โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บช.น.แจงคำถาม วิธีใช้ 'กระสุนยาง' จะมองแค่องศากระบอกปืนไม่ได้ ย้ำเป็นไปตามหลักสากล

The MATTER

อัพเดต 15 มิ.ย. 2565 เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 03.26 น. • Brief

คำถามเรื่องการใช้กระสุนยางควบคุมการชุมนุมของตำรวจยังคงมีต่อไป หลังปรากฎภาพและคลิปวิดีโอหลายครั้งหลายหนว่ามีการตั้งองศากระบอกปืนเพื่อยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในแนวระนาบ (คือตั้งกระบอกปืนขนานไปกับพื้น) ทั้งๆ ที่คู่มือของตำรวจเองบอกว่า “..จะต้องเล็งยิงให้กระทบ ‘ส่วนล่าง’ ของร่างกายของผู้ที่เป็นเป้าหมาย..”

วานนี้ (14 มิ.ย.2565) กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว มีเนื้อหาดังนี้

“สำหรับกรณีที่มีการวิจารณ์กรณีเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ใช้กระสุนยางไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีการยิงแบบประทับบ่า และไม่ได้เล็งต่ำไปที่ท้องส่วนล่างหรือขานั้น

“ขอเรียนชี้แจงว่า ท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยจัดให้มีการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำให้ปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมายโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องกฎการใช้กำลังนั้น จะต้องยึดหลักปฏิบัติ 4 ประการคือ 1. ต้องมีกฎหมายรองรับ 2. ต้องมีความจำเป็น 3. ต้องได้สัดส่วน และ 4. ต้องมีความเหมาะสมกับสถานการณ์

“กรณีการใช้กระสุนยางถือเป็นอาวุธที่ไม่ได้เจตนาทำร้ายถึงชีวิต แต่เป็นการใช้เพื่อระงับยับยั้งกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลในการควบคุมฝูงชน

“สำหรับการยิงแบบประทับบ่านั้น ถือเป็นท่าพื้นฐานและเป็นไปตามมาตรฐานในการใช้อาวุธ ที่ทำให้สามารถเล็งเป้าหมายได้ และมีอันตรายน้อยกว่าการยิงในท่าที่ไม่มีการเล็ง หากยิงท่าอื่นที่ไม่มีการเล็งอาจจะถูกอวัยวะที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นได้ ในขณะที่ท่ายิงที่มีการเล็งนั้น สามารถเลือกบริเวณจุดที่ไม่เกิดอันตรายหรือบาดเจ็บกับผู้ที่ถูกกระสุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าท่าที่ไม่มีการเล็ง

“ประการต่อมา กรณีไม่ได้เล็งต่ำนั้น ขอเรียนว่าโดยปกติจุดของการเล็งระหว่างร่างกายช่วงบนและช่วงล่างนั้น มุมหรือองศาของกระบอกปืนนั้นจะไม่แตกต่างกันมากนั้น การโฟกัสไปที่กระบอกปืนอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าขณะนั้นผู้ยิงเล็งปากกระบอกปืนไปยังจุดใด นอกจากนี้สถานที่เกิดเหตุก็มีส่วนสำคัญ ขณะนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในจุดที่สูงหรือต่ำกว่าผู้ยิงหรือไม่ เพราะฉะนั้นการยิงในท่านอนก็อาจยิงจุดที่สูงได้ ในขณะที่ท่ายืนก็อาจจะยิงในจุดที่ต่ำได้ การพิจารณาเฉพาะท่าการยิงและสรุปว่าเป็นการยิงสูงนั้น จึงอาจมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเล็งสูงได้”

แถลงการณ์ดังกล่าวของ บช.น.ระบุ

ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าว The MATTER เคยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ขอเอกสารคู่มือที่ระบุแนวทางการใช้กระสุนยางควบคุมการชุมนุมสาธารณะจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของ บช.น. อีกที ได้รับเอกสารเป็น ‘คู่มือการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563)’ นั่นแปลว่า สตช.ยืนยันว่า การใช้กระสุนยางของตำรวจทั้งประเทศจะต้องยึดตามคู่มือนี้

แต่ที่ชวนสงสัยก็คือเอกสารคู่มือดังกล่าวมีทั้งหมด 388 หน้า แต่ทาง สตช. กลับส่งมาให้เราเพียง 92 หน้า โดยตัดหน้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้กระสุนยาง ที่อยู่ด้วย 6 จุด ออกทั้งหมด (ซึ่งจนบัดนี้เราก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม เพราะคู่มือนี้สามารถหาดูได้บนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้ทาง สตช. มีหนังสือยืนยันว่า ใช้คู่มือนี้เป็นแนวปฏิบัติงานในการควบคุมการชุมนุมจริงๆ)

และเมื่อดูเอกสารคู่มือฉบับเต็ม ในจุดที่ระบุถึงการใช้กระสุนยาง ที่อยู่ในหน้าที่ 42 ก็มีเขียนไว้ชัดว่า “..การยิงกระสุนยาง ให้ยิงต่อเป้าหมายที่กระทำการหรือมีท่าทีคุกคามต่อชีวิตบุคคลอื่น รวมทั้งต้องกำหนดเป้าหมายโดยชัดเจน ไม่ยิงโดยไม่แยกแยะหรือไม่เลือกเป้าหมาย ไม่ใช้การยิงอัตโนมัติจะต้องเล็งยิงให้กระสุนยางกระทบส่วนล่างของร่างกายของผู้ที่เป็นเป้าหมาย..”

คือชัดเจนว่า แนวทางการใช้กระสุนยางของตำรวจ จะต้อง

ยิงต่อเป้าหมายที่จะคุกคามต่อชีวิตบุคคลอื่น เล็งยิงเป้าหมายโดยชัดเจน ไม่ยิงโดยไม่แยกแยะ จะต้องเล็งยิงให้กระทบส่วนล่างของร่างกาย (ก่อนหน้านี้มีตำรวจบางคนอ้างว่า ยิง ‘ส่วนหนา’ ของร่างกายได้ ซึ่งผิด ไม่เป็นไปตามคู่มือ)

ทั้งนี้ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ (กวฉ.) สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย คณะที่ 3 มีคำวินิจฉัยสั่งให้ บช.น. ยังมีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2565 สั่งให้ บช.น.ต้องเปิดเผยจำนสวนกระสุนยางและแก๊สน้ำตาที่ใช้ควบคุมการชุมนุม ตั้งแต่ปี 2563 – ปัจจุบัน ให้กับผู้สื่อข่าว The MATTER ด้วย ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอเอกสารอย่างเป็นทางการ เพื่อไปขอรับข้อมูลต่อไป

สำหรับคดีที่ตำรวจใช้กระสุนยางยิงสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บ ทั้งๆ ที่ใส่ปลอกแขน PRESS แสดงตัวว่าเป็นสื่อ จนถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่ง มีกำหนดการสืบพยานในเดือน ก.ค.2565 รอติดตามกันได้ เราจะมารายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ

#Brief #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...