โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่ร้อง ไม่มี7พันบาทค่าผ่าคลอด หมอให้เหน็บยาเร่ง 3 ครั้ง ผ่าฉุกเฉินลูกไม่รอด

Khaosod

อัพเดต 23 ต.ค. 2566 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2566 เวลา 13.56 น.

แม่ร้อง ไม่มี7พันบาทค่าผ่าคลอด หมอให้เหน็บยาเร่ง 3 ครั้ง ผ่าฉุกเฉินลูกไม่รอด ไกล่เกลี่ยถึง 4 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบหรือการเยียวยาอะไรจากทางโรงพยาบาล รวมถึงแพทย์เจ้าของไข้

จากกรณีสาวอายุ 29 ปี ที่เคยมาร้องสื่อ ก่อนหน้านี้หลังแพทย์โรงพยาบาลรัฐ ในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกค่าผ่าคลอด 7,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่มีเงิน จึงให้ใช้ยาเหน็บเร่งคลอด กระทั่งทารกเสียชีวิต หลังคลอดออกมาได้เพียง 2 วัน โดยแม่ของทารก ตัดสินใจเก็บศพใส่โลงเย็น ตั้งไว้หน้าบ้าน แล้วประกาศจะไม่เผาลูก จนกว่าจะได้รับความยุติธรรม

วันที่ 23 ต.ค.2566 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กทม. น.ส.พิศอาภรณ์ หรือ แอน อายุ 29 ปี แม่ของ “น้องออร์แกน“ ทารกวัยเพียง 2 วันเข้าร้องเรียน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากลูกสาวเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

น.ส.พิศอาภรณ์ เล่าทั้งน้ำตาว่า เธอตั้งครรภ์ลูกคนแรก ตอนอายุครรภ์ได้ 2 เดือน ก็ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามสิทธิการรักษาประกันสังคม จากนั้นก็ไปพบแพทย์ตามนัดเรื่อยมา จนกระทั่งใกล้คลอด ตัวเธอเริ่มมีอาการเวียนหัว ปวดหัว และอาเจียน ประกอบกับมีโรคประจำตัว คือ โลหิตจาง เบาหวาน และความดันสูง จึงเริ่มมีความกังวลกลัวตัวเองและลูกจะเป็นอันตราย แล้วได้ปรึกษาแพทย์เรื่องการผ่าคลอด

ซึ่งแพทย์ระบุว่าทำได้ แต่ต้องฝากพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 7,000 บาท แต่เธอไม่มีเงิน จึงไม่ได้ฝากพิเศษตามที่แพทย์แนะนำ แล้วแพทย์ได้ให้ยาเร่งคลอดกับเธอ 3 ครั้ง หลังครรภ์ครบ 40 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 20-22 กันยายน ซึ่งครั้งแรกกับครั้งที่ 2 ลูกในครรภ์ยังปกติดี แต่พอเหน็บเร่งคลอดครั้งที่ 3 ลูกของเธอก็มีอัตราการเต้นของหัวใจตกลงเรื่อยๆ จนแพทย์เข้ามาตรวจบอกว่ารกพันคอ

ต้องรีบเอาตัวเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน และผ่าคลอดฉุกเฉินทันที แล้วปรากฎว่าเมื่อลูกคลอดออกมา ก็มีอาการขาดออกซิเจน มีภาวะหยุดหายใจ ปอดแตกจากการสำลักขี้เทา ต้องรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชบุรี และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

น.ส.พิศอาภรณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าเกิดจากการรักษาที่ผิดพลาด โดยเฉพาะการที่แพทย์ให้เธอเหน็บยาเร่งคลอดครั้งที่ 3 แล้วไม่ยอมผ่าคลอดให้ รอจนกระทั่งลูกมีอาการผิดปกติ จนต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน

และที่ผ่านมา ได้ไปไกล่เกลี่ยถึง 4 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบหรือการเยียวยาอะไรจากทางโรงพยาบาล รวมถึงแพทย์เจ้าของไข้ด้วย และแพทย์เจ้าของไข้บอกว่า หากจะฟ้องให้ไปฟ้องที่องค์กรไม่ใช่มาฟ้องที่ตัวบุคคล เพราะแพทย์ทำดีที่สุดแล้ว ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมประกอบกับเมื่อพูดถึงเงิน 7,000 บาท ที่เป็นเงินฝากพิเศษดังกล่าวกลับได้รับคำตอบว่า “ตอนนั้นเป็นการพูดเล่น” ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียใจ และอยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

น.ส.พิศอาภรณ์ ยืนยันว่า ทางครอบครัวจะไม่เผาลูกสาว และจะเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้ “ น้องออร์แกน “ ลูกสาวคนแรกให้ได้

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า หลังจากนี้จะประสานกระทรวงยุติธรรมให้ประสานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผ่าชันสูตรน้องถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงจะประสานสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อประสานเงินเยียวยาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการรักษา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...