โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ : 10 วิธีแก้อาการเมารถ จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 03.19 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บทความนี้เรียบเรียงโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence : AI)โดมีเนื้อหาหลักจากคลิปวิดีโอ

15 มิถุนายน 2568

ตามที่มีการแชร์ข้อมูลแนะนำว่า 10 วิธีแก้อาการเมารถ ง่าย ๆ ใช้ได้จริง เช่น นั่งแถวหน้า มองไกล ๆ อย่าสูบบุหรี่ หรือ ผลไม้รสเปรี้ยวนั้น

สรุป : แชร์ได้ อธิบายเพิ่ม

บางข้อเป็นเรื่องจริง แต่บางข้อยังเป็นเรื่องที่ยังเป็นข้อโต้แย้งกันอยู่ หากจะแชร์ข้อมูลออกไปควรอธิบายเพิ่มเติมและดูความเหมาะสมในแต่ละบุคคล

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบกับ พญ.นวรัตน์ อภิรักษ์กิตติกุล อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (สัมภาษณ์เมื่อ 4 เมษายน 2568)

อาการเมารถ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ เป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญเมื่อต้องเดินทางไกล แต่รู้หรือไม่ว่าวิธีแก้เมารถที่แชร์กันในโลกออนไลน์นั้น วิธีไหนใช้ได้ผลจริง วิธีไหนเป็นแค่ความเชื่อ ? บทความนี้จะสรุปข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาไขข้อข้องใจในรายการ “ชัวร์ก่อนแชร์” เพื่อให้คุณเตรียมตัวรับมือกับอาการเมารถได้อย่างมั่นใจ

สาเหตุของอาการเมารถ

อาการเมารถเกิดจากการที่สมองได้รับข้อมูลที่ไม่สัมพันธ์กันจากอวัยวะ 3 ส่วน คือ ตา หู และร่างกายที่รับรู้การเคลื่อนไหว ทำให้ระบบประสาททำงานสับสนและเกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ในที่สุด

10 วิธีแก้เมารถตามที่แชร์มา

  • เลือกที่นั่งให้ถูกตำแหน่ง : ควรเลือกนั่งบริเวณหน้ารถหรือโซนกลางของรถ เพราะเป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างนิ่ง ทำให้สายตาไม่ต้องปรับตัวมากนัก
  • ทอดสายตามองไปไกล ๆ หลับตา และนั่งนิ่ง ๆ : การมองวิวทิวทัศน์ไกล ๆ จะช่วยให้สายตาของคุณนิ่งขึ้น ลดอาการเวียนศีรษะได้ดี ส่วนการหลับตาและนั่งนิ่ง ๆ หากเริ่มรู้สึกไม่ดี การหลับตาและพยายามอยู่นิ่ง ๆ จะช่วยลดการรับรู้ข้อมูลที่สับสนของสมองได้
  • งดอ่านหนังสือและเล่นโทรศัพท์ : การจ้องมองวัตถุที่อยู่นิ่ง ๆ ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนไหว จะยิ่งกระตุ้นให้อาการเมารถกำเริบ
  • ตั้งศีรษะให้ตรงและนิ่ง : พยายามพิงศีรษะกับเบาะและไม่หันไปมาบ่อย ๆ เพื่อให้สัญญาณจากหูและการรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายสอดคล้องกัน
  • อย่าสูบบุหรี่ หรือหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ : สารนิโคตินในบุหรี่มีส่วนกระตุ้นให้อาการเมารถรุนแรงขึ้นได้
  • อย่ากินอาหารอิ่มเกินไป : การกินอาหารจนอิ่มไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรง แต่หากมีอาการเมารถอยู่แล้ว อาจทำให้อาเจียนได้ง่ายขึ้น
  • ️ใช้ยาหอม ยาดม หรือลูกอม: การใช้ยาหอมหรือยาดมอาจเป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการ ส่วนลูกอมรสขิงหรือเปปเปอร์มินต์อาจช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้บ้าง
  • ️จิบ หรือดื่มน้ำอัดลม: แม้บางคนเชื่อว่าช่วยลดอาการมวนท้องได้ แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน และอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารในผู้ที่มีปัญหาอยู่แล้ว
  • ️กิยผลไม้รสเปรี้ยว: เช่นเดียวกับน้ำอัดลม ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดและอาจส่งผลเสียต่อผู้ที่เป็นโรคกระเพาะได้
  • กินยาแก้เมารถ : ควรกินยาก่อนออกเดินทางประมาณ 30 นาที เช่น ยาดรามามีน (Dramamine) ซึ่งเป็นชื่อการค้าของยาชื่อสามัญคือยาไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) สามารถช่วยป้องกันอาการได้ดี แต่มีข้อควรระวังคืออาจทำให้ง่วงนอน จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องขับรถ

บทสรุป

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการเมารถ โดยเลือกที่นั่งที่เหมาะสม พักผ่อนสายตา งดเล่นโทรศัพท์ และเตรียมยาแก้เมารถไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างราบรื่นและมีความสุขตลอดทริป

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
ตรวจสอบบทความโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : 10 วิธีแก้อาการเมารถ จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...