ลำพูน ผบช.ภาค5 นำตัวผู้ต้องหาชิงทอง ที่ อ.ป่าซาง จ.ลำพูนทำแผนประกอบคำสารภาพ
ที่จังหวัดลำพูน ผบช.ภาค5 นำตัวผู้ต้องหาชิงทอง ที่ อ.ป่าซาง จ.ลำพูนทำแผนประกอบคำสารภาพ หลังแกะรอยการหลบหนีไปกบดานที่ จ.ชลบุรี กว่า1 สัปดาห์
ผบช.ภ.5 นำตัวผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์ที่ร้านทองเยาวราช อ.ป่าซาง จ.ลำพูน มาทำแผนประกอบคำสารภาพ หลังชิงทองไปได้ 10 บาท แล้วหลบหนีไปกบดานที่ กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง กว่า 5 วัน สุดท้ายถูกตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดลำพูน และชุดสืบสวน ภูธร ภาค 5 แกะรอยการหลบหนีจนสามารถจับกุมตัวได้ที่ จ.ระยอง นำตัวมาดำเนินคดี
วันที่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา10.30 น. ที่ สถานีตำรวจภูธร อำเภอป่าซาง จ.ลำพูน พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 , พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน นำตัว นายประกร สมนึก อายุ 47 ปี ชาวตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์ที่ร้านทองเยาวราช สาขา อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ได้ทองคำเส้นละ 5 บาท ไปจำนวน 2 เส้น มูลค่ากว่า 5 แสนบาท แล้วใช้รถจักรยานยนต์มีโอ ขับหลบหนีไปทาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อไปยัง กทม.และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อขายทองแล้วนำเงินสดมาใช้จ่ายส่วนหนึ่งเข้าบัญชี จนตำรวจสามารถแกะรอยเส้นทางการหลบหนีและหลักฐานอื่นจากที่เกิดเหตุจนทราบที่อยู่ และเส้นทางการหลบหนีจนสามารถประสานตำรวจในท้องที่จับกุมตัวมาได้ในที่สุด
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 กล่าวว่า คดีนี้เป็นที่สำคัญเห็นว่าคดีเงียบไป หลังเกิดเหตุในวันที่ 7 มิ.ย. แต่ที่จริงได้ระดมกำลังทำงานสืบหาคนร้ายทุกวัน ทั้งบนอากาศ และพื้นราบ จนได้เบาะแสผู้ก่อเหตุทุกวัน จากการร่วมมือกันทั้งตร.ในท้องที่ ตำรวจสืบสวน แม้ผู้ต้องหาจะพรางตัวมาก่อเหตุ ก็ตาม ก็สั่งการให้ติดตามหลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบทุกระบบ อาศัยเส้นทางลัดเลาะไปตามหมู่บ้านและไปสิ้นสุดที่ ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง แล้วหายไป จึงรู้ว่าคนร้ายจึงอยู่บริเวณนี้ จึงไล่กล้องอย่างละเอียด ตั้งแต่ขับรถ จยย.จากตลาดทุ่งฟ้าบดมาก่อเหตุ และหลังจากได้ทองไปแล้วหลบหนีไป จึงได้เบาะแสสำคัญจากเสื้อที่สวมใส่ จึงเข้าไปตรวจสอบที่บ้านผู้ต้องหา ซึ่งมาเป็นเขตอยู่ แต่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรแน่นอนประกอบกับชอบเล่นการพนันออนไลน์ จนเป็นหนี้ ขณะนั้นได้หลบหนีไปแล้ว จึงแกะรอยเส้นทางการหลบหนีไป
หลังจาก ชุดสืบสวน ภูธรภาค 5 ได้เบาะแส ว่าเดินทางหลบหนีไปอยู่ จ. ชลบุรี จึงประสานตำรวจชุดสืบสวนในพื้นที่ จ.ชลบุรี นำหมายศาลเข้าจับกุมได้ที่ในห้างแห่งหนึ่ง ตรวจพบว่าในตัวมีเงินสดประมาณ 1 แสนบาท และเงินในบัญชีส่วนตัวอีก 3 แสน จากการสอบสวนคนร้าย ได้นำเงินส่วนจากที่ได้จากการขายทองประมาณ 5 แสน ไปใช้จ่ายส่วนหนึ่งแล้ว จึงควบคุมตัวมาสอบสวนและทำแผนประกอบคำสารภาพ พร้อมส่งตัวดำเนินคดีต่อไป
ผบช.ภ.5 กล่าวอีกว่า การก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ ในพื้นที่นั้น ปัจจุบันการก่อเหตุท้องที่ จ.เชียงใหม่กระทำจะยาก ส่วนมา จ.ลำพูน อาจจำนวนกล้องมีน้อย จึงทำให้คนร้ายมาก่อเหตุได้ แต่ในส่วนของตำรวจมีความเข้มแข็งมีทีมตำรวจที่จะเร่งรัดสืบสวนหาตัวคนร้ายแบกัดไม่ปล่อยทำงานสืบเสาะหาคนร้ายแบบไม่ลดละเพื่อเอาตัวมาดำเนิน