โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หาดใหญ่หนักสุด! นายกฯห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งระดมอุปกรณ์ดำรงชีพ-อาหารให้เพียงพอ

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

หาดใหญ่หนักสุด! นายกฯห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งระดมอุปกรณ์ดำรงชีพ-อาหารให้เพียงพอ หวั่นประชาชนขาดแคลนข้าว เร่งสำรวจอนุมัติเงินเยียวยา

เมื่อเวลา 16.25 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผวจ.สงขลา รอให้การต้อนรับ และบรรยายสถานการณ์ถึงปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา รวมถึงอพยพคนจากโรงแรมต่างๆ จากนั้นนายอนุทิน ได้เดินทักทายนักท่องเที่ยวที่สนามบิน และได้รับเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแห้งจากนักท่องเที่ยวชาวเซอเบียร์ และได้เดินไปจุดแจกอาหารให้ผู้ที่ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ก่อนจะขึ้นรถยกสูงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เดินทางไป ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน) เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัย

โดยระหว่างเดินทาง นายอนุทินได้แวะปั้มน้ำมัน ปตท.คลองหวะ เพื่อดูความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม รวมถึงได้มอบอาหารปรุงสุกพร้อมทานให้ผู้ประสพอุทกภัย เมื่อถามว่า ถ้าฝนตกลงมาอีกสถานการณ์จะน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าไม่ตกก็กังวลจะตายอยู่แล้ว

ส่วนที่ได้รับรายงานเบื้องต้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในตอนนี้ก็ยังท่วมขังอยู่ เพราะมีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงคือเรื่องของการสนับสนุนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหาร เพราะเมื่อวันที่ 22 พ.ย.เราเห็นได้ว่าเข้าสู่สภาวะขาดแคลนอาหาร เนื่องจากเส้นทางถูกตัดทั้งหมด วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารไม่สามารถเข้ามาได้ แต่วันนี้ตลอดทั้งวันได้มีการแก้ไข ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และทำอาหารมาจากจังหวัดใกล้เคียง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่สำคัญเราจัดตั้งศูนย์พักพิงและศูนย์อพยพ ซึ่งมีอยู่ 5 จุด โดยได้รับรายงานว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เตรียมรถจ่ายไฟประจำศูนย์พักพิงทุกจุดแล้ว

เมื่อถามว่า ส่วนปริมาณน้ำตอนนี้เป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำท่วมทุกพื้นที่เต็มหมดแล้ว ซึ่งบริเวณคลอง ร.1 ถือว่าเป็นพื้นที่หลักในการลำเลียงน้ำเพื่อไหลลงสู่ทะเล รวมทั้งยังมีน้ำที่ไหลลงมาจาก อ.สะเดา เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.ซึ่งจะแตกต่างจากพื้นที่ภาคกลางที่น้ำไหลมาแล้วอยู่ไม่มีทางออกทะเลต้องไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา แต่พื้นที่ภาคใต้น้ำยังสามารถระบายได้อยู่ แต่ปริมาณน้ำที่เข้ามามากกว่าน้ำที่ระบายออก ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุน่าจะลดลงมากกว่า

เมื่อถามว่า ศูนย์พักพิง 5 จุดมีเพียงพอหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรามีศูนย์พักพิงทั้งหมด 5 จุด ซึ่งชาวบ้านก็มีทางเลือก บางคนก็ไปอยู่บ้านญาติใกล้เคียง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมาที่ศูนย์พักพิง ถ้าเขาเลือกได้เขาก็เลือกที่จะอยู่ในพื้นที่ของเขา ซึ่งเราก็จะเร่งจัดอุปกรณ์ดำรงชีพและอาหารให้ครบทุกมื้อ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมเงินเยียวยาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เตรียมเงินเยียวยาไว้แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ ซึ่งเราก็จะอนุมัติเป็นวงเงินไว้ หรือเป็นหลักการเอาไว้เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพราะความเสียหายตอนนี้เข้าเกณฑ์ที่อยู่แล้ว ครอบครัวละ 9,000 บาท

เมื่อถามว่า มีพื้นที่อื่นที่น่าเป็นห่วงนอกจากหาดใหญ่อีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือหาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่ จ.พัทลุง ก็มีน้ำท่วม แต่ไม่หนักเท่ากับหาดใหญ่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว และมีรัฐมนตรีหลายท่านที่กระจายลงไปพร้อมกับความช่วยเหลือต่างๆ ในพื้นที่แล้ว แต่ที่ตนลงพื้นที่หาดใหญ่เป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากพื้นที่นี้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีประชาชนติดอยู่ในบ้านเรือน และนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในโรงแรม ที่ยังออกมาไม่ได้ เราต้องมาดูแลเพื่อให้เห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายลงไปแล้ว รวมถึงประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางได้เนื่องจากไฟลท์บินถูกยกเลิกเพราะฝนตกหนัก แต่เท่าที่ตนสำรวจและพูดคุยกับประชาชนเมื่อสักครู่ พบว่า 95% ได้ไฟลท์บินกลับแล้ว ซึ่งทางส่วนราชการก็จะจัดรถ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน

"ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออาหาร สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออาหารไม่มี ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับอาหารไม่มี เพราะถ้าน้ำท่วม ถ้าท้องหิวก็จะวุ่นวายเพิ่มเติม เราต้องจัดระเบียบความสำคัญทั้งหมด" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ส่วนเรื่องรายงานว่า โจรเข้าไปขโมยทรัพย์สินช่วงที่ประชาชนไม่อยู่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ทุกคนก็ระดมกำลังเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน และมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังลงไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเราจะขอให้ประชาชนออกมายังศูนย์พักพิง เราต้องทำให้เขามั่นใจก่อนว่าบ้านของเขาปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนเผชิญเหตุของผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...