โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไซส์เล็ก “SMR” มีลุ้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ต.ค. 2566 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2566 เวลา 03.08 น.

แม้ว่าความเสียหายจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเป็นฝันร้ายของประชาชนทั่วโลก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “พลังงานนิวเคลียร์” กำลังจะกลายเป็นโซลูชั่นใหม่สำหรับอนาคตของโลกที่มุ่งสู่เนตซีโร่

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) กล่าวว่า พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ต้องใช้ปฏิกิริยาเผาไหม้ ใช้เพียงปฏิกิริยาฟิวชั่นและฟิชชั่น ซึ่งใช้เชื้อเพลิงน้อยเมื่อเทียบกับถ่านหิน

“หลายประเทศต่างสนใจเรื่องนี้ แต่ปฏิกิริยาฟิวชั่นยังเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะพลังงานฟิวชั่นเป็นแหล่งพลังงานที่เหมือนกับดวงอาทิตย์ เท่ากับว่ากำลังจะสร้างดวงอาทิตย์ขึ้นอีกดวงหนึ่ง เนื่องจากต้องใช้อุณหภูมิที่สูงระดับ 200 ล้านองศาเซลเซียส และรักษาระดับและควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีประเทศไหนในโลกสามารถทำได้และกำลังอยู่ในช่วงการศึกษา แต่คาดว่าอีกไม่เกิน 20 ปีนี้ก็น่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้น”

ขณะนี้หลายประเทศเริ่มทดลองเรื่องนี้ อาทิ จีนใช้สนามแม่เหล็กควบคุมปฏิกิริยาฟิวชั่น หรือโครงการ Artificial Sun ของจีน ที่ทดลองการสร้างพลาสมาที่อุณหภูมิ 120 ล้านองศาเซลเซียส ได้ในระยะเวลาประมาณ 2 นาที และพัฒนาจนสามารถรักษาอุณหภูมิ 70 ล้านองศาเซลเซียสได้เป็นเวลา 17 นาที แสดงให้เห็นว่ามีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าสู่พลังงานฟิวชั่นอย่างแท้จริง

“ผมมองว่าจีนจะเป็นประเทศแรกที่สามารถนำพลังงานฟิวชั่นมาใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะโครงการของสถาบันพลาสมาฟิสิกส์ (ASIPP) ได้ทดลองเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น มีชื่อว่า EAST และเตรียมต่อยอดไปสู่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น CFAPR ที่จะเริ่มสร้างในปี 2036 และจะแล้วเสร็จในปี 2050 ซึ่งคาดว่าจะมีกำลังผลิตไฟฟ้า 500 เมกะวัตต์”

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่นไปสู่โรงไฟฟ้าในโครงการระดับนานาชาติ เรียกว่า ITER (International Thermonuclear Experimental Reactor) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น รัสเซีย จีน และเกาหลีใต้ ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้า คาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบได้ในปี 2026

นายศิริวัฒน์กล่าวว่า ตอนนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย แบบ Small Modular Reactor (SMR) เปรียบเทียบโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั่วไปแล้วจะพบว่า SMR นั้นแม้จะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 300 เมกะวัตต์ แต่ก็ใช้พื้นที่น้อยแค่ประมาณ 100 ไร่

รวมถึงการจัดทำแผนฉุกเฉินในรัศมีก็ยังน้อยกว่า 1 กิโลเมตร หมายความว่าพื้นที่ความเสียหายจะเกิดแค่บริเวณแคบ ๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไปที่ต้องทำแผนฉุกเฉินถึง 16 กิโลเมตรรอบโรงงาน และมีปริมาณกากกัมมันตรังสีน้อยกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

“SMR มีข้อได้เปรียบ เพราะสามารถทำงานร่วมกับพลังงานหมุนเวียนและใช้ผลิตไฮโดรเจนได้ รวมถึงสามารถใช้แทนโรงไฟฟ้าฟอสซิลได้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ค่าไฟถูก ไม่ผันผวนตามราคาเชื้อเพลิงโลก แต่อย่างไรก็ตาม การสร้าง SMR นั้นจะต้องคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานนิวเคลียร์ตั้งแต่เรื่องเทคโนโลยี เงินทุน กรอบกฎหมาย ชุมชนและสิ่งแวดล้อม”

ล่าสุดคาดว่าจะมีการนำเสนอกำหนดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear power plant หรือ NPP) ในแผนพลังงานชาติ 2023 (NEP) และส่งให้ทางคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ โดย NPP ระยะที่ 1 จะใช้ระเวลา 2-3 ปี เพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะมีการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้และสถานที่ตั้ง

ส่วนระยะที่ 2 จะใช้เวลาประมาณ 5-6 ปี เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานศึกษาให้เหมาะสม และทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับ (EHIA) พร้อมขออนุมัติโครงการและขออนุญาตสถานที่ติดตั้ง

ต่อมาคือระยะที่ 3 คือการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ในส่วนนี้จะเป็นการขออนุญาตก่อสร้างมีการทดสอบเดินเครื่องและการขออนุญาตเดินเครื่อง และระยะสุดท้ายคือการเดินเครื่องบำรุงรักษาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง 60 ปี โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 13-16 ปี

“เมื่อรัฐบาลอนุมัติแผน PDP เสร็จเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลต้องทบทวนความพร้อมและเตรียมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้รองรับการศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และที่สำคัญคือ ต้องสื่อสารและให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ตลอดจนจัดการกฎหมายและกฎระเบียบให้ครอบคลุมเรื่องนิวเคลียร์ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอุตสาหกรรม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...