ฟาดมาฟาดกลับ ปวิณ ซัด ไอซ์ อย่ามาทำเป็นโลกสวย ฟอกขาว พิศาล
จากกรณีที่ พรรคประชาชน เผยโฉมทีมบริหารคนที่ 2 พิศาล มาณวพัฒน์อดีต 250 สว. ยุค คสช. และอดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ นั่งเก้าอี้แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ สร้างความฮือฮาให้กับใครหลายคนที่พรรคพลังประชาชนดึงอดีต 250 สว. ยุค คสช. เข้าร่วมทีมบริหารประเทศ ก่อนที่ไม่กี่วันต่อมา นาย พิศาล มาณวพัฒน์ จะถูก ศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยมาตรา 112 อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ออกมาแฉและเรียกร้องให้พรรคประชาชนตรวจสอบ พิศาล มาณวพัฒน์ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า ว่า เคยปกป้องรัฐประหารในยุคสมัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และทำผิดจริยธรรมปมชู้สาว ในระหว่างรับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ จนเป็นเรื่องใหญ่โตที่ฝ่ายหญิงมาร้องเรียนถึงที่กระทรวงฯ
กระทั่งเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 พิศาล มาณวพัฒน์ ได้ออกมาแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กพรรคประชาชนชี้แจงถึง 2 กรณีดังกล่าว ว่า ทำตามคำสั่งกระทรวงฯ ไม่หนุนรัฐประหาร และยอมรับผิดปมชู้สาวเมื่อ 20 ปีก่อน ชดใช้โทษทางวินัยเรียบร้อย ครอบครัวก็ได้ให้อภัยแล้ว
ไม่นานหลังจากแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กพรรคประชาชนว่อนออกไปบนโลกออนไลน์ นักการเมืองดาวรุ่งอย่าง ไอซ์ รักชนก ได้ให้สัมภาษณ์สื่อกรณีของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่มีต่อ พิศาล มาณวพัฒน์ อย่างดุเดือดเผ็ดร้อนกับ 2 ประเด็นดังกล่าวว่า"ตรวจสอบอย่างถึงพริกถึงขิง ถึงรากถึงโคน ถ้าคนในพรรคที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชันหรือเรื่องอะไรก็ตาม แต่ถ้าประชาชนรับไม่ได้ หรืออยู่ในมาตรฐานที่รับไม่ได้ ตนก็ไม่เอาไว้ ถ้าเมียเขาให้อภัยแล้ว คนนอกจะเอาอะไรอีก"
และล่าสุด ศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ถึงกับออกมาเคลื่อนไหวฟาด ไอซ์ รักชนก เป็นข้อ ๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร พร้อมกับแนบลิงก์ข่าวการให้สัมภาษณ์ของเธอด้วย ว่า
"จริยธรรมแบบบุฟเฟต์และตรรกะฟอกขาวของ…ไอซ์ รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork
สติค่ะ… การที่ดิชั้นออกมาฟาดเรื่องพิศาล มาณวพัฒน์ ไม่ใช่เรื่องของการจองเวรส่วนตัว แต่มันคือการตั้งคำถามกับ "มาตรฐานจริยธรรม" และ "กระดูกสันหลัง" ของพรรคที่อ้างว่าเป็นความหวังของประชาธิปไตย แต่กลับคว้าเอาเศษซากของระบอบ คสช. มาชุบตัวใหม่ในคราบสีส้ม
ขอตอบประเด็นที่…ไอซ์ "สวน" (ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการแถไถมากกว่า) เป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ:
1. เรื่องชู้สาว: "จริยธรรม" ไม่ใช่เรื่องในมุ้ง แต่มันคือความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ …ไอซ์บอกว่า "ถ้าเมียเขาให้อภัยแล้ว คนนอกจะเอาอะไรอีก" ตรรกะนี้มันคือนักการเมืองรุ่นโบราณฉิบหาย! ถ้าเป็นพรรคอื่นมีเรื่องแบบนี้ พรรคประชาชนจะด่าเขาว่า "ขาดจริยธรรม" ทันทีไม่ใช่เหรอ? การที่คนจะเป็น "รมว.ต่างประเทศ" ซึ่งต้องเป็นหน้าตาของชาติในระดับสากล แต่กลับมีประวัติอื้อฉาวเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานจนถูกร้องเรียนถึงกระทรวงฯ มันสะท้อนถึง Integrity (ความซื่อสัตย์) และการใช้อำนาจในทางที่ผิด ถ้าเขายังซื่อสัตย์กับครอบครัวไม่ได้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะซื่อสัตย์กับประชาชน? อย่ามาทำเป็นโลกสวยว่า "เรื่องส่วนตัว" เพราะในมาตรฐานการเมืองใหม่ "ตัวตนของนักการเมืองคือสมบัติสาธารณะ" ค่ะ [????]
2. เรื่อง "คนเราเปลี่ยนได้": เปลี่ยนใจ หรือ เปลี่ยนคอก? …ไอซ์เปรียบเทียบตัวเองว่าเคยเป็นสลิ่มแล้วเปลี่ยนได้… ค่ะ …ไอซ์เปลี่ยนจาก "เด็ก" มาเป็น "นักสู้" นั่นคือการเติบโตทางความคิด แต่พิศาลคือ "ข้าราชการระดับสูง" ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปบิดเบือนความจริงให้ชาวโลกฟังว่า "ไทยไม่มีนักโทษการเมือง" ในขณะที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของไอซ์หลายคนถูกจับติดคุก! ถามคำเดียวค่ะ: ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พิศาลเคย "ขอโทษ" ต่อสาธารณะหรือยัง? เคยถอนคำพูดที่เขียนโกหกใน Washington Post ไหม? ถ้ายัง… นั่นไม่ใช่การเปลี่ยนใจ แต่มันคือการ "ฉวยโอกาส" เกาะกระแสพรรคที่กำลังมาแรงเพื่อฟอกขาวตัวเองให้พ้นมลทินจากการเป็นขี้ข้าเผด็จการ
3. ตรรกะ 99% vs 1%: พิศาลนี่แหละคือเนื้อแท้ของ 1% …ไอซ์บอกว่าอยากรวมคน 99% เพื่อสู้กับชนชั้นนำ 1%… ตลกไหมคะ? พิศาลนี่แหละคือ "มือไม้" ของชนชั้นนำ 1% ตัวจริงเสียงจริง! เขาคือคนที่รับใช้ระบอบที่กดขี่คน 99% มาทั้งชีวิต การเอาเขามาร่วมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่ใช่การขยายฐานมวลชน แต่มันคือการ "เปิดประตูให้หมาป่าเข้ามาในฝูงแกะ" ถ้าพรรคประชาชนยอมรับคนที่มีประวัติปกป้องรัฐประหารและบิดเบือนความจริงเรื่องสถาบันฯ เพียงเพราะเขา "โหวตให้พิธา" (เพื่อรักษาตัวรอดในฐานะ สว.) งั้นพรรคก็อย่ามาพูดเรื่อง "ความชัดเจน" หรือ "อุดมการณ์" อีกเลยค่ะ เพราะสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันคือ "การเมืองแบบสมประโยชน์" ไม่ต่างจากพรรคที่คุณเคยด่าเขาไว้เลย
ฝากไว้ให้คิดนะคะไอซ์… การตรวจสอบคนในพรรคต้องทำ "ถึงพริกถึงขิง" อย่างที่มึงว่าจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่การ "หลับตาข้างเดียว" เพราะเขาเป็นพวกเดียวกัน การปกป้องคนที่มีตำหนิทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวแบบนี้ มันจะทำให้ "มาตรฐาน" ของพรรคประชาชนต่ำลงไปเท่ากับพรรคเน่าๆ ในอดีต… โทษนะคะ จะรีแบรนด์กี่รอบ ถ้ายังใช้ "ขยะใต้พรม" ชุดเดิมมาแต่งหน้าทาปาก ประชาชนเขาก็ดูออกค่ะ! …ตอแหล"
ทำเอาชาวเน็ตบนโลกออนไลนจำนวนมากต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างร้อนแรงกับเหตุการณ์ฟาดกลับกันไปมาของทั้งสอง โดยเฉพาะเหล่าแฟนคลับคนดังทั้งสองต่างก็คอมเมนต์สนับสนุนกันเป็นจำนวนมาก
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun, เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork, เฟซบุ๊ก พรรคประชาชน - People's Party