โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Q&A มาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” ช้อป ปีใหม่ ได้ ลดหย่อนภาษี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ม.ค. 2568 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2568 เวลา 08.00 น.

รวมคำถาม - คำตอบ เกี่ยวกับมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” ใช้จ่ายช่วง 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 2568 ได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท ใครใช้สิทธิได้บ้าง? ซื้อสินค้าอะไรได้ และ ซื้ออะไรไม่ได้

Q : ใครใช้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0”

A : ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น

Q : มาตรการ Easy E-Receipt 2.0ให้สิทธิประโยชน์อะไร

A : ให้หักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ได้สูงสุด 50,000 บาท

Q : ต้องซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการแบบใดจึงได้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการนี้

A: (1)หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice) แบบเต็มรูปเป็นหลักฐาน หรือผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการที่ไม่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยต้องมีใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เป็นหลักฐาน

(2)หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการดังต่อไปนี้ โดยต้องมี e-Tax Invoice แบบเต็มรูป หรือ e-Receipt เป็นหลักฐาน

• ค่าซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว

• ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชนที่ได้จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร

• ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

Q : การซื้อสินค้าหรือการรับบริการจากผู้ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ไหม

A : ได้เฉพาะกรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการดังต่อไปนี้

(1) หนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร

(2) หนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

(3) สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว

(4) สินค้าหรือบริการของวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร

(5) สินค้าหรือบริการของวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

Q : ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการใดที่ไม่สามารถหักลดหย่อนได้

A : ค่าซื้อสินค้าและบริการที่ไม่สามารถนำมาใช้สิทธิหักลดหย่อนได้ ได้แก่

(1) ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์

(2) ค่าซื้อยาสูบ

(3) ค่าซื้อน้ำมัน ค่าซื้อก๊าซ และค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับเติมยานพาหนะ

(4) ค่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และค่าซื้อเรือ

(5) ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต

(6) ค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการและผู้รับบริการสามารถใช้บริการดังกล่าวนอกเหนือจากระยะเวลาระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เช่น ค่าสมาชิกต่าง ๆ

(7) ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย

(8) ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว

(9) ค่าที่พักในโรงแรม

(10) ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย

(11) ค่าที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

Q : ค่าซื้อทองรูปพรรณสามารถหักลดหย่อนได้หรือไม่

A : ได้ เฉพาะค่ากำเหน็จ (ตามมูลค่าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม) หากได้รับ e-Tax Invoice

Q : ค่าซื้อทองคำแท่งสามารถหักลดหย่อนได้หรือไม่

A : ไม่ได้ เนื่องจากการขายทองคำแท่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

Q : ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าทำศัลยกรรมสามารถหักลดหย่อนได้หรือไม่

A : ไม่ได้ เนื่องจากการให้บริการของสถานพยาบาลได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

Q : ค่าซื้อบัตรของขวัญ (Gift Voucher) และค่าซื้อบัตรเติมเงินสามารถหักลดหย่อนได้หรือไม่

A : ไม่ได้ เนื่องจากการขายบัตรของขวัญหรือบัตรเติมเงินไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่หากนำบัตรของขวัญหรือบัตรเติมเงินไปแลกซื้อสินค้าหรือรับบริการระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งสามารถออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ได้ สามารถหักลดหย่อนตามมูลค่าดังกล่าวได้

Q : กรณีจ่ายค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการหลายครั้ง จะสามารถนำมูลค่าการซื้อสินค้าหรือการรับบริการ แต่ละครั้งมารวมกันเพื่อใช้สิทธิได้หรือไม่

A : ได้ แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกินที่กำหนด

Q : e-Tax Invoice หรือ e-Receipt มีชื่อผู้ซื้อสินค้าหลายคนสามารถหักลดหย่อนได้หรือไม่

A : ไม่ได้ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ต้องมีชื่อผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเพียงคนเดียว

Q : ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการต้องแจ้งข้อมูลอะไรบ้างให้ผู้ประกอบการใช้ออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt

A : ผู้ซื้อสินค้าและบริการต้องแจ้งข้อมูลดังนี้

(1) ชื่อและนามสกุล

(2) ที่อยู่

(3) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน)

**เมื่อแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้องครบถ้วนแล้ว ข้อมูลการซื้อสินค้าและการรับบริการจะปรากฏ ใน My Tax Account ของผู้เสียภาษี และสามารถใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2568

Q : e-Tax Invoice หรือ e-Receipt มีข้อความไม่สมบูรณ์ เช่น เขียนชื่อหรือที่อยู่ผู้ซื้อสินค้าผิด สามารถนำมาใช้หักลดหย่อนได้หรือไม่

A : หาก e-Tax Invoice มีรายการครบถ้วน แม้จะมีการระบุชื่อหรือที่อยู่ผู้ซื้อสินค้าผิด ก็สามารถนำมาใช้หักลดหย่อนได้ แต่ควรตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการให้ถูกต้อง

Q : ตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่ได้รับอนุมัติให้ออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ได้ที่ไหน

A : สามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่ได้รับอนุมัติให้ออก e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ได้ที่ เว็บไซต์กรมสรรพากร ได้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568

ที่มา : กรมสรรพากร

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...