โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเฉลย ไขข้อสงสัย หากกินเนื้อหมู-ไก่-ปลาน้ำจืดดิบ

The Better

อัพเดต 07 ม.ค. 2568 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2568 เวลา 09.02 น. • THE BETTER
หมอเฉลย ให้แล้วทำไม กินเนื้อหมู-ไก่ หรือปลาน้ำจืดกินดิบไม่ได้ แต่เนื้อวัวหรือปลาทะเลสามารถกลับกินได้ หวั่นติดเชื้อโรค และปรสิตที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

กรณี มีชาวบ้านหลายคน ในจ.บุรีรัมย์ กินเมนูหมูดิบ ในงานทำบุญ 100 วันและขึ้นปีใหม่ ก่อนอาเจียน ท้องเสียรุนแรง ไข้สูง เสียชีวิต 1 โคม่า 1 ป่วยอีกหลายรายการ นั้น

วันที่ 7 มกราคม นพ.ฆนัท ครุธกูล ในฐานะนายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ กล่าวว่า บริโภคเนื้อดิบเป็นที่นิยมในบางวัฒนธรรมและเมนูอาหาร เช่น ซาซิมิ หรือสเต็กทาร์ทาร์ อย่างไรก็ตาม การบริโภคเนื้อดิบโดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือปลาน้ำจืด มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคและพยาธิ ในขณะที่เนื้อวัวและปลาทะเลแม้จะสามารถบริโภคดิบได้ แต่ยังต้องมีการจัดการที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย

นพ.ฆนัท กล่าวว่า อันตราย จากเนื้อหมูดิบมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Streptococcus suis ทำให้เกิดโรคหูดับ โดย เชื้อแบคทีเรียนี้ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง (meningitis) และโรคหูดับหรือสูญเสียการได้ยิน อาจรุนแรงถึงขั้นช็อกและเสียชีวิต

รวมทั้งเสี่ยงโรคจากปรสิต เช่น Trichinella spiralis ซึ่งเป็นปรสิตที่ก่อให้เกิดโรคทริชิโนซิส (Trichinosis) อาการที่พบได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ บวม และไข้ นอกจากนี้ยังเสี่ยงพยาธิตัวตืดหมู (Taenia solium) ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคพยาธิตืดหมู (Cysticercosis) ที่อาจร้ายแรงหากไข่ของพยาธิเข้าสู่สมองหรือระบบประสาท การป้องกันคือ การปรุงเนื้อหมูให้สุกถึงอุณหภูมิ 63 C (145F) เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการฆ่าปรสิตและแบคทีเรียที่อาจมีอยู่

นพ.ฆนัท กล่าวว่า สำหรับเนื้อไก่ อันตรายจากเนื้อไก่ดิบมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella spp. และ Campylobacter spp. ซึ่งเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ อาการที่พบได้แก่ ท้องเสีย ไข้ และปวดท้อง การติดเชื้อจากแบคทีเรียเหล่านี้สามารถรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การป้องกัน เนื้อไก่ควรปรุงให้สุกถึงอุณหภูมิภายใน 74?C (165?F) เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อโรคทั้งหมดถูกทำลาย

นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ กล่าวว่า ส่วน การกินปลาน้ำจืดดิบ นั้นอันตรายคือเสี่ยงต่อการติดเชื้อปรสิต เช่น Opisthorchis viverrini และ Clonorchis sinensis ซึ่งเป็นพยาธิใบไม้ในตับที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี และโรคตับ การติดเชื้อปรสิตจากปลาน้ำจืดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในบางภูมิภาค การป้องกัน ปลาน้ำจืดควรปรุงให้สุกถึงอุณหภูมิ 63 C (145 F) หรือแช่แข็งที่อุณหภูมิ -20 C อย่างน้อย 7 วัน เพื่อฆ่าปรสิต

"ในส่วนของ เนื้อวัว นั้นขอเรียนว่า มีความเสี่ยงต่ำกว่าเนื้ออื่นๆ เช่น เนื้อวัวดิบ ในเมนูสเต็ก มีความเสี่ยงต่ำต่อการติดเชื้อปรสิตหรือแบคทีเรีย หากเนื้อวัวนั้นมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตาม ก็อาจยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ E. coli O157:H7 และ Listeria monocytogenes ซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร วิธีการป้องกัน เนื้อวัวที่ใช้ทำอาหารดิบควรผ่านการแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำมาก (-20 C) อย่างน้อย 7 วัน เพื่อฆ่าปรสิต ส่วน ปลาทะเล นั้น ความเสี่ยงต่ำกว่า ปลาทะเลที่นิยมบริโภคดิบในเมนูซาชิมิหรือซูชิ อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อปรสิต Anisakis spp. และแบคทีเรีย Vibrio spp.

ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการปวดท้อง อาเจียน และอาหารเป็นพิษ การป้องกัน ปลาทะเลที่นำมาทำอาหารดิบควรผ่านการแช่แข็งที่อุณหภูมิ -35 C อย่างน้อย 15 ชั่วโมง หรือ -20 C อย่างน้อย 7 วัน เพื่อฆ่าปรสิตที่อาจมีอยู่"นพ.ฆนัท กล่าว

นพ.ฆนัท กล่าวว่า โดยสรุป คือ การบริโภคเนื้อหมู เนื้อไก่ และปลาน้ำจืดดิบ นั้น ไม่แนะนำ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคและปรสิตที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งนี้ แม้เนื้อวัวและปลาทะเลจะมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังต้องมีการจัดการและเตรียมการที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย การปรุงอาหารให้สุกและการแช่แข็งที่อุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นวิธีการที่สำคัญในการลดความเสี่ยงในการบริโภคเนื้อดิบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...