โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คนละครึ่ง สตง.บี้ตรวจ ชี้ตั้งวงเงินเยอะ แต่ใช้จริงไม่หมด พบร้านค้าทุจริต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2565 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2565 เวลา 01.22 น.

สตง.บี้ตรวจ “คนละครึ่ง” ชี้พบปัญหาตั้งวงเงินไว้เยอะแต่ใช้จริงไม่หมด ทำรัฐเสียโอกาสนำเงินไปดูแลโครงการอื่น พบปัญหาร้านค้าทุจริต แนะติดตามเบิกจ่ายงบประมาณ เปลี่ยนหน่วยงานดูแลโครงการ

วันที่ 2 สิงหาคม 2565 นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบผลดำเนินโครงการคนละครึ่ง ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่เดือน ต.ค. 63-เม.ย. 65 และใช้วงเงินรวมกว่า 213,300 ล้านบาท

โดยได้พบประเด็นสำคัญ ได้แก่ มีจำนวนผู้ใช้สิทธิต่ำกว่าเป้าหมายทั้ง 4 ครั้ง เช่น ครั้งที่ 4 เป้าหมาย 29 ล้านคน แต่มีผู้ใช้สิทธิเพียง 26.38 ล้านคน ซึ่งการที่จำนวนผู้ใช้สิทธิต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามเป้า

ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ 30 เม.ย. 65 มีงบประมาณคงเหลือถึง 23,153 ล้านบาท ทำให้เกิดค่าเสียโอกาสที่รัฐบาลจะนำเงินในส่วนนี้ไปใช้ในโครงการอื่น ๆ ที่สำคัญและเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด

ส่วนอีกประเด็น คือ พบการใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งมีร้านค้าและประชาชนที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนถูกระงับสิทธิ และเรียกเงินคืน 296 ราย ซึ่งแม้รัฐจะพยายาประชาสัมพันธ์ และพัฒนาระบบเพื่อป้องกันปัญหา แต่ก็ยังพบการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เป็นระยะ ๆ

สตง.จึงมีข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการคนละครึ่ง มีภารกิจหลักที่ไม่สอดคล้องกับโครงการ เพราะเมื่อตรวจพบผู้กระทำผิดจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารจำนวนมาก จึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน

“สตง.จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่กำกับดูแลและที่รับผิดชอบพิจารณาเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม เพื่อให้จำนวนผู้เข้าร่วมสอดคล้องความเป็นจริง ขณะเดียวกันควรติดตามและประมาณการเบิกจ่ายอย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องรอให้สิ้นสุดโครงการ เช่น การคืนวงเงินของผู้ที่ไม่เริ่มใช้สิทธิครั้งแรกภายในกำหนด เป็นต้น”

ขณะเดียวกัน หากจัดทำโครงการลักษณะเดียวกันในระยะต่อไป ควรมอบให้หน่วยงานที่มีภารกิจสอดคล้องกับโครงการมารับผิดชอบ และควรทบทวนแนวทางการสร้างความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต โดยเน้นย้ำตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนหรือระหว่างการใช้งาน ว่ามีระบบคอยติดตามการกระทำผิดอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...