โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตำรวจ-รพ. ร่วมแถลงเหตุการณ์ วิสามัญหนุ่มคลั่งกลาง รพ. แจงปมกล้องวงจรปิด เกือบเสียคนไข้อีกคน

Khaosod

อัพเดต 04 ม.ค. 2568 เวลา 14.33 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 14.33 น.

ตำรวจ-รพ. ร่วมแถลงเหตุการณ์ วิสามัญหนุ่มคลั่งกลาง รพ. แจงปมกล้องวงจรปิด เกือบเสียคนไข้อีกคน พยาบาลเล่านาทีชีวิต กอดกับคนไข้ร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ แถมกำลังตั้งครรภ์ด้วย

วันที่ 4 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณี นายอภิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เสียชีวิตจากเหตุถูกตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ เข้าระงับเหตุ เมื่อเวลา 13.45 น. วานนี้ (3 ม.ค.) หลังผู้ตายได้เข้ามารักษาตัวด้วยโรคไส้ติ่งอักเสบที่ รพ.สุรินทร์ ก่อนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด ใช้ขวานและเสาน้ำเกลือไล่ทำร้ายผู้ป่วย, ญาติผู้ป่วย และทรัพย์สินทางราชการ แล้วถูกตำรวจระงับเหตุยิงเสียชีวิต อ่านข่าว แม่ หนุ่มคลั่ง ถูกวิสามัญฯกลางรพ. เผยนาทีสติหลุด คาดเกิดจากสิ่งนี้

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองสุรินทร์ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พร้อมด้วยรอง ผบก. ได้เรียก พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง พร้อม นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ ผอ.โรงพยาบาลสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่บุคลากรของโรงพยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์ เข้าประชุมหาข้อเท็จจริง

พล.ต.ต.สุคนธ์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเหตุตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล พบผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง อาละวาด ในมือมีขวาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ผจญเพลิงที่ติดตั้งไว้ในโรงพยาบาล โดยมือขวาถือขวาน มือซ้ายถือเสาแขวนน้ำเกลือ สายตรวจทั้ง 2 นายก็ได้ดำเนินการตามยุทธวิธีที่ได้รับการฝึกฝนมา โดยเจรจาให้ผู้ก่อเหตุลดและวางอาวุธ เพื่อจะให้อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้

แต่ไม่เป็นผล ผู้ก่อเหตุยังอยู่ในอาการที่คลุ้มคลั่ง ไม่รับฟัง และได้ตรงเข้ามาหาสายตรวจทั้ง 2 นาย ซึ่งจริงๆ แล้วมีสายตรวจยืนแบ็คอัพอยู่ข้างหลังอีก 2 นาย มี รปภ. และหัวหน้าตึกอยู่ที่ด้านหลังอีกประมาณ 20 นาย โดยผู้ก่อเหตุได้ตรงเข้ามาหาสายตรวจแล้วจะใช้อาวุธทำร้าย ตำรวจจึงถอยแล้วใช้อาวุธปืนประจำกายยิงลงพื้น 1 นัด แต่ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุไม่หยุด จึงได้ตัดสินใจยิงเข้าไปที่บริเวณขาแล้วไล่มาโดนแขน สุดท้ายก็โดนที่ลำตัวก่อนล้มลง จากนั้นตำรวจได้เข้าควบคุมและช่วยปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ซึ่งขณะนั้นหัวหน้าตึกและทีมแพทย์พยาบาลก็เร่งเข้าช่วยเหลือ แต่ผู้ก่อเหตุก็ทนบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ ผู้ก่อเหตุคลุ้มคลั่งจนตำรวจจำเป็นจะต้องใช้อาวุธประจำกายในการที่จะระงับยับยั้งภัยอันตราย ซึ่งอาจะทำให้ตัวเองเกิดความอันตรายถึงชีวิต เพราะขวานนั้นเป็นขวานขนาดใหญ่ ก่อนหน้านั้นผู้ก่อเหตุพยายามเข้าไปทำร้ายร่างกายคนป่วย ซึ่งในนั้นมีผู้ป่วยอยู่จำนวนมาก แล้วยังเป็นผู้ป่วยที่สูงอายุมากถึง 80 ปี และผู้ป่วยติดเตียง

ด้าน นพ.ชวมัย กล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางกระทรวงสาธารณสุข โดยปลัดกระทรวงและผู้บริหาร รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเสียใจต่อผู้สูญเสียด้วย รวมทั้งผู้ทำหน้าและปฏิบัติทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคลากรของโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งเคสที่มีปัญหาคือที่เกิดเหตุที่อาคาร 9 โดยเป็นเคสที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอำเภอจอมพระ ด้วยอาการใส้ติ่งอักเสบ เป็นผู้ป่วยที่มีรูปร่างสูงใหญ่ การผ่าตัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แล้วให้พักที่อาคารศูนย์รวมก่อน

ก่อนหน้านั้นเราทราบว่าผู้ป่วยมีประวัติติดสุรา กระทั่งวันที่ 3 ม.ค. เริ่มให้อาหารได้ คนไข้รู้สึกตัวดี พอช่วงเที่ยงได้รับรายงานว่าผู้ป่วยเริ่มมีอาการสับสน พูดไม่รู้เรื่อง เราได้ดูแลเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ต่อมาจึงย้ายผู้ป่วยมาอยู่ข้างๆ เคาน์เตอร์พยาบาลที่อยู่ด้านหน้า เพื่อดูแลให้การรักษาอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ให้ยาระงับอาการ เพื่อให้ผู้ป่วยสงบลง

แต่หลังจากรับยาอาการผู้ป่วยก็ยังไม่สงบ จนผู้ป่วยลุกขึ้นแล้วดึงสายน้ำเกลือออก ก่อนคว้าเสาเดินออกไปเพื่อจะทำร้ายบุคลากรและคนไข้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการไว้แล้ว ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย ภายในอาคาร พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 20 นาย มาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้น มีอุปกรณ์ทางการแพทย์และตัวอาคารเสียหายหลายรายการ เช่น เครื่องมือแพทย์ เครื่องตรวจคลื่นหัวใจ อุปกรณ์ถังดับเพลิง ที่สำคัญเราเกือบจะเสียคนไข้ที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ดีที่เขาไม่ทำ หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราไม่ได้ลังเลที่จะดูแลผู้ป่วยรายนี้เลย เรามีทีมแพทย์ที่อยู่โดยรอบกั้นพื้นที่ให้รักษาอย่างทันท่วงที ได้ช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากผู้ป่วยเสียเลือดมาก จึงเกิดความสูญเสีย ยืนยันเราได้ทำตามแนวทางที่ได้กำหนดอย่างเต็มที่แล้ว

ส่วนที่ญาติร้องขอดูกล้องวงจรปิดนั้น นพ.ชวมัย กล่าวว่า กล้องอยู่ระหว่างของการจะเปลี่ยนจึงไม่สามารถที่จะใช้การได้ ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด ที่ผ่านมาเราก็เปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ ตรงจุดนี้ก็เลยยังใช้ไม่ได้ เป็นความสัตย์จริงไม่ใช่ข้อแก้ตัวใดๆ แต่อย่างไรก็ตามยิ่งกว่ากล้องวงจรปิดคือเรามีเจ้าหน้าที่ของโรงบาลที่เป็นประจักษ์พยานได้และมีคนไข้ ญาติคนไข้อีกหลายคนที่เขาเห็น สามารถเป็นประจักษ์พยานได้

และในส่วนของการดูแลเยียวยา ทีมผู้บริหารโรงพยาบาลจะเข้าไปเพื่อไปแสดงมุฑิตาจิต เพราะเราไม่อยากให้ใครสูญเสีย เราทำโดยหลักของเมตตาธรรมของความเป็นมนุษย์ และรัฐมนตรีว่าการฯ ได้สั่งการมาแล้วให้นำพวงหรีดไปร่วมแสดงความเสียใจ ท่านปลัดกระทรวงก็นำหรีดแสดงความเสียใจด้วย วันพรุ่งนี้เป็นวันฌาปนกิจตนก็จะไปร่วมงานด้วย ในส่วนของการเยียวยาจริงๆ แล้วเรื่องนี้โรงพยาบาลในฐานะที่เป็นสถานบริการเราได้ช่วยดูแลเยียวยาจิตใจทั้งส่วนของทางญาติ ก็คือคุณแม่แล้วก็ทางญาติพี่น้องอย่างเต็มที่ เราให้การดูแลตามหลักและในส่วนของการเยียวยาท่านต้องมองถึงสามมิติด้วย มิติคนของตนก็คือเจ้าหน้าที่ มิติของผู้ป่วยและญาติที่อยู่ตรงนี้ด้วย ณ ตอนนี้ตนได้ดำเนินการแล้ว

ขณะที่ หัวหน้าเวรห้องพยาบาลที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตอนนั้นคนไข้ให้น้ำเกลืออยู่แต่มีปัญหาน้ำเกลือตัน พยาบาลก็เข้าไปประเมินและดึงสายน้ำเกลือออกเพื่อแทงน้ำเกลือใหม่ พบว่าคนไข้มีอาการมือสั่น จากนั้นก็ประเมินและพิจารณาย้ายเตียงมาหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล พอย้ายมาเสร็จ ผู้ป่วยก็กระชากสายน้ำเกลือออกโดยไม่พูดอะไร ขว้างไปที่ปลายเตียง แล้วก็เริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง กระโดดลงจากเตียง ซึ่งพยาบาลพยามเข้าไปใกล้ๆ เพื่อบอกให้ใจเย็นๆ แต่เขาก็คว้าเก้าอี้แล้วโยนใส่ และใช้เสาน้ำเกลือเป็นอาวุธ ซึ่งผู้ป่วยเป็นคนตัวสูงใหญ่ เจ้าหน้าที่ตอนนั้นก็มีแต่ผู้หญิง จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระจกแตก ก่อนจะกลับมาพร้อมขวาน

ทางด้าน หัวหน้าวอร์ดพยาบาล รพ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องก็ย้ายคนไข้ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ไปในห้องที่ปลอดภัย ซึ่งมีทั้งหมด 3 ห้อง แต่มีคนไข้อยู่ 3 คนที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล เป็นคนไข้ติดเตียง หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงทุบกระจก และเสียงบิดลูกบิดประตูแต่ก็เข้ามาไม่ได้ ตนถึงแม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่พยาบาลเล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่เขาอยู่ในห้องน้ำเขาก็กอดคนไข้ กอดกันร้องไห้ สมมติว่าเขาเข้าไปได้อะไรจะเกิดขึ้น ตอนนั้นน้องจะโทรหาตนตลอด ตอนที่อยู่ในห้องน้ำ ฟังจากน้ำเสียงแล้วรู้เลยว่าเขาตกใจ เขาบอกว่าเป็นนาทีวิกฤตินาทีชีวิตของเขาในขณะนั้น และพยาบาลคนนี้ก็กำลังตั้งครรภ์ด้วย

ทั้งนี้ตำรวจได้ตั้งไว้ 3 สำนวน ทั้งสำนวนชันสูตรพลิกศพ สำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรม และผู้ต้องหา ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยิงด้วย ก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหาตามกฎหมายข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องรายงานคดีต้องมีการสอบสวน ดังนั้นความเป็นธรรมต้องดำเนินการอยู่แล้ว รวมไปถึงผู้เสียชีวิตก็จะเป็นผู้ต้องหาด้วย โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ก่อเหตุก็ได้เข้าสู่ขบวนการสอบสวนแล้ว โดยคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดได้ตั้งขึ้นมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำรวจ-รพ. ร่วมแถลงเหตุการณ์ วิสามัญหนุ่มคลั่งกลาง รพ. แจงปมกล้องวงจรปิด เกือบเสียคนไข้อีกคน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...