โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

USAID ปิดตัวเป็นทางการ โอนเจ้าหน้าที่-โครงการที่เหลือให้ กต.สหรัฐฯ บุช-โอบามา ประณามเป็น ‘โศกนาฏกรรม’

THE STANDARD

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 04.54 น. • thestandard.co
USAID ปิดตัวเป็นทางการ โอนเจ้าหน้าที่-โครงการที่เหลือให้ กต.สหรัฐฯ บุช-โอบามา ประณามเป็น ‘โศกนาฏกรรม’

สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ หลังดำเนินงานด้านการให้ความช่วยเหลือและการพัฒนาในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย มายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ

การปิดตัวของ USAID มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบายตัดลดความช่วยเหลือต่างชาติ และค่อยๆ ยุติการดำเนินงานต่างๆ ของ USAID ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการช่วยเหลืออย่างฟุ่มเฟือย

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โครงการต่างๆ ของหน่วยงานมากกว่า 80% ถูกยกเลิก และตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ และโครงการที่เหลืออยู่ ถูกโอนไปให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ดูแลอย่างเป็นทางการ

ด้านมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า โครงการของ USAID ที่ยังเหลืออีกราว 1,000 โครงการ จะเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ

“ยุคสมัยแห่งความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลนี้ ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว

ภายใต้การบริหารของทรัมป์ ในที่สุด เราก็จะมีภารกิจจัดหาเงินทุนจากต่างประเทศในอเมริกา ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาติของเรา” เขากล่าว

บุช-โอบามา ประณามการปิด USAID

การปิดตัวของ USAID ซึ่งเป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งบารัก โอบามา และจอร์จ ดับเบิลยู บุช

โดยทั้งสองอดีตผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวประณามการปิด USAID ในการประชุมผ่าน Video Conference ที่จัดขึ้นโดยมีโบโน่ นักร้องนำวง U2 และสมาชิก USAID เข้าร่วม

ซึ่งบุช มุ่งเน้นที่ผลกระทบของการตัดงบประมาณสำหรับโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์และเอชไอวี ที่เริ่มต้นโดยรัฐบาลของเขา และได้รับการยกย่องว่าช่วยชีวิตผู้คนได้ 25 ล้านคน

ขณะที่โอบามา ชี้ว่า “การทำลาย USAID เป็นเรื่องน่าเศร้าและเป็นโศกนาฏกรรม” และมองว่าการดำเนินงานของ USAID เป็นงานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก”

ทั้งนี้ คำเตือนที่ตีพิมพ์โดยนักวิจัยในวารสารการแพทย์ The Lancet คาดการณ์ผลกระทบจากการตัดความช่วยเหลือทั้งหมดของ USAID อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 14 ล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งในจำนวนนี้ 1 ใน 3 เป็นเด็กที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โต้แย้งว่า การคาดการณ์ดังกล่าวใช้สมมติฐานที่ไม่ถูกต้อง และยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยังคงให้ความช่วยเหลือแก่นานาชาติด้วยวิธีที่ ‘มีประสิทธิภาพมากขึ้น’

จากข้อมูลของ Congressional Research Service พบว่าที่ผ่านมา USAID ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 มีการจ้างพนักงานสูงสุดกว่า 10,000 คน ซึ่ง 2 ใน 3 ปฏิบัติงานในต่างประเทศ

แฟ้มภาพ: REUTERS/Brian Snyder/File Photo

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...