ORI โชว์พอร์ต JV สุดแกร่ง มูลค่ารวมกว่า 1.86 แสนลบ.
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนลงทุนโครงการอสังหาฯใหม่ๆ ทั้งแบบลงทุนเอง 100%และโครงการที่ Joint Venture กับพาร์ทเนอร์ ซึ่งจะทยอยเปิดตัวเพิ่มต่อเนื่องรวมถึงการแถลงแผนธุรกิจปี 2568
อีกทั้งบริษัทฯ ตอกย้ำความแข็งแกร่งตลอด 7 ปี มีพอร์ตโครงการร่วมทุนกับพันธมิตรสัญชาติญี่ปุ่น 72%, ไทย 24% และเกาหลี 4% โดยล่าสุดในปี 2567บริษัทฯ มีโครงการร่วมทุนใหม่ รวม 14โครงการ ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านจัดสรร โรงแรม และคลังสินค้า ทำให้สิ้นปี 2567ทั้งกลุ่มบริษัท มีโครงการร่วมทุนรวม 119โครงการ มูลค่ารวม 186,960ล้านบาท และยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ “Open Platform” ร่วมทุน (Joint Venture: JV) กับพาร์ทเนอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งแลนด์ลอร์ดเจ้าของที่ดินกระจายพอร์ตในหัวเมืองหลักต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
สำหรับ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ภายใต้ 4 กลุ่มธุรกิจ
1.กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว167 โครงการ (ณ สิ้นไตรมาส 4/2567)เช่น แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin), โซ ออริจิ้น (So Origin), ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Origin Plug & Play), ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), ออริจิ้น เพลส (Origin Place), ดิ ออริจิ้น (The Origin), เคนซิงตัน (Kensington), แฮมป์ตัน (Hampton), ออริจิ้น เพลย์ (Origin Play), บริกซ์ตัน (Brixton) และ บริทาเนีย (Britania) เป็นต้นรวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นกว่า259,072 ล้านบาทโดยกลุ่มโครงการบ้านจัดสรร หรือที่อยู่อาศัยแนวราบ ดำเนินการภายใต้บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือBRI เน้นกลุ่มบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ส่วนกลุ่มโครงการแนวสูงหรือคอนโดมิเนียม ดำเนินการภายใต้บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือORIGIN VERTICAL
2.กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก
3.กลุ่มธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจให้บริการลูกบ้าน ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์
และ4.กลุ่มธุรกิจเมกะเทรนด์ระยะยาว (Mega Trends) เป็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจเฮลท์แคร์ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจด้านการเงิน ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ ฯลฯ เพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้บริโภคแบบครบวงจร