กกต.รู้แหล่งพิมพ์ป้ายปริศนา จ.พิษณุโลก ดูข้อความเข้าข่ายใส่ร้ายหรือไม่
กรณีมีการติดตั้งป้ายข้อความลักษณะโจมตีทางการเมือง โดยใช้วาทกรรมกล่าวร้ายพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งกระจายติดในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.พิษณุโลก พื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลก, อบต.บึงพระ, เทศบาลตำบลอรัญญิก, เทศบาลเมืองท่าโพธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ตระเวนเก็บป้ายไปแล้วกว่า 70 ป้ายนั้น
วันนี้ (8 ม.ค.2569) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก กกต.จังหวัดพิษณุโลก และขณะนี้รู้แหล่งผลิตป้ายแล้ว โดยได้อ่านทุกข้อความบนป้าย เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายทางการเมืองหรือไม่ ซึ่ง กกต.ได้รับเรื่องเป็นสำนวนสอบสวนไว้แล้วและอยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน
เลขาฯ กกต. ยังฝากถึงการตรวจสอบของนายทะเบียนพรรคการเมืองแต่ละพรรค ให้กำชับสมาชิกพรรคหาเสียงในบรรยากาศที่สร้างความยุติธรรม ไม่ใส่ร้ายป้ายสีกันด้วยข้อมูลเท็จ ซึ่งมีความผิดทางอาญา ตามกฎหมายการเลือกตั้ง สส. โดยกกต.ตรวจสอบทุกเรื่อง แม้แต่การหาเสียงที่ผู้สมัครหรือผู้ช่วยผู้สมัคร นำข้อมูลเก่าของผู้สมัคร สส. หรือพรรคการเมืองอื่นมาพูดใหม่ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง แม้เป็นข้อเท็จจริงและอาจไม่เข้าข่ายการให้ร้ายคู่แข่ง แต่ก็อาจตกอยู่ในฐานความผิดหมิ่นประมาท ซึ่งต้องระวัง
กกต.ยึดเกณฑ์วินิจฉัยเดิม เต้นหาเสียงไร้ดนตรีไม่ผิด
ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนให้ กกต.ตรวจสอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง เต้นหาเสียงหลายพื้นที่ เข้าข่ายการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่นั้น
เลขาธิการ กกต. ระบุว่า เคยมีคำวินิจฉัยเดิม ซึ่งนิยามความผิดแยกพิจารณาระหว่าง “มหรสพ” และ “ความรื่นเริง” ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากการมีดนตรีประกอบที่ทำให้เกิดความสนุกสนาน หากร้องเพลงหรือทำกิจกรรมไม่มีดนตรีประกอบ ไม่น่าจะเข้าข่ายมีความผิด ปราศจากการจัดจ้างดนตรีหรือมหรสพ แต่ต้องดูองค์ประกอบอื่นประกอบด้วย ซึ่งต้องรอการวินิจฉัยเป็นกรณี
ขณะที่วันนี้ (8 ส.ค.) กกต.ประชุมกำหนดการส่งสื่อโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งกับตัวแทนพรรคการเมือง 52 พรรค เริ่มออกอากาศทั้งทางทีวีและวิทยุ วันที่ 26-30 ม.ค. โดยกำหนดให้ทุกพรรคการเมืองที่ขอโฆษณา ทำเนื้อหาสื่อหาเสียงความยาวไม่เกิน 10 นาที ชูวิสัยทัศน์ การพัฒนาประเทศ โดยไม่ให้ร้ายพรรคการเมืองอื่นและไม่สร้างความขัดแย้ง และจะมีการประชันนโยบายแต่ละพรรคการเมือง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามจำนวนผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต
อ่านข่าว
ภาคประชาสังคมรณรงค์เลือกตั้งโปร่งใส พร้อมเฝ้าระวัง ป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง
ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 1.39 แสนคน ประชามติ 9.56 หมื่นคน