ธุรกิจโลจิสติกส์ ครึ่งปีแรก 68 คึก MPJ เตรียมเจาะตลาด CLMV – ตะวันออกกลาง
ธุรกิจโลจิสติกส์ ครึ่งปีแรกเติบโตต่อเนื่อง MPJ ขยายโลจิสติกส์เจาะ CLMV ตะวันออกกลาง แก้เกมเศรษฐกิจชะลอตัวจากแรงกระทบนโนบายการค้าสหรัฐอเมริกา พร้อมรุก Test run ขยายเครือข่ายการขนส่งภายในปท. ปูทาง MOU จ่อรับงานใหม่
นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า จากปัจจัยความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี ทรัมป์ เริ่มเห็นสัญญาณเชิงลบต่อการดำเนินธุรกิจภาพรวมอุตสาหกรรมทางธุรกิจโดยรวมโดยเฉพาะจากการชะลอคำสั่งซื้อของคู่ค้าในบางกลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทปรับธุรกิจรองรับต่อสถานการณ์ดังกล่าวโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการกระจายตลาด รวมถึงวางแผนบริหารความเสี่ยงแบบ Proactive มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด และขยายช่องทางการขนส่งในประเทศและข้ามแดน สู่เส้นทางการค้าเพื่อสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ในภูมิภาคมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนทางการค้าในกลุ่ม CLMV และตะวันออกกลาง ควบคู่กับการปรับกลยุทธ์ด้านบริหารจัดการต้นทุน บริหารความเสี่ยง ทางธุรกิจ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปี
อย่างไรก็ดีแนวโน้มธุรกิจในครึ่งปีแรก ยังเป็นไปตามกรอบที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าต้องเผชิญความท้าทายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จนทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลกเกิดความผันผวนจนเกิดโดมิโนทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว และอัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับสูง แต่ MPJ ก็ยังสามารถรักษาระดับการให้บริการหลักไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ได้รับผลกระทบเชิงลึกจากต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากได้ดำเนินการปลดหนี้และปรับโครงสร้างทางการเงิน เป็นที่เรียบร้อยส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ มีกระแสเงินสด อยู่ที่ระดับ 96.75 ล้านบาท
“ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีแรก ยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ และการขยายตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV และตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง เช่น ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น”
ขณะที่แผนการขยายเครือข่ายการขนส่งภายในประเทศบริษัทได้เริ่ม Test run ส่วนขยายเครือข่ายการขนส่งภายในประเทศ ตามแผนเดิมที่ต้องการขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหาก Test run ประสบความสำเร็จตามที่วางไว้ จะเพิ่มโอกาสให้บริษัทฯ สามารถลงนาม MOU ทั้งในส่วนงานของ รัฐวิสาหกิจ และ ส่วนงานลูกค้าเดิมที่สัญญาเดิมหมดไปแล้ว ให้กลับมาต่อสัญญาตามปกติได้ และคาดว่าจะมีการยื่น Bidding เพิ่มเติม ในส่วนงานใหม่ๆ ของกลุ่มลูกค้าเดิมด้วย
นอกจากนี้ บริษัทฯ เตรียมแผนระยะกลางถึงยาวสำหรับการรักษาคุณภาพการให้บริการ และนำระบบนวัตกรรม (Innovation System) ใหม่ๆ มาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและ Efficiency ให้ดีขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว ซึ่งจากแผนกลยุทธ์ดังกล่าว ส่งให้บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้รวมในปี 2568 เพิ่มขึ้น 20%
“บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์นโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาพรวมทางธุรกิจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยได้มีการลงทุนในระบบ TMS, CDMS และ ERP เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ และพัฒนาโครงการ Green Logistics อาทิ Solar Cell และ EV เพื่อสร้างความแตกต่าง และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน รวมถึง มุ่งเน้นพัฒนาในในแต่ละธุรกิจของบริษัทฯ ตามนโยบาย การวางกลยุทธ์เฉพาะด้านที่เหมาะสมกับลักษณะของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะการขยายลานตู้ ทั้งในกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง”