โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

KTC คาด Easy E-Receipt หนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตร Q1/68 โต 10%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 06.54 น.

เคทีซี เผยมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” หนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรไตรมาส 1/68 โต 10% หลังคนเร่งตัดสินใจ คาดทั้งปีเติบโตตามเป้า 10% ยอดสเปนดิ้ง 3 หมื่นล้านบาท จากปี’67 มียอดอยู่ที่ 2.9 แสนล้านบาท พร้อมควัก 1,000 ล้านบาท เดินหน้า Digital Transformation องค์กร เร่งย้ายระบบ Core Payment System ใหม่เดือน ก.ย.นี้

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด หรือ “เคทีซี” เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) ของบัตรเครดิตในไตรมาสที่ 1/2568 คาดว่าจะขยายตัวได้ 10% ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” ที่ลูกค้าสามารถหักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ 2568 สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งช่วยกระตุ้นให้คนหันมาใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงเทศกาลตรุษจีน ประกอบกับเคทีซีทำแคมเปญครอบคลุมทุกหมวดการใช้จ่าย จึงช่วยสนับสนุนการใช้จ่าย

อย่างไรก็ดี อาจจะติดตามยอดการใช้จ่ายในช่วงไตรมาสที่ 2/2568 ว่าจะเป็นอย่างไร เนื่องจากมาตรการ “Easy E-Receipt 2.0” ทำให้ลูกค้าเร่งการใช้จ่ายเร็วขึ้น เพื่อใช้มาตรการลดหย่อนดังกล่าว ทำให้เคทีซีอาจจะต้องทำแคมเปญในการ กระตุ้นรองรับในช่วงไตรมาสที่ 2 ไว้ด้วย แต่เชื่อว่ายอดการใช้จ่ายยังเติบโตได้ เพราะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดและการท่องเที่ยว

ดังนั้น ภาพรวมธุรกิจปี 2568 เคทีซีคาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งปียังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 10% หรือมียอดใช้จ่ายอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปี 2567 มียอดใช้จ่ายอยู่ที่ 2.9 แสนล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังสามารถบริหารจัดการได้

“เราเห็นการใช้จ่ายกลับมาเติบโตเฉลี่ย 9-10% เมื่อเทียบกับฐานปกติในแต่ละเดือน ถือว่าการเติบโตใช้ได้ภายใต้กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวดี ซึ่งมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ถือว่าเข้ามาช่วย ให้คนเร่งตัดสินใจใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งปีคาดว่าเป้าหมายการเติบโต 10% น่าจะทำได้ หรืออาจโตมากกว่าเป้าหมาย หากเศรษฐกิจกลับมาเติบโตดีกว่าคาดการณ์ไว้”

นางพิทยา กล่าวอีกว่า ภายใต้แผนการปรับเปลี่ยน Digital Transformation ภายใต้การลงทุนในปี 2568 อนู่ที่ราว 1,000 ล้านบาท โดยจะมีการเปลี่ยนระบบ Core Payment System ใหม่ ซึ่งจะมีการย้ายระบบภายในเดือนกันยายน 2568 และในปี 2569 จะช่วยให้เคทีซีสามารถเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพ แม่นยำ และรวดเร็วขึ้น เช่นที่ผ่านมามีเรื่องของ e-Application ที่ลูกค้าสามารถสมัครบัตรได้ตั้งแต่ต้นจนจบ (end to end) และสามารถรู้ผลทันที ซึ่งในปีนี้เคทีซีจะมีการทดลองโมเดลใหม่ ๆ ในการประเมินสินเชื่อในกลุ่มที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน จึงตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าบัตรใหม่ 2.5 แสนใบ จากฐานลูกค้าปัจจุบันมีอยู่ 3 ล้านราย

ดังนั้น เคทีซีจึงได้แต่งตั้ง นางวิไลวรรณ นพรัตน์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บริหารสูงสุด สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 โดยมีบทบาทในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนกระบวนการงานต่าง ๆ ในองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

นางวิไลวรรณ นพรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด หรือเคทีซี เผยว่า เคทีซีวางโรดแมปด้านไอทีสำหรับปี 2568-2569 ในการยกระดับศักยภาพบุคลากรและระบบสารสนเทศให้ก้าวล้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเรื่องของระบบ Core Payment Platform ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจเราทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านไอทีชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญสูง เพื่อนำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับเวิลด์คลาส ล่าสุดมาใช้แบบ Total Solutions ในการเสริมสร้างความสามารถด้านการจัดการข้อมูล

อีกทั้งช่วยให้การประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัยสูง รองรับการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่สมาชิกและพันธมิตรทางธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับการเติบโตของเคทีซีในอนาคต

สำหรับองค์ประกอบที่จะช่วยผลักดันเคทีซีให้ก้าวสู่องค์กรดิจิทัลอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว ยังมีอีก 3 เรื่องสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กันไป คือ 1.สร้างบุคลากรให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ 2.รวมทีมงานที่เชี่ยวชาญสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์สมาชิก และ 3.ยกระดับประสบการณ์สมาชิกด้วย AI

1.Citizen Developers : สร้างบุคลากรให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ การทำ Digital Transformation ให้ประสบความสำเร็จ ปัจจัยที่สำคัญคือ ศักยภาพของคนในองค์กรที่ต้องมีความรู้ความสามารถด้านไอที ไม่เพียงแต่บุคลากรไอทีเท่านั้น แต่ทั้งองค์กรต้องมีแรงขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน เคทีซีจึงให้ความสำคัญในการสร้าง Citizen Developers เพื่อให้บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและปรับปรุงระบบงาน

โดยใช้เครื่องมือ Low-Code มาปรับใช้ เพื่อช่วยให้บุคลากรในองค์กรปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสนับสนุนการเรียนรู้และฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรมีทักษะที่พร้อมสำหรับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ

2.Fusion Team : รวมทีมงานที่เชี่ยวชาญสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์สมาชิก หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่เคทีซีนำมาใช้ในการทำ Digital Transformation คือการสร้าง “Fusion Team” ซึ่งเป็นทีมงานที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสายงานมาทำงานร่วมกัน สร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับสมาชิก รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กรให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3.AI-Powered technology : ยกระดับประสบการณ์สมาชิกด้วย AI-Powered technology ในยุคดิจิทัลที่มีการแข่งขันส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจในการเปลี่ยนถ่ายระบบสารสนเทศที่ใช้อยู่เดิม เคทีซีได้นำเอา AI-Powered Solutions คือ โซลูชั่นที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการทำงานต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การทำนายผลลัพธ์ การตัดสินใจอัตโนมัติ และการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ใช้กับธุรกิจได้

“เราคาดว่าการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างการทำงาน (Digital Transformation) ในครั้งนี้ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ รองรับการเติบโตของเคทีซีในอนาคต”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : KTC คาด Easy E-Receipt หนุนยอดใช้จ่ายผ่านบัตร Q1/68 โต 10%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...