โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุปสรรคของ Bitkub ต้องผ่าฟันก่อนขึ้นชั้น “บริษัทมหาชน” มีปมสะสางคดีเก่ากับ ก.ล.ต.-เคลียร์เงา SCBX พิสูจน์รายได้-กำไรท่ามกลางคริปโทวอล์ไทล์ ตัวชี้วัดว่าไทยพร้อมแค่ไหนกับหุ้นคริปโทฯ

THE STATES TIMES

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 08.30 น. • THE STATES TIMES TEAM

รายงานพิเศษ THE STATES TIMES ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา ชื่อของ Bitkub ไม่ได้อยู่แค่ในโลกคริปโทเคอร์เรนซีอีกต่อไป แต่เริ่มขยับเข้าสู่ “เขตแดนตลาดทุนกระแสหลัก” หลังผู้ก่อตั้งประกาศเป้าหมายผลักดันบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตาม เส้นทางจาก “เว็บเทรดคริปโทฯ” สู่ “บริษัทมหาชนในสายตานักลงทุนสถาบัน” ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ท่ามกลางทั้งปัจจัยด้านกฎเกณฑ์ ด้านภาพลักษณ์ และสภาพตลาดหุ้นที่ซบเซา

THE STATES TIMES ชวนสำรวจ “อุปสรรคสำคัญ” ที่ Bitkub ต้องสะสาง ก่อนจะขึ้นไปยืนบนกระดานซื้อขายในฐานะหนึ่งในบริษัทเทค-การเงินดิจิทัลของไทย

--------------------------------
1. แฟ้มคดี-คำสั่ง ก.ล.ต. ที่ยังตามหลอกหลอน
--------------------------------

Bitkub และบริษัทในเครือ เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต. ใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายหลายครั้งในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา กรณีสำคัญ ได้แก่

-การคัดเลือกเหรียญ KUB เข้าซื้อขายบนแพลตฟอร์ม
คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งให้ Bitkub Online และคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัล ชำระค่าปรับ จากข้อกล่าวหาเรื่องการคัดเลือกโทเคนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

-กรณีอดีต CTO ใช้ข้อมูลภายในเทรด KUB
อดีตผู้บริหารระดับสูงถูกลงโทษทางแพ่งจากการใช้ข้อมูลภายในในช่วงที่มีการเจรจาดีลขายหุ้นให้กลุ่ม SCBX พร้อมโทษปรับและห้ามดำรงตำแหน่งในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลช่วงเวลาหนึ่ง

-ประเด็นปริมาณซื้อขายเทียม และการดูแลทรัพย์สินลูกค้า
มีกรณีถูกลงโทษจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสร้างปริมาณซื้อขายเทียมในบางสินทรัพย์ และกรณีเก็บรักษาทรัพย์สินดิจิทัลของลูกค้าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ในบางช่วงเวลา

แม้บริษัทจะยอมรับคำสั่ง-ชำระค่าปรับ และประกาศปรับปรุงระบบภายใน แต่ในมุมมองของนักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแล แฟ้มประวัติเหล่านี้ยังเป็น “คำถามใหญ่” ว่า

ระบบควบคุมภายในของ Bitkub ดีพอในระดับบริษัทจดทะเบียนแล้วหรือยัง

การล้างภาพจาก “ผู้ถูกลงโทษบ่อยครั้ง” ไปสู่ “ผู้เล่นที่มีวินัยด้านกำกับดูแล” จึงเป็นด่านแรกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

--------------------------------
2. บทเรียนจากดีลล่ม SCBX
--------------------------------

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ชื่อ Bitkub ถูกจับตาในวงกว้าง คือดีลที่ SCB X (SCBX) ธุรกิจโฮลดิ้งของธนาคารไทยพาณิชย์ เคยประกาศจะเข้าซื้อหุ้น 51% ของ Bitkub Online มูลค่าประมาณ 17,850 ล้านบาท แต่ในเดือนสิงหาคม 2565 ทั้งสองฝ่ายประกาศยุติดีล โดยฝั่ง SCBX ระบุว่าระหว่างการตรวจสอบกิจการ (Due Diligence) พบว่า Bitkub

ยังอยู่ระหว่างการแก้ไขประเด็นตามข้อเสนอแนะและคำสั่งของ ก.ล.ต. ซึ่งไม่ชัดเจนเรื่องระยะเวลาจะแล้วเสร็จ

สำหรับผู้ติดตามตลาดทุน ดีลที่ล้มเหลวครั้งนั้นสะท้อนสองด้านพร้อมกัน
-ด้านหนึ่ง Bitkub ถูกมองว่ามีศักยภาพสูง ถึงขั้นธนาคารใหญ่สนใจถือหุ้น
-อีกด้านหนึ่ง ปัญหาด้านกำกับดูแลก็ตอกย้ำว่า เวทีของ “สถาบันการเงินขนาดใหญ่” ยังต้องการมาตรฐานที่เข้มกว่า “เว็บเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล” ทั่วไป

ก่อนจะพูดถึง IPO ครั้งใหม่ Bitkub จึงจำเป็นต้องอธิบายให้ชัดว่า
-ประเด็นที่เคยเป็นเหตุให้ดีลกับ SCBX ล้มลง ปัจจุบันจัดการไปถึงไหน
-ระบบ Compliance, การบริหารความเสี่ยง และ Audit ถูกยกระดับไปอย่างไรบ้าง

--------------------------------
3. ความท้าทายเรื่องรายได้-กำไร ในธุรกิจผูกกับวัฏจักรคริปโทฯ
--------------------------------

รายได้หลักของเว็บเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ มาจาก ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fee) ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายที่ผันผวนตามราคาคริปโทฯ

ในช่วง “ตลาดกระทิง” รายได้สามารถพุ่งสูง แต่ในช่วง “คริปโทวินเทอร์” รายได้อาจหดตัวอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ออุตสาหกรรมก็ยังสั่นคลอนจากกรณีล้มละลายของแพลตฟอร์มต่างประเทศหลายรายในช่วงที่ผ่านมา

Bitkub พยายามกระจายรายได้ ไปสู่ธุรกิจอื่น เช่น
-บริการ ICO Portal
-โครงสร้างพื้นฐาน Bitkub Chain
-โครงการเกี่ยวกับ NFT, Loyalty Point, Web3
-กิจกรรมสัมมนา–หลักสูตรความรู้ และบริการด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ

คำถามคือ ในสายตานักลงทุนตลาดหลักทรัพย์
1)โมเดลรายได้ของ Bitkub ยังผูกติดกับรอบกระทิง–กระทิงคริปโทฯ มากแค่ไหน
2) รายได้จาก “ธุรกิจใหม่” ที่ไม่ขึ้นกับราคาคริปโทฯ โดยตรง จะเติบโตพอจะทำให้ผลประกอบการ “นิ่งขึ้น” มากน้อยเพียงใด

หากยังตอบโจทย์นี้ไม่ได้ชัดเจน Bitkub อาจถูกมองเป็นเพียง “โบรกเกอร์คริปโทฯ ที่รายได้เหวี่ยง” มากกว่าจะเป็น “โครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล” ในระยะยาว

--------------------------------
4. เลือกตลาดลิสต์: ไทยที่ซบเซา หรือฮ่องกงที่เปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัล
--------------------------------

เดิมที Bitkub ส่งสัญญาณชัดว่า เป้าหมายคือการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2568 และอ้างว่าบริษัทมีผลประกอบการและโครงสร้างการเงินผ่านเกณฑ์หลักแล้ว

แต่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 2567–2568 กลับซบเซา ดัชนี SET ปรับตัวลงยาวนาน บริษัทใหม่ที่เข้าจดทะเบียนได้มูลค่าและสภาพคล่องไม่โดดเด่น ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิออกจากตลาดต่อเนื่อง

ในเวลาเดียวกัน ฮ่องกงพยายามผลักดันตัวเองเป็น “ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล” ของภูมิภาค เอื้อให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ และโทเคนเข้าระดมทุนได้ภายใต้กติกาที่ชัดเจนขึ้น

จึงมีรายงานข่าวว่า Bitkub กำลังพิจารณาทางเลือก IPO ที่ตลาดหุ้นฮ่องกง วงเงินราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2569 ซึ่งอาจทำควบคู่หรือแยกจากแผนในไทย

การเลือก “สนามระดมทุน” จะไม่ใช่เพียงเรื่องมูลค่าหุ้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
-ภาพลักษณ์ของบริษัท ว่าจะถูกมองเป็น “ผู้เล่นในประเทศ” หรือ “ผู้เล่นระดับภูมิภาค”
-กติกาด้านกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของแต่ละตลาด
-ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทย–ฮ่องกงในระยะยาว
ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ที่ผู้บริหาร Bitkub ต้องตอบทั้งกับตัวเอง และกับผู้ถือหุ้นเดิม–ผู้ถือหุ้นใหม่ในอนาคต

--------------------------------
5. รีแบรนด์จาก “เว็บเทรด” สู่ภาพลักษณ์ “สถาบันการเงินดิจิทัล”
--------------------------------

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bitkub พยายามสร้างภาพลักษณ์ด้านบวก ทั้งจาก
- รางวัลด้าน Digital Excellence, Customer Experience, Contact Center
-การประกาศใช้มาตรการ Proof of Reserve และยกระดับระบบความปลอดภัย
-การขยายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

แต่ในโลกของตลาดทุน สิ่งที่ถูกจับตามองมากขึ้น คือ “ธรรมาภิบาล” และ “โครงสร้างองค์กร”

ก่อนจะเป็นบริษัทมหาชน Bitkub ต้องตอบให้ได้ว่า
-โครงสร้างบอร์ดมีกรรมการอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบได้จริงหรือไม่
-คณะกรรมการตรวจสอบ, กรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบรรษัทภิบาล มีอำนาจและข้อมูลเพียงพอเพียงใด
-นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลลูกค้า, ความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity), การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และประเด็น ESG ถูกกำหนดและปฏิบัติจริงอย่างไร

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Bitkub ต้องเปลี่ยนภาพในสายตาสังคมจาก
“แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ที่โตเร็ว”
ให้กลายเป็น
“สถาบันโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงสถาบันการเงิน”
ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ด้วยแคมเปญประชาสัมพันธ์ในเวลาไม่นาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...