โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เริ่มใช้แล้วกฎหมายลาคลอด 120 วัน คู่สมรสลาช่วยเลี้ยงลูกได้ 15 วัน

Thai PBS

อัพเดต 5 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (12 ม.ค.2569) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยถึงปัญหาภาวะเด็กเกิดน้อยที่เป็นปัญหาของหลายประเทศทั่วโลก ว่า หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายในปี 2643 และไทยจะเป็นหนึ่งใน 23 ประเทศของโลกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวมากที่สุด จำนวนประชากรที่ลดลงอย่างมากจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศอย่างมากในอนาคต

ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ได้มีการผลักดันพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการยกระดับและปฏิรูปกฎหมายแรงงานครั้งสำคัญของประเทศไทย โดยเพิ่มวันลาคลอดบุตรจาก 98 วันเป็น 120 วัน และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในระหว่างลาคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานไม่เกิน 60 วัน

นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้สามารถลาดูแลบุตรป่วย เพิ่มสิทธิลาได้อีก 15 วัน ในกรณีบุตรเจ็บป่วย พิการ หรือมีความผิดปกติ โดยได้รับค่าจ้าง ร้อยละ 50 คู่สมรสสามารถลาช่วยภรรยาคลอดบุตร เป็นครั้งแรกในกฎหมายไทย ให้สิทธิคู่สมรสลาได้ 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน และให้กฎหมายนี้คุ้มครองลูกจ้างจ้างเหมาบริการในหน่วยงานรัฐ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าลูกจ้างทั่วไป ทั้งค่าแรง วันหยุด และสิทธิการลา

รมว.แรงงาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มอบหมายให้สวัสดิการฯ แรงงานทั่วประเทศ เร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ นายจ้างในการปฏิบัติตามสิทธิลาคลอดตามกฎหมายใหม่ อย่างเคร่งครัดต่อไป

อ่านข่าว :

เปิดขั้นตอนใช้บริการ "7 หน่วยนวัตกรรม" ทางเลือกเสริมบัตรทอง รูปแบบใหม่

ประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์ มาตรา 40 เจ็บป่วย-สงเคราะห์บุตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

วินาทีปล่อยดาวเทียม THEOS-2A ทะยานขึ้นสู่อวกาศ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ป.ป.ช.ตรวจสอบคนอื่น "ทุจริต" ตัวเองควรต้องใส "สะอาด" เสียก่อน

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...