โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดมุมมอง ‘SCB – KBANK’ สองหุ้นแบงก์ใหญ่

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ม.ค. 2568 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • The Bangkok Insight

เปิดมุมมองการลงทุน SCB - KBANK สองหุ้นแบงก์ใหญ่ แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 ปี 2567 ทิศทางในปี 2568

หากจะพูดถึงหุ้นธนาคารชั้นนำในประเทศไทย แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น 2 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่าง SCB: บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงถึง 3.97 แสนล้านบาท และ KBANK: ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 3.74 แสนล้านบาท

แบงก์ใหญ่ในประเทศไทย

เพราะฉะนั้น บทความนี้เราเลยจะพามาเจาะลึกมุมมองการลงทุน แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 ปี 2567 ตลอดจนทิศทางต่อไปในปี 2568 ของทั้ง SCB และ KBANK ว่ามีปัจจัยหนุนและปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่นักลงทุนต้องรู้

แบงก์ใหญ่

SCB กำไรไตรมาส 4 ชะลอ แต่เด่นที่ปันผล

บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี เปิดเผยมุมมองการลงทุนในหุ้น SCB ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2567 คาดกำไรจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากประมาณการกำไรที่ 9.50 พันล้านบาท เป็นเพราะรายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง 6% YoY และ 4% QoQ จากสินเชื่อรวมลดลง นอกจากนั้น NIM ที่ 3.86% ลดลงจากไตรมาส 4/2566 ที่ 3.96% และไตรมาส 3/2567 ที่ 3.91% เนื่องจากคาดไม่มี pre-payment ของลูกค้าภาคธุรกิจ

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ปรับเพิ่มขึ้น 3% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น 20% YoY และ 2% QoQ เพราะลูกหนี้ตกชั้นมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยในกลุ่มบ้าน NPL Ratio คาดที่ 3.50%

อย่างไรก็ตาม คาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2568 จะอยู่ที่ 4.27 หมื่นล้านบาท เติบโต 3% จากการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) เพราะว่าจะไม่มีการตั้งสำรองพิเศษสำหรับลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่ง และกลุ่มธุรกิจ Card X

แบงก์ใหญ่

ทั้งนี้ คงคำแนะนำ NEUTRAL หุ้น SCB ให้ราคาเป้าหมายที่ 110 บาทต่อหุ้น มองว่า SCB โดดเด่นที่การจ่ายเงินปันผล ให้ Dividend Yield สูงสุดในกลุ่มธนาคารประมาณ 8-9% ต่อปี โดยคาดว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จะจ่ายปันผลที่ 7.81 บาทต่อหุ้น และให้ Dividend Yield ประมาณ 7%

KBANK กำไรโตดีจากคุณภาพสินทรัพย์

บทวิเคราะห์บล. กรุงศรี เปิดเผยมุมมองการลงทุนในแบงก์ใหญ่อย่าง หุ้น KBANK ว่า ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/2567 อยู่ที่ระดับ 1.06 หมื่นล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 13% YoY เพราะการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) จากช่วงปีก่อนที่มีการตั้งเผื่อความไม่แน่นอนในอนาคต สำหรับสินเชื่อรวมคาดเพิ่มขึ้น 1.4% QoQ คิดเป็น -0.9% YTD เป็นการเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อธุรกิจ ด้านคุณภาพสินทรัพย์บริหารอยู่ในระดับที่จัดการได้ NPL Ratio อยู่ที่ 3.25% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2567 ที่ 3.20%

นอกจากนี้ คาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2568 จะอยู่ที่ระดับ 5.45 หมื่นล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 10% เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) โดยมองว่า KBANK สามารถเร่งจัดการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น

แบงก์ใหญ่

ภาพรวมชอบ KBANK และคงเป็น Top Pick ของกลุ่มธนาคาร โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 180 บาทต่อหุ้น เพราะเห็นพัฒนาการการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ไปในทางบวก ดังนั้น คาดว่ามีโอกาสเห็นค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) กลับสู่ระดับปกติในปีนี้ที่ 140-160 bps.

สุดท้ายนี้ บทวิเคราะห์ บล. เคจีไอ เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนในหุ้นธนาคาร ว่า แม้กําไรจะดูชะลอตัว แต่มีเงินปันผลเป็นตัวช่วยจํากัด Downside และนอกจากแรงกดดันทางด้านของ NIM และ credit cost แล้ว คิดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะได้อานิสงส์จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงอย่างมาก ซึ่งจะช่วยหนุนกําไร FVTPL สูงจากการลงทุนในตราสารหนี้

เมื่อพิจารณาเป็นรายธนาคาร พบว่าฐานเงินทุนของ KBANK, KTB และ SCB เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จะทําให้ธนาคารสามารถสร้างสมดุลของกําไรได้ดีขึ้น ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงจะเป็นธีมหลักของ SCB, TTB และ TISCO ส่วนในกรณีของ KBANK และ BBL อาจจะจ่ายปันผลมากกว่าที่ตลาดคาดเอาไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...