โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KCE ธุรกิจเข้าสู่ขาขึ้น ...ดันงบโตแรง 2 ปีซ้อน!

efinanceThai

เผยแพร่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 06.25 น.

เช้านี้ KCE ดีดทำนิวไฮรอบ 2 เดือน คาดเกิดจากแรงเก็งงบ Q3/64 ที่โบรกฯประเมินโตเกิน 200% ขณะที่ Q4/64 ยังร้อนแรงไม่หยุด หลังจ่อรับรู้กำลังผลิตใหม่ หนุนโบรกฯอัพเป้ากำไรปีนี้ คาดโต 116 – 120% YoY ชี้ยังโตแกร่งอีก 2-3 ปี ตามอุตสาหกรรม 5G -  Autonomous Driving

 

*** นิวไฮ 2 เดือน เก็งงบ Q3/64 โตกระฉูด

 

ราคาหุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ช่วงเช้าวันนี้ (26 ต.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 88 บาท ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 85.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.5 บาท หรือ 3.01% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 196.45% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ ราคาหุ้น KCE เช้านี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 2 เดือน เนื่องจากคาดว่า เกิดจากแรงเก็งกำไรงบการเงินไตรมาส 3/64 ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ คาดการณ์ว่า กำไรสุทธิช่วงดังกล่าว ของ KCE จะเติบโตได้อย่างโดดเด่น แม้จะเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ก็ตาม
 

*** กูรูคาดงบ Q3/64 โตเกิน 200% ยอดขายปัง–บาทอ่อนหนุน

 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า KCE จะรายงานกำไรปกติไตรมาส 3/64 ที่ 657 ล้านบาท เติบโตขึ้น 265% จากปีก่อน และ เติบโตขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากรายได้หลักคาดทำได้ 3.8 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 40.5% จากปีก่อน และ เติบโตขึ้น 8.2% จากไตรมาสก่อน เพราะยอดขาย ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องที่ 116.2 ล้านดอลลาร์ฯ เติบโตขึ้น 33% จากปีก่อน

ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้น คาดว่าจะอยู่ที่ 30% เพิ่มขึ้น 1,099 bps จากปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 96 bps จากไตรมาสก่อน เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่า 5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 5.5% จากไตรมาสก่อน ประกอบกับ มีการปรับราคาขายขึ้น ช่วยชดเชยต้นทุน ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ 

เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง ที่ประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/64 ของ KCE ไว้ที่ 628 ล้านบาท เติบโตขึ้น 239% จากปีก่อน และ เติบโตขึ้น 13% จากไตรมาสก่อน แม้ว่าจะเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ยังมีปัจจัยหนุนผลการดำเนินงาน อาทิ การปรับขึ้นราคาขาย และ เงินบาทอ่อนค่า
 

*** เพิ่มกำลังผลิตใหม่เห็นผล ดันงบ Q4/64 โตต่อเนื่อง

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรปกติไตรมาส 4/64 ของ KCE ไว้ที่ 775 ล้านบาท เติบโตขึ้น 85% จากปีก่อน และ เติบโตขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายเติบโตขึ้น 18% จากปีก่อน หลังเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในโรงงานลาดกระบัง 3 แสน ตารางฟุต/เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และ โรงงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็เพิ่มกำลังการผลิตขึ้น 3 แสน ตารางฟุต//เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.ด้วยเช่นกัน 

ขณะที่ บล.บัวหลวง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า KCE ตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น ตั้งแต่เดือน ก.ย. – ต.ค.นี้ ซึ่งหากอ้างอิงคำสั่งซื้อล่วงหน้าก่อนหน้านี้ คาดว่า  KCE จะได้ใช้กำลังผลิตใหม่อย่างเต็มที่ จึงทำให้เราประเมินยอดขายไตรมาส 4/64 ของ KCE ไว้ที่ 139 ดอลลาร์ฯ เติบโตขึ้น 25% จากปีก่อน และ เติบโตขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน 

ทั้งนี้ การขยายกำลังผลิตรอบสุดท้าย สำหรับโรงงานในปัจจุบัน มีต้นทุนส่วนเพิ่มที่ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้คาดว่า ในช่วงไตรมาส 4/64 กำไรขั้นต้นของ KCE จะอยู่ที่ 33% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 24% และ จะทำให้กำไรปกติในช่วงดังกล่าวของ KCE อยู่ที่ 819 ล้านบาท เติบโตขึ้น 89% จากปีก่อน และ เติบโตขึ้น 30% จากไตรมาสก่อน
 

*** โบรกฯอัพเป้ากำไรปี 64 ทันที หลังหนทางดูสดใสเกินคาด

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ KCE ขึ้นจากเดิมอีก 5% เป็น 2.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 119% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อให้ใกล้เคียงกับ กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปีนี้ ทีคาดว่า จะคิดเป็น 72% ของประมาณการเดิมที่ 2.3 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 110% จากปีก่อน

ทั้งนี้ ได้ปรับสมมติฐานเงินบาทปี 64 มีแนวโน้มอ่อนค่ากว่าคาดการณ์เดิม โดยประมาณการใหม่ คาดเงินบาทปีนี้ จะเฉลี่ยอยู่ที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์ ประกอบกับ ปรับคาดการณ์รายได้ของ KCE ขึ้นเป็น 480 ล้านดอลลาร์ฯ เติบโตขึ้น 29% จากปีก่อน
 
ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ KCE ไว้ดังนี้

บล.  กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.) %chg YoY ฟินันเซียฯ 2,480  120 บัวหลวง 2,435 116

*** ปี 65 ขยายกำลังผลิต รับคำสั่งซื้อล้น หนุนกำไรโตแจ่มอีกปี

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า กำไรสุทธิปี 65 ของ KCE จะอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 33% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากการขึ้นโรงงานใหม่ ที่นิคมโรจนะ กำลังการผลิตรวม 2 ล้านารางฟุต และ เน้นไปที่การผลิต HDI กว่า 50% ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงสุด โดยโรงงานดังกล่าว จะเริ่มเดินเครื่องผลิตเฟส 1 ในไตรมาส 4/65 

ทั้งนี้ ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ KCE จะเติบโตอย่างโดดเด่นในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย เนื่องจากคาดว่าเป็นผู้เล่นรายหลัก ที่จะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรม 5G และ Autonomous Driving ที่ยังมีรอบการเติบโตที่โดดเด่นอีก 2-3 ปี

สอดคล้องกับ บล.บัวหลวง ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ KCE ไว้ที่ 3.5 พันล้านบาท 47% จากปีก่อน เนื่องจากคาดว่า ในช่วงปี 65 ทาง KCE จะไม่มีการลดราคาขายให้กับลูกค้า 1-3% ตามเหตุการณ์ปกติ ที่มักปรับลดราคาขายให้ในช่วงปีถัดไป 

ขณะที่คำสั่งซื้อของลูกค้าส่วนใหญ่ ยังเติบโตจากปีก่อนในระดับเลขสองหลัก จึงคาดว่า KCE จะใช้กำลังการผลิตเต็มที่ ตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 65 ก่อนที่จะมีกำลังผลิตใหม่เพิ่มเข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปี 65 จากการทยอยเปิดโรงงานแห่งใหม่ ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/65 เป็นต้นไป
 

*** โบรกฯส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เหตุชอบการเติบโต

 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า กำไรสุทธิปี 64 ของ KCE มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างโดดเด่น นอกจากนั้น ยังมองว่า ธุรกิจของ KCE ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกอย่างน้อย 2-3 ปี ตามการเติบโตของอุตสาหกรรม 5G และ Autonomous Driving

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.) บัวหลวง ซื้อ     107.00 ฟินันเซียฯ ซื้อ     100.00 หยวนต้า ซื้อ     99.00 ซีจีเอสฯ ซื้อ     93.00 เคจีไอ  ถือ 80.00 ราคาเฉลี่ย 95.80

แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะยังคงแนะนำซื้อ KCE จากแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ แต่สำหรับบางโบรกฯ ที่แนะนำเพียงถือ เป็นเพราะราคาหุ้น KCE ที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเช้าวันนี้ ทำให้ KCE ใกล้เต็มมูลค่า แต่เมื่อเทียบราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน กับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ KCE ยังมีอัพไซด์ราว 10.43%    

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...