โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

5 เทรนด์เขย่าวัฒนธรรมออฟฟิศปี 2026 โลกการทำงานจะไม่เหมือนเดิม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 00.49 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 06.53 น.

ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกการทำงาน ทั้งในแง่เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมองค์กร หลายแนวโน้มที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้ ตั้งแต่กระแสต่อต้านนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) การออกกฎหมายที่จำกัดนโยบายเหล่านี้ ไปจนถึงการเร่งลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ ล้วนส่งแรงกระเพื่อมต่อพนักงานและองค์กรไปทั่วโลก

ตามรายงานของ McKinsey ในปี 2025 ระบุว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทกว่า 92% มีแผนเพิ่มการลงทุนด้าน AI ขณะเดียวกัน การเลิกจ้างจำนวนมาก ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และภาวะการชัตดาวน์ของสหรัฐ ก็ยิ่งซ้ำเติมความไม่มั่นคงของแรงงาน โดยเฉพาะพนักงานภาครัฐที่ระดับความผูกพันกับองค์กรลดลงอย่างเห็นได้ชัด

คำถามสำคัญคือ หลังจากปีแห่งความปั่นป่วนนี้ วัฒนธรรมการทำงานในปี 2026 จะเดินไปในทิศทางใด และองค์กรควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร

1. AI ตัวเปลี่ยนเกมที่ยังไม่ล้มตลาดแรงงาน

AI และระบบอัตโนมัติจะยังคงเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดของโลกการทำงานในปี 2026 และปีต่อๆ ไป แม้ในภาพรวมอาจเห็นว่า AI จะเข้ามาแย่งงานทั้งกลุ่มคนงานสายงานช่าง-งานบริการ และพนักงานออฟฟิศนั่งโต๊ะ แต่ข้อมูลเชิงลึกกลับสะท้อนภาพที่ซับซ้อนกว่านั้น

จากข้อมูลวิเคราะห์ในปี 2025 ของ Budget Lab แห่งมหาวิทยาลัยเยล ระบุว่า นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวเมื่อราว 2-3 ปีก่อน ตลาดแรงงานโดยรวมยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน ซึ่งช่วยลดความกังวลว่า AI กำลังทำลายความต้องการแรงงานที่ใช้ทักษะทางความคิดในวงกว้าง งานวิจัยนี้ชี้ว่า บทบาทของ AI อาจไม่ได้รุนแรงเท่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในระยะแรก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่องค์กรไม่อาจมองข้ามคือ การที่พนักงานเริ่มใช้ AI เป็น “ผู้ช่วยทำงาน” มากขึ้น ผลสำรวจของ Pew Research Center ในเดือนกันยายน 2025 พบว่า 21% ของแรงงานสหรัฐฯ ยอมรับว่ามีบางส่วนของงานที่ใช้ AI ทำงานแทนคนแล้ว นี่ทำให้องค์กรต้องหันมาพิจารณาอย่างจริงจังว่า การพึ่งพา AI จะส่งผลต่อคุณภาพ ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของผลงานอย่างไร

อนาคตอันใกล้ในปี 2026 คาดว่านโยบาย แนวปฏิบัติ และกรอบกำกับการใช้ AI ภายในองค์กรจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น เพื่อป้องกันการใช้เทคโนโลยีเกินขอบเขตและรักษามาตรฐานงานในระยะยาว

2. ความปลอดภัยทางจิตใจ สิ่งที่พนักงานต้องการมากขึ้น

แม้หลายองค์กรชื่อดังจะยุติการรับพนักงานกลุ่มหลากหลายในปี 2025 แต่ความต้องการสภาพแวดล้อมการทำงาน ที่คำนึงถึงความแตกต่างของพนักงานกลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม การยุตินโยบายด้านความเท่าเทียมอาจกำลังบั่นทอน “ความปลอดภัยทางจิตใจ” ของพนักงาน และลดความไว้วางใจของพนักงานต่อองค์กรลงอย่างเงียบ ๆ

รายงาน Workmonitor ปี 2025 ของ Randstad พบว่า พนักงานเพียง 49% เท่านั้นที่เชื่อมั่นว่านายจ้างของตนสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนเติบโตได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน งานวิจัยจาก Mental Health First Aid England และ Henley Business School ระบุว่า จำนวนพนักงานที่รู้สึกว่าสามารถ “เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” ในที่ทำงาน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบระหว่างปี 2025 กับปี 2024 และ 2020 โดยมีสาเหตุเชื่อมโยงกับการลดบทบาทของนโยบาย DEI

ดังนั้นสำหรับปี 2026 สุขภาวะขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับองค์กรสามารถให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม ความปลอดภัยทางจิตใจ และความไว้วางใจแก่พนักงานได้หรือไม่ หากองค์กรละเลยประเด็นเหล่านี้ ความผูกพันและประสิทธิภาพของพนักงานอาจลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

3. วัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนโดยพนักงาน เสียงของแรงงานดังขึ้นเรื่อยๆ

ในปี 2026 พนักงานจะมีบทบาทในการกำหนดทิศทางวัฒนธรรมองค์กรชัดเจนยิ่งขึ้น พนักงานจำนวนมากเริ่มใช้เสียงของตนเองผลักดันการเปลี่ยนแปลง ทั้งผ่านการเรียกร้องสิทธิ การรณรงค์บนโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่การประท้วงและหยุดงาน

หลายประเทศอาจเห็นกฎหมายที่เอื้อต่อการจัดตั้งสหภาพแรงงานในอุตสาหกรรมใหม่ๆ มากขึ้น ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มอย่าง TikTok ก็ยังคงเป็นพื้นที่ที่พนักงานออกมาเล่าประสบการณ์การทำงานเชิงลบอย่างต่อเนื่อง และไม่มีสัญญาณว่ากระแสนี้จะชะลอลงในปีหน้า

ดังนั้น องค์กรที่ยังยึดติดกับโครงสร้างอำนาจแบบเดิม อาจต้องเผชิญกับแรงต้านมากขึ้น เมื่อพนักงานเริ่มตระหนักถึงพลังของตัวเอง และกล้าที่จะท้าทายระบบที่พวกเขามองว่าไม่เป็นธรรม

4. ความสอดคล้องด้านคุณค่า งานไม่ใช่แค่แหล่งเงินเดือนอีกต่อไป

รายงาน Workmonitor ปี 2025 ของ Randstad ชี้ให้เห็นว่า นโยบายด้านความเท่าเทียมและความยั่งยืนของบริษัท มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกงานของผู้หางาน ผู้สมัครงานต้องการองค์กรที่มีคุณค่า สภาพแวดล้อม และเป้าหมายชีวิตที่สอดคล้องกับค่านิยมตนเอง

เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาพร้อมปฏิเสธตำแหน่งงานขององค์กรนั้นๆ หากพบว่ามันไม่สอดคล้องกับคุณค่าทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวโน้มปรากฏการณ์นี้กำลังเพิ่มขึ้นจากปี 2024 และมีรายงานว่าพนักงานถึง 29% ยอมรับว่า พวกเขาเคยลาออกจากงานเพราะไม่เห็นด้วยกับมุมมองบางอย่างของผู้บริหาร

คาดการณ์ในปี 2026 องค์กรจะไม่สามารถแยก “คุณค่าองค์กร” ออกจาก “นโยบาย การบริหาร และภาวะผู้นำ” ได้อีกต่อไป เพราะผู้สมัครงานกำลังมองหาความจริงใจและความสอดคล้องมากกว่าคำโฆษณา

5. ภาพลักษณ์องค์กร ต้องสะท้อนตัวตนจริงของแบรนด์

ในปี 2026 แรงกดดันจากสาธารณชนจะยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการ เลือกซื้อหรือไม่ซื้อสินค้า เลือกสนับสนุนหรือเลือกที่จะคว่ำบาตรแบรนด์ รายงาน Brand Trust ปี 2025 ของ Edelman ระบุว่า ผู้บริโภคต้องการสนับสนุนแบรนด์ที่มีคุณค่าเดียวกับตน และพร้อมคว่ำบาตรหรือประท้วงบริษัทที่มีความไม่สอดคล้องด้านคุณค่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Target ในช่วงต้นปี 2025 เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า การรับรู้ของสังคม สามารถส่งผลต่อยอดขายและชื่อเสียงองค์กรได้รวดเร็วเพียงใด ในโลกที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทที่เพิกเฉยต่อเสียงของลูกค้าอาจต้องเผชิญกับผลกระทบทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในที่สุดแล้ว ภาพลักษณ์สาธารณะไม่ใช่เพียงเรื่องการตลาด แต่คือความจริงที่กำหนดชะตาขององค์กร ทั้งในสายตาพนักงาน ผู้สมัครงาน และผู้บริโภค

ดังนั้นพูดได้ว่า ทิศทางโลกการทำงานในปี 2026 จะไม่ใช่แค่ปีของการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่เป็นปีที่องค์กรต้องตอบคำถามใหญ่ให้ได้ว่า จะสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ยุติธรรม ปลอดภัย และสอดคล้องกับคุณค่าของคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร เพราะในโลกที่พนักงานและผู้บริโภคมีเสียงดังขึ้นทุกวัน วัฒนธรรมองค์กรอาจกลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุด

อ้างอิง: Forbes

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...