โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วาระแห่งชาติ รับมือสังคมผู้สูงวัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ม.ค. 2567 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2567 เวลา 08.31 น.
ภาพจาก : freepik

บทบรรณาธิการ

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดสังคมผู้สูงวัยจากสัดส่วนของประชากรอายุ 60-65 ปีขึ้นไป แบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกันคือ สังคมสูงวัย (Aged Society) มีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 7 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) มีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 14 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) มีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ

จากฐานข้อมูลของกรมการปกครองคาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2567 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด หรือ Super Aged Society อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมีประชากรผู้สูงอายุ หรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศที่ 66,057,967 คน โดยตัวเลขล่าสุดในเดือนธันวาคม 2566 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุอยู่ระหว่าง 20.1-20.2%

จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับ “อายุเฉลี่ย” ของคนไทยยืนยาวขึ้น หรือจากอายุเฉลี่ย 75 ปี ในปัจจุบันก็จะถูกปรับขึ้นมาเป็นอายุเฉลี่ย 85 ปี ในปี 2568 ในขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ภายในประเทศก็ลดลง เฉพาะปี 2565 มีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 400,000 คน หรือ “เกิดน้อยกว่าตาย” ดังนั้นหากปล่อยให้ภาวะประชากรของประเทศดำเนินการไปเช่นนี้ มีการคาดการณ์ว่า ในอีก 60 ปีข้างหน้า ประชากรไทยจะลดลงครึ่งหนึ่งหรือเหลือจำนวนประชากรเพียง 33 ล้านคน แบ่งเป็น วัย 0-14 ปี เหลือ 1 ล้านคน วัยทำงานเหลือ 14 ล้านคน และวัยสูงอายุเพิ่มเป็น 18 ล้านคน

เท่ากับจำนวนประชากรในวัยทำงานของประเทศไทยจะลดน้อยลง แต่ประชากรวัยสูงอายุจะมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องมีการเตรียมเงินเพื่อใช้จ่ายในช่วงอายุที่เหลือ โดยโครงสร้างจำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจะกระทบกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ เพราะประชากรวัยทำงานลดลง การเก็บภาษีเงินได้บุคคลก็จะลดลง จนถึงขั้นอาจจะต้องมีการนำเข้า “แรงงานในวัยทำงาน” จากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วรัฐบาลจะต้องทำแผนรับมือทันที โดยล่าสุดจะมีการกำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรด้วยการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพระยะเวลา 5 ปี (2566-2570) ผ่านทางคณะกรรมการอำนวยการส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพเพื่อพัฒนาประชากรและทุนมนุษย์ ด้านหนึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนประชากร ลดทัศนคติการมีบุตรคนเดียว ซึ่งจะเห็นผลระยะยาวในอีก 60 ปีข้างหน้า อีกด้านหนึ่งจำเป็นต้องมีกลไกการดูแลผู้สูงอายุ จัดหางานให้ทำตามศักยภาพและภาระรับผิดชอบที่ยังคงมีอยู่ เพื่อลดการพึ่งพาให้มากที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วาระแห่งชาติ รับมือสังคมผู้สูงวัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...