“จุลพันธ์”เผยสิ้นปี’67 ประกาศรายชื่ออายุเกิน 60 ปี รับแจกเงินหมื่น
วันนี้ (20 พ.ย.67) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีอยู่ 60 ปีขึ้นไปทุกราย ที่อยู่ในเงื่อนไขของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ได้รับเงิน 10,000 บาท แต่จะเป็นไปด้วยวิธีการไหน
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดต่างๆ แม้มีความแตกต่างกัน แต่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของโครงการเป็นประเด็นสำคัญ โดยกลุ่มที่มีอยู่อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ยืนยันตัวตนแล้วไม่ผ่าน รวมกับกรณีที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็ยังไม่ได้ตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด
“รัฐบาลตั้งใจมอบเงินให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ที่ผ่านมาแจกเงินให้ประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนพิการไปแล้ว”นายจุลพันธ์กล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น
นายกฯ ปลื้มจีดีพี Q3/67 แตะ 3% สั่งคลัง-พาณิชย์ฯ ดึงเอกชนลงทุนเพิ่ม
18 นาทีก่อนหน้า20 พ.ย. 2024
AIS โชว์ระบบเตือนภัยผ่านมือถือ ครอบคลุม 95% ของปชช.ทั่วประเทศ
50 นาทีก่อนหน้า20 พ.ย. 2024
นายจุลพันธ์กล่าวว่า สำหรับการแจกเงินในรอบนี้ รัฐบาลแจกให้กับประชาชนที่มีอายุเกิน 60 ปี โดยกลุ่มแรกที่จะได้รับคือ กลุ่มที่ลงทะเบียนไปแล้ว จะประกาศรายชื่อได้ภายในปี 67 และรับเงินปี 68 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ขณเดียวกัน คนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ รัฐบาลก็พร้อมเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนใหม่ แต่คงจะแจกเงินเป็นดิจิทัลวอลเล็ตและน่าจะดำเนินการไตรมาสที่ 2-3 ปีหน้า
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ระบบการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนผ่านแอปฯ ทางรัฐ กำลังดำเนินการ แต่เนื่องจากมีรายชื่อจำนวนมาก และยังมีเงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบอีกมาก จึงขอเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องว่าใครผ่านหรือไม่ผ่าน
อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ถูกตัดชื่อออก หรือไม่ผ่าน สามารถยื่นอุทธรณ์ตามสิทธิ์ที่จะทยอยประกาศเพิ่ม แต่เมื่อถึงเวลานั้น อาจจะได้เงินดิจิทัลวอลเล็ตไม่ใช่เงินสดแล้ว เบื้องต้นแนะนำให้ผูกพร้อมเพย์กับธนาคารพาณิชย์ให้เรียบร้อยก่อนเป็นอันดับแรก
“ส่วนที่มีความกังวลว่าเงินหมด ไม่มีเงินนั้น ขอชี้แจงว่ากระทรวงการคลังตั้งงบประมาณเอาไว้อย่างเพียงพอ โดยปีที่แล้ว ใช้เงินไป 145,000 ล้านบาท และในปีงบประมาณนี้ จะใช้อีก 187,000 ล้านบาท”นายจุลพันธ์กล่าว
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ซึ่งการแจกเงินให้แก้ผู้สูงอายุ 60 ปีในรอบนี้ ถือเป็นเฟส 2 มีประชาชนเข้าร่วมโครงการประมาณ 4 ล้านคน วงเงินรวม 40,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขจริงน่าจะอยู่ที่ตัวเลขกว่ามาก 3 ล้านคนเล็กน้อย ส่วนเฟสที่ 3 คือกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน และกลุ่มที่ทะเบียนดิจิทัล วอลเล็ตไปแล้ว ซึ่งไม่มีรายชื่อซ้ำกันอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังประเมินผลการแจกเงิน 10,000 บาท เฟสแรก ถือว่าประสบความสำเร็จ สามารถสร้างเม็ดเงินลงในระบบเศรษฐกิจ และมีผลทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มเป็นเกษตรกรได้รับเงินไปแล้วกว่า 7 ล้านคน จากจำนวนผู้ที่ได้รับเงินทั้งหมด 14.5 ล้านคน
“โดยปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 3 ที่บวก 3% และทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ตามคาดการณ์ 2.8% และปีหน้า 3%”นายจุลพันธ์กล่าว