โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก...กองทัพสหรัฐว้า (The United Wa State Army) กลุ่มชาติพันธุ์แห่งเมียนมาที่หาญกล้ารุกล้ำดินแดนไทย

THE STATES TIMES

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2567 เวลา 14.30 น. • Hard News Team

(6 ธ.ค.67) ข่าวสำคัญเรื่องหนึ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือ ไทยต้องการให้สหรัฐว้า (กลุ่มว้าแดง) ถอนค่ายทหารของกองทัพสหรัฐว้า (The United Wa State Army : UWSA) 9 แห่งที่รุกล้ำดินแดนไทยออกไป แต่ทว่ากลุ่มว้าแดงกลับไม่ตอบสนองและเรียกร้องให้มีการเจรจาทวิภาคี เรื่องนี้กลายเป็นความท้าทายในภูมิภาค ประเด็นเรื่องปัญหายาเสพติดและปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ภายในประเทศเมียนมา ‘สหรัฐว้า’ เป็นเขตปกครองตนเองในเมียนมาอย่างเป็นทางการได้รับการประกาศโดยรัฐกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2010 ซึ่งรัฐบาลเมียนมาประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มชาติพันธุ์ว้าภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘เขตพิเศษว้า’ ดินแดนดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐว้าอย่างเป็นอิสระโดยพฤตินัย เคยถูกควบคุมโดยตรงโดยกองทัพพม่าจนกระทั่งโอนไปยังสหรัฐว้าในเดือนมกราคม 2024

นานมาแล้วที่ชาติพันธุ์ว้ากระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ภูเขาในดินแดนพม่า (เมียนมาปัจจุบัน) โดยไม่มีการปกครองแบบรวมเป็นหนึ่ง ในช่วงราชวงศ์ชิงพื้นที่ดังกล่าวถูกแยกออกจากการควบคุมทางทหารของชนเผ่าไตภายใต้การปกครองของอังกฤษในพม่า ซึ่งไม่ได้ปกครองรัฐว้า และพรมแดนพม่ากับจีนก็ไม่มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1940 ในช่วงสงครามกลางเมืองในจีน กองกำลังที่เหลือของกองทัพสาธารณรัฐจีน (พรรคก๊กมินตั๋ง) ได้ล่าถอยเข้ามายังดินแดนพม่า เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ายึดครองประเทศจีน กองกำลังของกองพลที่ 8 กองทัพที่ 237 กองพลที่ 93 และกองทัพที่ 26 ได้ยึดพื้นที่ในพม่าเป็นเวลาสองทศวรรษเพื่อเตรียมการโต้กลับพรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่ภายใต้แรงกดดันจากสหประชาชาติการโจมตีถูกยกเลิก และกองกำลังดังกล่าวเคลื่อนย้ายมายังทางภาคเหนือของประเทศไทย และต่อมาถูกส่งไปไต้หวัน อย่างไรก็ตามกองกำลังบางส่วนตัดสินใจที่จะอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำสาละวินต่อ กลายเป็นกลุ่มกองโจรชนเผ่าเข้าควบคุมพื้นที่โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์พม่า

ในช่วงทศวรรษ 1960 พรรคคอมมิวนิสต์พม่าสูญเสียฐานปฏิบัติการในพม่าตอนกลาง และด้วยความช่วยเหลือของคอมมิวนิสต์จีน จึงได้ขยายพื้นที่ในเขตชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเยาวชนปัญญาชนจำนวนมากจากจีนเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์พม่า และกองกำลังเหล่านี้ยังรับเอาสมาชิกกองโจรในพื้นที่เข้าร่วมอีกเป็นจำนวนมาก พรรคคอมมิวนิสต์พม่าได้เข้าควบคุมเมืองปางคาม ซึ่งต่อมากลายเป็นฐานปฏิบัติการหลัก ตอนปลายทศวรรษ 1980 ชนกลุ่มน้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าถูกแยกทางการเมืองจากพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (อันเป็นที่มาของชื่อ ‘กลุ่มว้าแดง’) เมื่อวันที่ 17 เมษายน 1989 กองกำลังติดอาวุธของเป่าโหยวเซียง (Bao Youxiang) ประกาศแยกตัวจากพรรคคอมมิวนิสต์พม่าและก่อตั้งพรรคสหชาติพันธุ์เมียนมา ซึ่งต่อมากลายเป็น ‘พรรคสหรัฐว้า’ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 1989 กองทัพสหรัฐว้าได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับสภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบของรัฐซึ่งเข้ามาแทนที่ระบอบทหารของเนวิน หลังจากการลุกฮือ8888 หลังจากการหยุดยิง รัฐบาลเมียนมาเริ่มเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า "เขตพิเศษรัฐฉานที่ 2 (เขตว้า)

ภายหลังการรัฐประหารในเมียนมาในปี 2021 สหรัฐว้าเริ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมาโดยตรงมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากกลยุทธ์ 'การป้องกันล่วงหน้า' ไปเป็นการสนับสนุนกองกำลังต่อต้านรัฐบาลที่มีขนาดเล็กกว่าในด้านการทหาร ซึ่งควรจะใช้เพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพเมียนมาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายอิทธิพลทางการเมืองและการทหารของพวกเขาไปยังเมียนมาตอนกลาง เมื่อการสู้รบในรัฐฉานทางตอนเหนือทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมและต้นเดือนพฤศจิกายน 2023 สหรัฐว้าได้แสดงจุดยืนเป็นกลางโดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2023 กองทัพสหรัฐว้าได้ระบุอีกครั้งว่าพวกเขาจะตอบโต้ต่อการดำเนินการทางทหารใด ๆ ที่มีต่อสหรัฐว้า

กองทัพสหรัฐว้า (UWSA) มี 'กองกำลัง' จำนวน 5 กองพลที่ประจำการตามแนวชายแดนไทย-พม่า ได้แก่ กองพลที่ 778 กองพลที่ 772 กองพลที่ 775 กองพลที่ 248 กองพลที่ 518 และประจำการตามชายแดนจีน-พม่าอีกสามหน่วยได้แก่ กองพลที่ 318 กองพลที่ 418 และ กองพลที่ 468 โดยกองทัพสหรัฐว้ามีกำลังพลประจำการ 30,000 นาย (แหล่งข่าวบางแหล่งระบุว่าอาจมีมากถึง 80,000 นาย) พร้อมกำลังเสริมอีก 10,000 นาย โดยเงินเดือนของทหารอยู่ที่ 60 หยวน (300 บาท) เท่านั้น ตามรายงานของ Jane's Intelligence Review เมื่อเดือนเมษายน 2008 จีนเป็นแหล่งสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์หลักให้กองทัพสหรัฐว้าแทนที่แหล่งอาวุธตลาดมืดดั้งเดิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทยและกัมพูชา การส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังกองทัพสหรัฐว้าจากจีนจะดำเนินการตามนโยบายระดับสูงสุดในกรุงปักกิ่ง

รายงานของ Jane's ในปี 2001 ระบุว่า กองทัพสหรัฐว้าได้จัดหาขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ (SAM) HN-5 N จากจีนอันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างฐานทัพใกล้ชายแดนไทย ซึ่งมีรายงานว่าที่ตั้งทางทหาร 40-50 แห่งที่ประจำการขีปนาวุธดังกล่าว ในเดือนพฤศจิกายน 2014 Jane’s รายงานเพิ่มเติมว่า กองทัพสหรัฐว้าได้จัดหาขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ FN-6 เพื่อมาแทนที่ HN-5N ที่ใช้งานอยู่ ซึ่งกองทัพสหรัฐว้าได้ปฏิเสธในทันที นอกจากนี้สหรัฐว้ายังทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตอาวุธจีนและกลุ่มกบฏอื่น ๆ ในเมียนมา ในปี 2012 การสนับสนุนจากจีนเพิ่มขึ้นจนถึงขั้นการจัดหายานเกราะจู่โจมแบบ PTL-02 6 × 6 ที่พบเห็นในเมือง Pangkham

29 เมษายน 2013 Jane's รายงานว่า จีนได้ส่งมอบเฮลิคอปเตอร์แบบ Mil Mi-17 ซึ่งติดตั้งขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ TY-90 ให้กับกองทัพสหรัฐว้า แต่ถูกปฏิเสธจาก แหล่งข่าวทางทหารของจีน ไทย กลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ของเมียนมา และกองทัพสหรัฐว้าเอง ในปี 2015 Jane's รายงานว่า ทหารของกองทัพสหรัฐว้าถูกถ่ายภาพขณะฝึกการใช้กับปืนใหญ่ Type 96 ขนาด 122 มม. และ ATGM HJ-8 ของจีน รายงานของ Jane’s ในเดือนธันวาคม 2008 ระบุว่า กองทัพสหรัฐว้าได้เริ่มมาผลิตอาวุธเองเพื่อเสริมรายได้จากการค้าอาวุธและยาเสพติด และเริ่มสายการผลิตอาวุธปืนแบบ AK- 47 สหรัฐว้ามีนโยบายการเกณฑ์ทหารโดยกำหนดให้ผู้ชายอย่างน้อย 1 คนในแต่ละครัวเรือนต้องประจำการในกองทัพสหรัฐว้าหรือหน่วยงานของสหรัฐว้า

ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2002 กองทัพสหรัฐว้าเคยปะทะกับกองทัพไทย และประสบความสูญเสียค่อนข้างหนักอันเนื่องมาจากอาวุธหนักจากฝ่ายไทย จนเป็นที่มาของคำกล่าวของทหารว้าที่ว่า “ทหารว้าไม่กลัวทหารไทยเลย ถ้ารบกันแบบเห็นตัว แต่ที่กลัวที่สุดคือ ปืนใหญ่ของไทย เพราะมาแบบไม่เห็นตัว” ปัญหาความมั่นคงจากสหรัฐว้าที่ไทยเผชิญอยู่ตลอดมาก็คือ การค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของสหรัฐว้า และมีความลักลอบลำเลียงเข้าไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา และไทยได้พยายามปราบปรามภายในเขตแดนของประเทศตลอดมา ตอนที่ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก และทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยมีสถานการณ์ในลักษณะนี้แล้วครั้งหนึ่ง โดย พล.อ.สุรยุทธ์ เตรียมการส่งกำลังทหารม้าไปปฏิบัติการร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 แต่นายกรัฐมนตรีไทยในขณะนั้นกลับบอกว่า กองทัพไทยทำเกินไป (กองทัพไทย Over-react) ทั้งที่ตอนนั้นมีกองกำลังว้าแดงอยู่ในสมการความขัดแย้งด้วย จึงไม่มีปฏิบัติการทางทหารในกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น และทำให้สหรัฐว้าแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบัน สำหรับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐว้าและไทยครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 อันเนื่องมาจากที่ตั้งของค่ายทหารของสหรัฐว้า 9 รุกล้ำดินแดนไทย และกองทัพไทยได้มีการกำหนดเส้นตายเอาไว้ว่าภายในวันที่ 18 ธันวาคม UWSA ต้องมีการรื้อถอนค่ายทหารออกและเคลื่อนกำลังออกจากดินแดนไทยให้หมด ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...