โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด.ช.วัย 7 ขวบ เล่นวิ่งว่าวกลางไร่อ้อย แต่วิ่งเพลินออกมาถนน จนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต

มุมข่าว

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 12.12 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ด.ช.วัย 7 ขวบ เล่นวิ่งว่าวกลางไร่อ้อย แต่วิ่งเพลินออกมาถนน จนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต

วันที่ 15 ธ.ค. 2567 พ.ต.ต.สักกะพงษ์ ผลเกิด สารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุรถพ่วงขนรถเกี่ยวข้าวทับเด็กเสียชีวิตบนถนนกลางหมู่บ้านเขื่อนด่าน ต.โคกสว่าง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ จึงประสานสมาคมกู้ภัยหนองกี่ร่วมตรวจสอบ

โดยที่เกิดเหตุเป็นถนนคอนกรีตในหมู่บ้านพบรถไถนาลากจูงพ่วงบรรทุกรถเกี่ยวข้าวจอดกลางถนนบริเวณล้อด้านขวาหลังของตัวพ่วงพบร่างน้องพี อายุ 7 ปี ลักษณะนอนหงายถูกล้อตัวพ่วงดัดแปลงด้านขวาทับบริเวณช่วงสะโพก อีก 1 ล้อทับบริเวณศีรษะกะโหลกแตกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ การกู้ร่างเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากลูกพ่วงบรรทุกรถเกี่ยวหนักบวกกับลูกพ่วงไม่น้อยร่วม10 ตัน ต้องใช้แม่แรง 2 ตัว ช่วยยกตัวรถก่อนจะนำร่างน้องออกมาได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

ทางด้าน นายมนัส อายุ 65 ปี คนขับรถ เล่าว่าได้บรรทุกรถเกี่ยวจากการเกี่ยวข้าวจะกลับบ้าน ระหว่างที่ตนขับรถมาบนถนนขับมาตามปกติแบบช้าๆ เพราะรถหนัก ยอมรับว่าเห็นเด็กวิ่งว่าวกันอยู่ในไร่อ้อยที่เผาแล้วข้างถนน 2 คน คนหนึ่งปล่อยว่าวอีกคนเป็นคนวิ่ง จู่ๆ หนึ่งในนั้นคาดว่าเป็นคนวิ่ง วิ่งมาทางรถที่ตนขับมาตอนแรกคิดว่าเด็กเห็นรถแล้วทันใดนั้นได้ยินเสียดังอยู่ท้ายรถ จึงจอดดูพบว่ารถทับร่างเด็กแล้ว

นางม้วน อายุ 67 ปี ยายของน้องพี เล่าว่า หลานชอบเล่นว่าวเป็นชีวิตจิตใจ วันก่อนว่าวหลานไปติดอยู่สายไฟฟ้าในหมู่บ้าน ให้ยายซื้อตัวใหม่ให้ จึงบอกให้พ่อกับแม่ซื้อมาให้ได้วันเดียว อยากจะให้ตำรวจตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่า สาเหตุที่ถูกรถทับมาจากสาเหตุอะไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...