลักเหตุผลเป็นที่ตั้ง

ให้เห็นภาพชัดๆ คือการบริหารประเทศโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกขั้นตอน

ประชาธิปไตยแบบธรรมาธิปไตย ต้องฟังให้มาก และสำหรับนักการเมืองด้วยแล้ว ต้องฟังจากพี่น้องประชาชนให้มาก เพื่อให้นโยบายที่คิด สิ่งที่ลงมือปฏิบัติ สอดรับกับทุกข์ที่ประชาชนเผชิญอยู่ และที่สำคัญต้องยึดหลักความสุจริตในการบริหารประเทศ

“ขอใช้ธรรมเป็นอำนาจ ขอใช้อำนาจให้เป็นธรรม” จึงเป็นวิธีประพฤติปฏิบัติตัวของคนการเมืองแบบที่ยึดเอาความเมตตาต่อกัน ยึดหลักความสุจริต อีกทั้งเหตุและผล มาใช้ในการประสานงานประสานประโยชน์กัน สร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ใช้ได้ทั้งในการทำงานการเมือง ไปจนถึงบริหารประเทศ

จึงเชื่อมั่นว่า หลักข้อนี้จะเป็นทั้งวิธีและเป้าหมายในการทำงานการเมืองที่ช่วยปลดล็อกประเทศไทยจากวิกฤติความขัดแย้งการเมือง 2 ขั้วได้สำเร็จ///

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...