โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิญญาณเฮี้ยน! ไฟไหม้โลงเย็น ข้าวของหน้าหีบตกพื้น สัปเหร่อต้องย้ายที่นอน เผาร่างไม่ไหม้

Khaosod

อัพเดต 30 พ.ย. 2567 เวลา 09.48 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2567 เวลา 09.48 น.
วิญญาณเฮี้ยน! ไฟไหม้โลงเย็น ข้าวของหน้าหีบตกพื้น สัปเหร่อต้องย้ายที่นอน เผาร่างไม่ไหม้

วิญญาณหนุ่มเฮี้ยน ไฟไหม้โลงเย็นกลางดึก ข้าวของหน้าหีบตกพื้น สัปเหร่อต้องย้ายที่นอน ท้าแน่จริงให้ล้มดอกไม้ ตื่นเช้ามาช็อก เผาร่างไม่ไหม้ ต้องให้เมียจุดธูปบอก

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.67 ที่วัดราษฎร์เจริญศรัทธาธรรม เทศบาลปลอบสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ไม่คิดขึ้น เมื่อกลางดึกวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา สัปเหร่อ 2 คนถูกวิญญาณเฮี้ยนของ นายเมย์อาว MIN AUNG อายุ 38 ปี หนุ่มชาวเมียนมา ที่เสียชีวิต และตั้งศพที่วัดดังกล่าวหลอกหลอน

โดยนายภาคภูมิ (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี และนายชโลธร (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี สัปเหร่อของวัด พาผู้สื่อข่าวไปดูโลงเย็นที่บรรจุร่างของนายเมย์อาว ซึ่งบริเวณฝาครอบ พบร่องรอยเขม่าดำที่เกิดจากไฟไหม้วางอยู่บริเวณขอบประตู ซึ่งในค่ำคืนนั้นนำศพของผู้ตายมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด และก็เกิดเหตุอาถรรพ์ไฟไหม้โลงเย็น

ซึ่งก่อนที่จะเกิดไฟไหม้นั้น มีคนนอนเฝ้าศพ ซึ่งเป็นลูกศิษย์วัดและมัคนายกเห็นพานที่วางหน้าโลงศพลอยไปคล้ายลักษณะมีคนขว้างออกไป ตกบนที่นั่งของพระสงฆ์ และขวดน้ำก็ตกอยู่ข้างโลงศพ และก็เกิดไฟลุกไหม้ในโลง จึงช่วยกันนำน้ำมาดับ สร้างความแตกตื่นและโกลาหลให้กับผู้พบเห็น และพระในวัดเป็นอย่างมาก

นายภาคภมูิ กล่าวว่า เมื่อกลางดึก 28 พ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงประมาณตี 2 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ดอกไม้ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าหีบศพ (โลงเย็น) ของหนุ่มเมียนมา ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว เหตุการณ์ไม่จบเพียงเท่านั้น ไฟยังลุกไหม้บริเวณหีบศพของผู้ตาย ซึ่งตั้งอยู่ภายในโลงเย็นขึ้นอีกครั้ง ตนและนายชโลธร ต้องรีบเปิดฝาโลงเย็น และช่วยกันดับไฟกันจ้าละหวั่น

"ผ่านไปไม่นานขณะที่กำลังจะนอนหลับ ก็ได้กลิ่นไฟไหม้อีกครั้งภายในโลงเย็น เมื่อลุกไปดูก็พบว่า มีไฟลุกไหม้ด้านข้างของร่างหนุ่มเมียนมา จึงพากันดับไฟ และเปิดพัดลมไล่กลิ่นควันออกจากศาลาธรรมสังเวช พอจะกลับมานอนหัวยังไม่ถึงหมอน ก็มีเหตุการณ์พานพลาสติก ขวด และที่รองกรวดน้ำ ตกพื้นอีกถึง 5 ครั้ง จนต้องพากันไปไหว้พระประธาน ซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลาฯ" นายภาคภูมิ กล่าว

ระหว่างกำลังจะปูเสื่อนอนกันอีกครั้ง ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาด ตู้ลำโพงล้มลงมาทับหัวนายชโลธร จนต้องพากันวิ่งไปขอให้พระที่จำวัดอยู่ในวัดลงมาช่วย ก่อนที่จะพากันเก็บที่นอน ย้ายไปนอนบนศาลาการเปรียญ ซึ่งห่างประมาณ 50 เมตร ก่อนจะย้ายที่นอน ทาง 2 สัปเหร่อ ยังท้าทายวิญญาณหนุ่มพม่าสุดเฮี้ยนว่า หากแน่จริงให้ล้มดอกไม้ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าหีบศพให้หมด พอตื่นมารุ่งเช้าถึงกับผวาดอกไม้ที่ตั้งประดับหน้าหีบศพ ล้มลงมากองกับพื้น

นายภาคภูมิ กล่าวว่า ไม่รู้สึกกลัว เพราะตนทำอาชีพนี้มาถึง 30 ปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น หากมีการจุดธูปขอขมาก็จะจบไป เหตุการณ์นี้จุดธูปขอขมาแล้วยังไม่ยอมจบ ซึ่งตอนนั้นเวลาตี 3 อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุหลอน ก็นิมนต์พระมาทำพิธีให้ครบตามวาระ

ส่วนตนกลับบ้านไปอาบน้ำ พอกลับมาศาลา ลูกน้องแจ้งว่า ไฟลุกไหม้บริเวณดอกไม้ และหัวผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ในโลงเย็นขึ้นอีกครั้ง จึงคิดว่าทางผู้ตายคงอยากจะไปแล้ว จึงแจ้งภรรยาและญาติของผู้เสียชีวิต ให้ดำเนินการฌาปนกิจศพในช่วงเวลา 10.00 น. ของวันนั้นเลย

นายภาคภูมิ กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะฌาปนกิจศพเปิดฝาโลง เห็นตัวเลข 341 จากนั้นนำร่างผู้เสียชีวิตเข้าสู่เมรุ เพื่อเผาศพ ปกติร่างผู้เสียชีวิตทั่วไป จะใช้ถ่านเผาศพประมาณ 4 กระสอบ แต่เคสนี้ต้องใช้ถ่านมากถึง 7 กระสอบ เพราะเผายังไงก็ไม่ไหม้ รวมถึงให้ภรรยาผู้เสียชีวิตมาจุดธูปบอกกล่าว ก่อนที่ร่างหนุ่มเมียนมาจะเผาจนไหม้

ด้าน นายชโลธร เล่าว่า ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จู่ๆไฟลุกไหม้โลงเย็นและพานที่ไว้สำหรับใส่ปัจจัยลอยขึ้นจากโต๊ะ ไปตกบนที่นั่งของพระสงฆ์ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 4 เมตร รวมถึงขวดน้ำถูกขว้างลอยจากจุดที่พานตกอยู่ลอยไปตกอยู่ข้างโลงเย็น ซึ่งห่างกันประมาณ 10 เมตร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิญญาณเฮี้ยน! ไฟไหม้โลงเย็น ข้าวของหน้าหีบตกพื้น สัปเหร่อต้องย้ายที่นอน เผาร่างไม่ไหม้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...