หมอหม่อง ยกงานวิจัย มช.เตือนอันตราย น้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ ปนเปื้อนเชื้อ 'อีโคไล' จากอุจจาระ
หมอหม่อง ยกงานวิจัย มช.เตือนอันตราย น้ำตกก่อนขึ้นดอยสุเทพ ปนเปื้อนเชื้อ ‘อีโคไล’ จากอุจจาระ เสียดายธรรมชาติเละเทะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ หมอหม่อง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ได้อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยของ มช.ที่ระบุว่าน้ำตกที่อยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ ใกล้จุดชมวิว ก่อนถึงโค้งขุนกัณฑ์ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำตกรับเสด็จ” มีการปนเปื้อนเชื้ออีโคไล (E.coli) ปริมาณสูง โดยเชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียที่มาจากอุจจาระ
นพ.รังสฤษฎ์ระบุเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า น้ำตก อีโคไล E.coli waterfall. เวลาเราขับรถขึ้นดอยสุเทพ ใกล้จุดชมวิว ก่อนถึงโค้งขุนกัณฑ์สักเล็กน้อย จะมีน้ำตกน่ารักๆ อยู่ข้างทางซ้ายมือ ผมมักเห็นนักท่องเที่ยว นักวิ่ง นักปั่น ที่เหนื่อยล้า แวะพัก รับความสดชื่นจากน้ำตก บ้างกวักน้ำมาล้างหน้า บ้างก็รองมือดื่มกิน ผมอยากจะเตือนว่าไม่นานมานี้มีการสำรวจเก็บตัวอย่างน้ำจากลำห้วยต่างๆ บนดอยสุเทพ พบว่า น้ำตกแห่งนี้เป็นจุดที่มีค่าของปริมาณ E.coli ปนเปื้อนสูงที่สุด
นพ.รังสฤษฎ์กล่าวว่า E.coli เป็นแบคทีเรียที่มาจากอุจจาระ ก็คงไม่น่าแปลกใจอะไรนะครับ เพราะเหนือน้ำตกนี้ขึ้นไป คือ ชุมชนขนาดใหญ่ ร้านค้านับร้อย รองรับนักท่องเที่ยวที่มาวัดพระธาตุดอยสุเทพนับหมื่นคนต่อวัน โดยไม่มีระบบจัดการน้ำเสียที่จริงจัง ของเสีย สิ่งปฏิกูล ถูกทิ้งลงทางน้ำธรรมชาติ น้ำตกนี้ มีคนตั้งชื่อว่า “น้ำตกรับเสด็จ” บางปี ก็เอาดอกไม้สีสวยๆ มาประดับ ดูภายนอกก็สวยดี แต่เนื้อในนั้น…
“ผมไม่แน่ใจว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ต้องเข้ามารับผิดชอบแก้ไข มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราปล่อยให้ลำธารธรรมชาติเสียหาย เละเทะแบบนี้มานานนับปี ขอฝากเตือนไว้สำหรับผู้ผ่านทางและนักวิ่ง นักปั่นทุกท่าน อย่าเอาน้ำตกเย็นๆ ตรงนี้ มาล้างหน้ากัน แทนที่จะได้ความสดชื่น เดี๋ยวจะไม่สบายเอาครับ” นพ.รังสฤษฎ์ระบุ
นพ.รังสฤษฎ์ระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากผมให้ข้อมูลเรื่องน้ำตกอีโคไล มีคนออกมาแย้งว่า E.coli ไม่ใช่เชื้อก่อโรค ไม่เป็นอันตรายกับคน คือ อันนั้นถูกต้องครับ โดยทั่วไป E coli ไม่ใช่เชื้อก่อโรคโดยตรง จะมีบางสายพันธุ์เท่านั้น (EHEC) ที่เป็นอันตราย เกิดลำไส้อักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือดได้ แต่พบไม่บ่อย แต่การมี E.coli ในปริมาณสูง (กรณีน้ำตกรับเสร็จนี้คือ 92,000 โคโลนี ต่อน้ำ 100 ml โดยมาตราฐานน้ำใช้ ต้องไม่เกิน 126, มาตราฐานน้ำดื่ม = 0) มันเป็นตัวชี้วัดว่ามีการปนเปื้อนจากอุจจาระ มนุษย์ หรือสัตว์ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคอื่นๆ ปะปน (ที่เราไม่ได้ตรวจวัด) เช่น แบคทีเรียลำไส้อักเสบ salmonella shigella โปรโตซัว Giardia หรือไวรัส ตับอักเสบ A เป็นต้น ได้ครับ แต่ถ้าเป็นแนวสาวกพระบิดาก็คงรับได้กับ E.coli ครับ