โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“Golden Boy” รูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ประติมากรรมสำริด ศิลปะเขมรแบบพิมาย ที่ไทย (เพิ่ง) ได้คืนจากสหรัฐ!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 ธ.ค. 2566 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2566 เวลา 12.22 น.
รูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 Golden Boy ศิลปะเขมรแบบพิมาย โบราณวัตถุ ได้คืน จาก The MET

รูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 หรือ “Golden Boy” ประติมากรรมสำริดปิดทองทั้งองค์ เป็นโบราณวัตถุสำคัญ 1 ใน 2 ชิ้น (อีกชิ้นคือ ประติมากรรมสตรีนั่งชันเข่าพนมมือสูง) ที่ประเทศไทยได้รับแจ้งคืนจาก The Metropolitan Museum of Art (The MET) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นับเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีในแวดวงประวัติศาสตร์และโบราณคดีของไทย

ดร. ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการอิสระด้านโบราณคดี เล่าถึง รูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ไว้ในเฟซบุ๊กแอคเคานต์ Tanongsak Hanwong ว่า รูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มีรูปแบบศิลปะเขมรแบบพิมาย (พ.ศ. 1623-1650) พบที่ปราสาทบ้านยางหรือบ้านยางโปร่งสะเดา ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์

ชาวบ้านขุดพบตั้งแต่ พ.ศ. 2518 แล้วขายให้พ่อค้าในราคา 1,000,000 บาท จากนั้นถูกนำออกจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ผ่านบริษัทประมูล Spink & Son และนำไปจัดแสดงที่ The MET นิวยอร์ก

ทำไมถึงเรียกว่าศิลปะเขมรแบบพิมาย? ดร. ทนงศักดิ์ ให้คำตอบว่า หากกำหนดรูปแบบศิลปะเขมรโดยนักวิชาการชาวฝรั่งเศส มักเรียกตามชื่อแบบศิลปะตามปราสาทสำคัญหรือปราสาทประจำรัชกาล เช่น

ปราสาทบาปวน สร้างโดยราชวงศ์ของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (พ.ศ. 1560-1623) เรียกศิลปะเขมรแบบบาปวน ในประเทศไทย ได้แก่ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปราสาทพนมวัน ปราสาทสด็กก็กธม เป็นต้น

ปราสาทนครวัด ปราสาทประจำรัชกาลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (หลานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6) เรียกศิลปะเขมรแบบนครวัด (พ.ศ. 1655-1688) ในประเทศไทยได้แก่ ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทศรีขรภูมิ เป็นต้น

ปราสาทบายน ปราสาทประจำรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (เหลนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6) เรียกศิลปะเขมรแบบบายน (พ.ศ. 1724-1763) ในประเทศไทยได้แก่ ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาเมือน กุฎิฤษีเมืองพิมาย เป็นต้น

ปราสาทหินพิมาย ภายในเมืองพิมาย ประจำรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เรียกศิลปะนครวัดตอนต้น จึงควรเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ตามชื่อปราสาทคือ ศิลปะเขมรแบบพิมาย (พ.ศ. 1623-1650)

ศิลปะเขมรแบบพิมายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่พัฒนาการต่อเนื่องจากแบบบาปวน และให้อิทธิพลต่อแบบนครวัด จึงมีความแตกต่างไปจากศิลปะแบบบาปวนกับแบบนครวัดอย่างชัดเจน ศิลปะแบบพิมายในกัมพูชาได้แก่ ปราสาทพงตึก

“Golden Boy มีพัฒนาการของผ้านุ่งสั้นที่มีชายสมอรูปหางปลาด้านหน้า ผ้านุ่งสั้นที่โค้งเว้าเห็นสะดือแบบบาปวน มีเข็มขัดรัด แต่ไม่มีขอบชายสมอต่อตรงลงมาจากขอบผ้านุ่งเหนือเข็มขัด ได้ส่งต่อให้แบบพิมาย และยังใช้ต่อเนื่องมาจนถึงแบบนครวัดตอนต้น ด้วยเหตุที่ลักษณะผ้านุ่งของ Golden Boy ใกล้เคียงกับภาพสลักผ้านุ่งที่ปราสาทหินพิมายมากกว่าที่อื่น จึงเรียกศิลปะเขมรแบบพิมาย”

ดร. ทนงศักดิ์ บอกด้วยว่า รูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 พบที่บ้านยาง จึงมีความสำคัญสอดคล้องกับหลักฐานจารึก ที่พบบริเวณที่ราบเขาพนมรุ้ง ซึ่งกล่าวถึงต้นกำเนิด “ราชวงศ์มหิธรปุระ” ราชวงศ์ใหม่ที่สถาปนาโดยพระองค์

จารึกปราสาทพระขรรค์ กล่าวถึงพระองค์ที่ทรงเลือกถิ่นฐานเดิม เพื่อตั้งราชธานีปกครองอาณาจักรเขมร เชื่อว่าคือ “เมืองพิมาย” ก่อนที่เชื้อสายของราชวงศ์มหิธรปุระจะย้ายเมืองหลวงกลับไปยังเมืองพระนคร สร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกคือ “ปราสาทนครวัด”

“หากไร้พรมแดนดังเช่นในอดีต คงหมดปัญหาเรื่องข้อถกเถียงว่า Golden Boy พบที่บ้านยางจริงหรือไม่ เพราะทั้งสองดินแดนในปัจจุบันต่างสืบสายมาจากวัฒนธรรมแบบเขมร ที่ครั้งหนึ่งก็เคยมีชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์อยู่ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงสมัยทวารวดี ก่อนที่จะสลายปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมแบบเขมรที่มีอิทธิพลทางด้านต่างๆ มากกว่า ความรู้ความเข้าใจศิลปะที่ถ่ายทอดโดยสังคมมนุษย์ในอดีต คงช่วยคลายความขัดข้องใจไม่มากก็น้อย”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เฟซบุ๊กแอคเคานต์ Tanongsak Hanwong. เข้าถึงเมื่อ 17 ธันวาคม 2566. โดยได้รับอนุญาตจาก ดร. ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ ให้นำข้อมูลมาเผยแพร่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 ธันวาคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...