โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้? ทำไมประธานาธิบดีต้องประกาศกฏอัยการศึก?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 15.15 น.
FILE PHOTO (REUTERS
  • ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก แบบกะทันหันช็อกคนทั้งโลก
  • เหตุผลช่วงแรก เพื่อป้องกันภัยคุกคามเกาหลีเหนือ อ้างว่าฝ่ายค้านมีคนหนุนเกาหลีเหนือ มีการพยายามนำกำลังทหารมาปิดทางเข้ารัฐสภา แต่มีประชาชนออกมาต่อต้าน
  • ฝ่ายค้านซึ่งครองเสียงข้างมาก ประกาศสู้ รวมตัวกันที่สภายกมือเลิกกฏอัยการศึกในชั่วโมงถัดมา
  • สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดี คาดเป็นช่วงปลายสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม โดยกล่าวหาฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ที่ควบคุมสภาอยู่ อ้างว่า มีความเห็นอกเห็นใจเกาหลีเหนือ และทำให้รัฐบาลหยุดนิ่ง ด้วยการต่อต้านการทำงานของรัฐ

นายยุน ออกแถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ประกาศจะกำจัดกองกำลังที่สนับสนุนเกาหลีเหนือ และปกป้องประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เพื่อปกป้องเสรีนิยมของเกาหลีใต้จากภัยคุกคามของกองกำลังคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ และเพื่อกำจัดกลุ่มต่อต้านรัฐบาล จึงขอประกาศกฎอัยการศึกขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การประกาศดังกล่าวจะส่งผลต่อการปกครองและประชาธิปไตยของประเทศอย่างไร

ทั้งนี้ นายยุน ซอกยอล ได้ประกาศกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยแถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์ในช่วงกลางดึกโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

วันนี้เอง มีรายงานว่าพรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้ DPK ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภา ได้เรียกประชุมฉุกเฉินของสมาชิกสภานิติบัญญัติทันที โดยบีบีซี รายงานอ้างรายงานของสำนักข่าวยอนฮัประบุว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติยังไม่สามารถเข้าไปในอาคารรัฐสภาที่ยออิโด ในกรุงโซลได้ โดยมีภาพคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นภาพตำรวจเข้ามาประจำการแน่นหนาอยู่ภายนอกรัฐสภา

โดยมีรายงานผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้องให้ประชาชนรวมตัวนอกรัฐสภา โดยต่างตะโกน “ไม่เอากฏอัยการศึก” ทั่วบริเวณ

ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง

ด้านอัลจาซีร่า รายงานงาน พลเอก ปาร์ค อันซู ผู้บัญชาการกฎอัยการศึก ได้ประกาศมาตรการต่างๆ ภายใต้การประกาศกฎอัยการศึก รวมถึงการห้ามไม่ให้มีการทำกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมด “รวมถึงกิจกรรมของรัฐสภา สภาท้องถิ่น พรรคการเมือง และสมาคมการเมือง ตลอดจนการชุมนุม และการเดินขบวน”

ห้ามการกระทำใดๆ ที่เป็นการพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม รวมถึงการเผยแพร่ข่าวปลอม การบิดเบือนความคิดเห็นสาธารณะ หรือการโฆษณาชวนเชื่อที่เป็นเท็จ”

ห้ามการหยุดงานของแรงงานทั้งหมด รวมถึง “การชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม”

สื่อทุกรูปแบบจะอยู่ภายใต้การควบคุมของกองบัญชาการกฎอัยการศึก ตามคำสั่งดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ด้านการดูแลสุขภาพ รวมถึงแพทย์ที่กำลังนัดหยุดงาน จะต้องกลับมาทำงานภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นอาจจะต้องถูกลงโทษ

“ผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศนี้จะถูกจับกุม คุมขัง และตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมาย” ผู้บังคับบัญชา ระบุ

ทั้งนี้ ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap ผู้ที่ละเมิดกฎอัยการศึกอาจถูกจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล

ฝ่ายค้านสู้กลับ-ยื่นถอดถอน

หลังประกาศกฏอัยการศึกได้เพียงไม่นาน สมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้ 190 คน จากยอดสมาชิกรัฐสภา 300 คน ได้ร่วมกันลงมติเพื่อระงับคำสั่งกฎอัยการศึกที่ประกาศโดยประธานาธิบดียุน ซอก ยอล แต่ถึงขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าการลงคะแนนเสียงครั้งนี้จะส่งผลต่อการประกาศกฎอัยการศึกอย่างไร ตามกฎหมายของเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามการลงคะแนนเสียงครั้งนี้

โดยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านในเกาหลีใต้ได้ยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดียุนจากความพยายามที่ล้มเหลวของเขาในการบังคับใช้กฎอัยการศึกเมื่อช่วงดึกของวันอังคาร

ญัตติดังกล่าวยังคงต้องมีการอภิปรายก่อนลงมติ ซึ่งอาจเป็นในช่วงปลายสัปดาห์นี้

เมื่อมีการเสนอร่างกฎหมายถอดถอนแล้ว รัฐสภาเกาหลีใต้ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 300 คน จะต้องลงมติถอดถอนประธานาธิบดียุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ซึ่งต้องลงมติอย่างน้อย 200 เสียง ขั้นตอนต่อไปคือ ประธานรัฐสภา วู วอนซิก จะต้องเปิดสมัยประชุมเพื่ออภิปรายญัตติดังกล่าว ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เร็วสุดภายใน 2 วัน

ประธานาธิบดีเป็ดง่อย (a lame duck president )

มีการวิเคราะห์กันว่า การประกาศกฏอัยการศึก เป็นการพยายามรวบอำนาจจากความอ่อนแอและความตกต่ำทางการเมืองของประธานาธิบดีเอง โดยนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2565 ยุนได้ประสบปัญหาในการผลักดันนโยบายต่างๆ เนื่องจากฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากในรัฐสภา รวมถึงคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดียังลดต่ำลง

แถมยังมีข่าวอื้อฉาวของภรรยาประธานาธิบดี คิม กอน ฮี รับกระเป๋า Dior บาทหลวงชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี ที่เขาปฏิเสธข้อเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระ และเรื่องอื้อฉาวก่อนหน้านี้ที่ว่าคิม กอน ฮี ปลอมแปลงเอกสารวิชาชีพ ลอกวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก

ขณะที่พรรครัฐบาล ยังประสบภาวะชะงักงันในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.งบประมาณของรัฐบาลเกาหลีใต้อีกด้วย ทำให้สถานการณ์ขณะนี้ จะเรียกได้ว่าเขาเป็น ประธานาธิบดีเป็ดง่อย (a lame duck president ) ก็คงไม่เกินจริง

การประกาศกฏอัยการศึกครั้งสุดท้าย

ครั้งล่าสุดที่มีการประกาศกฏอัยการศึกคือเมื่อ 45 ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2522 หลังจากการลอบสังหารประธานาธิบดีปาร์ค จุงฮี ครอบคลุมไปยังพื้นที่เมืองหลวงคือกรุงโซล และเมืองใหญ่อีกหลายเมืองเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวาย

แต่ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2523 กองทัพเกาหลีใต้ นำโดยชุน ดูฮวาน ได้ขยายกฎอัยการศึกไปทั่วประเทศเพื่อรวบรวมอำนาจ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการลุกฮือเพื่อประชาธิปไตยที่กวางจู หรือที่เรียกอีกอย่างว่าการเคลื่อนไหว 18 พฤษภาคม ซึ่งมีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมากระหว่างการปราบปรามของกองทัพ

ด้าน รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อ.คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงการประกาศกฏอัยการศึกครั้งนี้ ระบุว่า

“สิ่งที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ไม่ใช่การรัฐประหารโดยกองทัพ แต่คือ การลุอำนาจของประธานาธิบดีที่กำลังเผชิญปัญหาคอร์รัปชั่นและคะแนนนิยมตกต่ำ จึงฉวยใ้ช้การประกาศกฎอัยการศึกเป็นเครื่องมือ หวังว่าจะปราบฝ่ายค้าน แต่ประชาธิปไตยเกาหลีใต้เดินมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับไปง่ายๆ แล้ว”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้? ทำไมประธานาธิบดีต้องประกาศกฏอัยการศึก?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...