โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 ส.ค. 2565 เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2565 เวลา 05.56 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ภูมิภาค 20 ส.ค. - เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำ ส่วน จ.นครพนม ระดมเครื่องสูบน้ำติดริมน้ำโขง พร้อมเร่งระบายน้ำ ด้านยโสธร แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่อาศัยอยู่และทำกินตามลำน้ำชีตอนล่าง ยกข้าวของขึ้นที่สูง

กรมอุตุนิยมวิทยาห่วงสถานการณ์ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคมนี้ ออกประกาศเตือนฉบับที่ 4 ให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก และเกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน ขณะที่หลายจังหวัดเร่งเตรียมแผนรับน้ำ

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 4 (207/2565) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-22 สิงหาคม 2565) โดยในช่วงวันที่ 20-22 สิงหาคม 2565 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตราย จากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งมีดังนี้

วันที่ 20 สิงหาคม 2565 ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด ภาคใต้ : จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 21 สิงหาคม 2565 ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 22 สิงหาคม 2565 ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลพพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา

เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ
ส่วนที่ จ.ชัยนาท สถานการณ์น้ำเจ้าพระยา วันนี้ เมื่อเวลา 06.00 น. น้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 นครสวรรค์ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 44 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ กรมชลประทานเตรียมปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ในช่วงวันที่ 20-24 สิงหาคมนี้ เนื่องจากคาดจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ส่งผลให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มเจ้าพระยา ไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง จะมีปริมาณระหว่าง 1,900-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงต้องทยอยปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จาก 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปจนถึงอัตรา 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเริ่มทยอยปรับตั้งแต่วันนี้

ในช่วงวันที่ 23-25 สิงหาคม 2565 จะปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500-1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 40-80 เซนติเมตร จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย เตรียมรับสถานการณ์ และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ระดมเครื่องสูบน้ำประจำ 4 อำเภอ ติดริมโขง พร้อมเร่งระบายน้ำ
ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องวันละประมาณ 20-30 เซนติเมตร ล่าสุดวัดได้อยู่ที่ 8.50 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่งเพียงแค่ 4 เมตร จากจุดกำหนดไว้ 13 เมตร โดย 4 อำเภอ พื้นที่เสี่ยงติดน้ำโขง ประกอบด้วย อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมือง และ อ.ธาตุพนม ยังเฝ้าระวังป้องกันน้ำโขงหนุนลำน้ำสาขา

โดยทางเทศบาลเมืองนครพนม ยังเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ติดตั้งเสริมรวม 4 จุด เพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ชุมชนตัวเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ ไหลระบายลงน้ำโขง ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือฝนตกหนักต่อเนื่อง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนจะมีฝนตกหนักในช่วง 2-3 วัน เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง รอระบายลงน้ำโขง

ด้านโครงการชลประทานนครพนม และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ประเมินสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากปริมาณเก็บกักน้ำในลำน้ำก่ำเริ่มเพิ่มขึ้น ล่าสุดมีปริมาณเก็บกัก ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของความจุ จึงต้องเร่งระบายน้ำจากลำน้ำก่ำ ที่รองรับมวลน้ำมาจากหนองหาร จ.สกลนคร

เขื่อนยโสธรแขวนบานประตูระบายน้ำ
ที่ยโสธร เขื่อนยโสธร อิทธิพลของพายุดีเปรสชันมู่หลาน ทำให้มีปริมาณฝนตกหนักทางตอนบนและตลอดพื้นที่ลำน้ำชี ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาซีล่างและเซบายล่าง ประกาศเรื่องแขวนบานประตูระบายน้ำ (ยกบานพันน้ำ) พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ที่อาศัยอยู่และทำกินตามลำน้ำชีตอนล่าง เก็บอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำการประมงและทำการเกษตร เช่น เครื่องสูบน้ำ ตาข่ายดักปลา เรือ ตลอดจนการปรับระดับแพสูบน้ำด้วยไฟฟ้าตามระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น/ลดลง และยกข้าวของขึ้นที่สูง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...