โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ธุรกิจทำลายขบวนการแรงงาน’ เหตุผลที่ขบวนการแรงงานอเมริกาอ่อนแอกว่ายุโรป

the Opener

เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 12.31 น. • The Opener

Libertus Machinus

สำหรับคนพอรู้เบสิคเรื่องสิทธิแรงงาน ทุกคนก็น่าจะรู้ว่าการรวมตัวกันเป็นองค์กรแรงงานหรือ "สหภาพ" เป็นสิทธิพื้นฐานขอแรงงานมาอย่างยาวนาน

แต่ทั้งที่เป็นแบบนี้ แรงงานในหลายประเทศก็ไม่ได้รวมตัวกันเพื่อทำการต่อรองเรื่องค่าจ้าง หรือสภาวะการทำงานใดๆ หรือพูดให้ตรงก็คือ เราอาจไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในหัวเลย การเข้าไปทำงานที่ไหน เราก็จะไม่มีคำถามว่าบริษัทนี้มีสหภาพที่แข็งแรงหรือไม่

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ถ้าจะตอบสั้นๆ ง่ายๆ ก็ต้องตอบว่าเพราะเราได้รับอิทธิพลจากสหรัฐอเมริกา และจริงๆ ชาติอื่นๆ ที่ส่งอิทธิพลกับสังคมไทยยุคปัจจุบัน อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็รับอิทธิพลจากสหรัฐอเมริกาทั้งนั้น โดยทุกประเทศที่ว่ามานั้น มีตัวเลขในการเข้าร่วมกับสหภาพของแรงงานค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรปทั้งหมด

พูดง่ายๆ เรา "นำเข้า" ความอ่อนแอของสหภาพแรงงานมาจากสหรัฐอเมริกานี่เอง แต่ถ้าจะถามต่อว่า ทำไมสหภาพแรงงานในสหรัฐอเมริกาถึงอ่อนแอ อันนี้ต้องอธิบายยาว

ธุรกิจทำลายขบวนการแรงงานในสหรัฐอเมริกา

ในอเมริกา "ธุรกิจทำลายขบวนการแรงงาน" ปัจจุบันมีมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญ เป็นธุรกิจที่ซับซ้อนแบบเป็นหนังสือได้เล่มหนึ่ง ซึ่งความน่าสนใจคือ เหล่าบริษัทในอเมริกายอมเทเงินไปให้อุตสาหกรรมพวกนี้เป็นล้านๆ เหรียญ เพื่อให้ "สหภาพแรงงาน" ไม่ถูกตั้งขึ้นในบริษัทของตน ในขณะที่ยุโรป ธุรกิจแบบนี้น่าจะไม่มีให้เห็น และบริษัทต่างๆ ก็มองว่าการมี "สหภาพแรงงาน" ในบริษัทเป็นเรื่องปกติมากๆ

นี่คือความต่างที่เห็นได้ชัดๆ แต่ต้นกำเนิดของความต่างนั้นย้อนไปได้เป็นร้อยปี

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 อเมริกากับยุโรปนั้นไม่มีความต่างกันด้านขบวนการแรงงานมากนัก สหภาพแรงงานถูกตั้งขึ้นอย่างกว้างขวาง การประท้วงนัดหยุดงานทั้งแบบรุนแรงและไม่รุนแรงมีอยู่ทั่วไป และแน่นอนว่าไม่มี "นายทุน" ที่ไหนแฮปปี้

สิ่งที่อเมริกาต่างจากยุโรปตั้งแต่ยุคนั้นคือ มีพวกธุรกิจเพื่อทำลายขบวนการแรงงานแบบเป็นล่ำเป็นสันและซับซ้อน มีการจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนมา "สลายการชุมนุม" ซึ่งนั่นมีตั้งแต่การแฝงตัวไปใช้ความรุนแรงทำลายความชอบธรรมของการชุมนุม ไปจนถึงการใช้ความรุนแรงดิบๆ ตรงๆ ซึ่งพวกนี้หลังๆ ก็มีเทคนิคที่ละมุนละม่อมขึ้นแบบแฝงตัวเข้่าไปยุยงในสหภาพ รวมถึงส่งคนไปปั่นหัวครอบครัวของคนในสหภาพว่าสหภาพนั้นทำลายครอบครัว

ย้ำว่านี่ทำเป็น "ธุรกิจ" แบบมีบริษัทรับจ้างทำสิ่งเหล่านี้จริงจังมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 แล้ว และพวกบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องจ้าง "นักเลง" มาทำลายการชุมนุมแรงงาน เพราะมันมีบริษัทที่จัดการเรื่องพวกนี้แบบ "มืออาชีพ"

ความโหดกว่านั้นก็คือ เวลาคนงานหยุดงานประท้วง จะมีพวกคนงานที่ไม่เห็นด้วยกับการประท้วง และก็มีการตั้งบริษัทมาจัดจ้างทำงานแทนพวกคนงานที่ประท้วงด้วย ซึ่งก็แน่นอน เป้าหมายของพวกนี้คือ จะทำให้การนัดหยุดงานประท้วงไร้ความหมาย

จริงๆ ยุโรปก็มีอะไรแบบนี้แต่ในอัตราที่ต่างกัน แต่ความต่างจริงๆ คืออเมริกา"ภาครัฐ" นั้นมีการหนุนหลังนายจ้างในการ"ปราบปรามสหภาพ" มาโดยตลอด

ประเด็นนี้เกี่ยวกับเหตุการณ์และกฎหมายจำนวนมหาศาล แต่ถ้าจะอธิบายให้สั้นและง่ายก็คือ ในสหรัฐอเมริกาบรรยากาศของการ "กลัวคอมมิวนิสต์" มีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และนี่เลยทำให้รัฐบาลกลางใช้อำนาจในการยุติการชุมนุมของแรงงานมาตลอด และพอแรงงานต่อสู้ว่าการชุมนุมเป็นสิทธิที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญ สุดท้ายเรื่องไปถึงศาลสูงสุดและศาลก็ยืนยันว่ารัฐมีอำนาจยุติการชุมนุมได้ในปี 1895 และอำนาจในการยุติการชุมนุมของรัฐแบบนี้ก็ดำเนินมายาวๆ ถึง Norris-La Guardia Act ในปี 1932 ที่ยุติอำนาจรัฐในการยุติการชุมนุม "โดยสันติ" ของแรงงาน

แต่นี่หมายความว่า ในตอนต้นศตวรรษที่ 20 ทั้งบริษัทและรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา รวมหัวกันทำลายขบวนการแบบหนักๆ ซึ่งในเหตุการณ์นองเลือดหลายครั้ง จะเห็นว่า"ทหาร" มีเอี่ยวในการยุติการชุมนุมของแรงงานด้วย ไม่ใช่แค่พวกหน่วยรักษาความปลอดภัยเอกชนที่บริษัทจ้างมา

‘ความกลัวคอมมิวนิสต์’ ทำให้รัฐเกลียด-กลัวขบวนการแรงงาน

ความน่าสนคือ ในยุคเดียวกันยุโรปเลือกเดินไปคนละทางเลย ขบวนการแรงงานแข็งแรงมากในยุโรป ผลักดันให้เกิดรัฐสวัสดิการยุคแรกไม่พอ ยังผลักดันให้เกิดกฎหมายต่างๆ ที่จะ "ให้อำนาจ" แรงงานด้วย เช่น กฎหมายจำพวกป้องกันนายจ้างจะทำลายขบวนการแรงงานสารพัด ตั้งแต่ห้ามการขู่ตรงๆ ไปจนถึงการห้ามจ้างคนงานภายนอกมาทำงานแทนแรงงานช่วงที่มีการประท้วงหยุดงานด้วย

ทั้งหมดไม่เกิดในอเมริกา ทุกวันนี้ในอเมริกา การเรียกลูกจ้างไปขู่ว่าถ้าเข้าร่วมสหภาพจะโดนไล่ออกหรือจะเสียประโยชน์ต่างๆ เป็นเรื่องปกติ รวมถึงการว่าจ้างคนมาทำงานแทนช่วงประท้วงหยุดงานก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งปกติเลยในยุโรป

ถามว่าอะไรคือความต่าง ถ้าจะอธิบายด้วยปัจจัยใหญ่ก็คือ "ความกลัวคอมมิวนิสต์" ที่เป็นรากฐานของความคิดแบบอเมริกันมาตลอดศตวรรษที่ 20 น่ะแหละ ด้วยบรรยากาศที่ทำให้เกิดการ "ล่าแม่มด" กันแบบเปิดเผยในหน่วยงานรัฐ ไม่แปลกอะไรที่รัฐเดียวกันนี้จะเกลียดและกลัวขบวนการแรงงานมากๆ แบบ "ไฟเขียว" ทางกฎหมายให้เอกชนจัดการได้

จะบอกว่า มันกลายมาเป็น"นิสัยประจำชาติ" ก็ได้ เพราะตอนที่ ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ชนะเลือกตั้งมาไม่นาน ในปี 1981 วีรกรรมของเค้าอย่างหนึ่งคือ การไล่แรงงานด้านการบินของรัฐที่ประท้วงนัดหยุดงานออกเกิน 10,000 คน และก็มีการว่าจ้างคนนอกมาทำงานแทนแรงงานพวกนี้โดยทันที

นั่นคือตอนที่เป็นช่วงปลายสงครามเย็น ซึ่งทุนนิยมชนะแน่ๆ แล้ว และความกลัวคอมมิวนิสต์แทบไม่มีเหลือแล้ว สิ่งที่เรแกนทำก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการกลัวคอมมิวนิสต์ แต่เรแกนทำเพราะมันเป็นเรื่องปกติที่จะทำ ทำเพราะมันคือ "วิธีอเมริกัน" ซึ่งคนยุโรปเห็นก็น่าจะช็อคมาก เพราะการที่บริษัทในยุโรปจะไล่คนออกทั้งแผง เพราะลุกขึ้นมาประท้วงเพื่อสิทธิแรงงานนั้น เป็นสิ่งที่คนยุโรปปลายศตวรรษที่ 20 จินตนาการไม่ออกแน่ๆ

แต่ในอเมริกา รัฐสามารถทำแบบนี้ได้อย่างหน้าตาเฉย โดยคนที่เป็นประธานาธิบดีที่ชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์มา และทำไปแล้ว เลือกตั้งอีกรอบก็ยังชนะแบบแลนด์สไลด์อีก ทั้งหมดมันกับเหมือนสังคมอเมริกันได้ยืนยันแล้วว่า ของพวกนี้คือสิ่งที่ "รับได้" หรือกระทั่ง "เป็นเรื่องปกติ"

ส่งออก ‘วิธีคิดแบบอเมริกัน’ ไปทั่วโลก

แน่อนว่า "วิธีคิดแบบอเมริกัน" แบบนี้ส่งไปทั่วโลกยุคสงครามเย็น เช่นเดียวกับ "วิถีอเมริกัน" อื่นๆ และเราจะเห็นเลยว่า พวกประเทศที่รัฐรับอิทธิพลจากอเมริกัน (และอังกฤษ) ไปมากๆ จะมองว่าสหภาพแรงงานเป็นสิ่งแปลกปลอมของสังคม ที่เอกชนมีสิทธิชอบธรรมที่จะปราบปราม

ดังนั้น ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องภาวะขนาดแคลนขบวนการแรงงานนอกยุโรป จริงๆ เราไม่สามารถจะพูดถึงพลวัตภายในของประเทศต่างๆ โดยไม่พูดถึงอิทธิพลอเมริกันได้เลย เพราะจริงๆ อเมริกันก็ไม่ได้ส่งออกแค่แนวคิดว่า สหภาพแรงงานเป็นสิ่งแปลกปลอมเท่านั้น แต่ในยุคที่ขบวนการแรงงานในประเทศกำลังพัฒนานั้นพัวพันกับคอมมิวนิสต์ยุคพีคๆ ของสงครามเย็น อเมริกาก็มีส่วนในการ "ทำลาย" ขบวนการแรงงานเหล่านี้ไม่มากก็น้อยด้วย

ก็แน่นอนอีกว่า อเมริกาประสบความสำเร็จล้นหลาม ประเทศจำนวนไม่น้อยที่รับอิทธิพลอเมริกันไปมากๆ ขบวนการแรงงานตายสนิท ของพวกนี้ไม่อยู่ในความคิดของผู้คน และบริษัทในประเทศเหล่านี้ก็ไม่ต้องเสียเงินเป็นล้านๆ จ้างคนมาทำลายขบวนการแรงงาน เพราะผู้คนในสังคมไม่คิดอยู่แล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะมีอยู่

อ้างอิง
History of union busting in the United States
Strikebreaker

อ่านบทความอื่นๆ ของผู้เขียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...