“ทรัมป์” โชว์รายได้ทะลุ 600 ล้านดอลลาร์จากคริปโต-สนามกอล์ฟ-สินค้าแบรนด์ตัวเอง
“ทรัมป์” โชว์รายได้ทะลุ 600 ล้านดอลลาร์จากคริปโต-สนามกอล์ฟ-สินค้าแบรนด์ตัวเอง ขณะถือสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ แม้โอนกิจการให้ทรัสต์ในนามบุตร
วันที่ 14 มิถุนายน 2568 เวลา 11.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ รายงานรายได้มากกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากคริปโต สนามกอล์ฟ ลิขสิทธิ์ และธุรกิจอื่น ๆ ตามเอกสารเปิดเผยข้อมูลการเงินสาธารณะซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเอกสารนี้ช่วยเปิดเผยภาพรวมของทรัพย์สินทางธุรกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
แบบฟอร์มการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2567 แสดงให้เห็นว่าการรุกเข้าสู่ธุรกิจคริปโตของทรัมป์ได้เพิ่มความมั่งคั่งอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังรายงานค่าธรรมเนียมจำนวนมากจากโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ โดยรวมแล้ว ทรัมป์รายงานว่ามีสินทรัพย์อย่างน้อย 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการคำนวณของสำนักข่าวรอยเตอร์
แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าเขาได้โอนกิจการของตนไปอยู่ในทรัสต์ที่บุตรของเขาเป็นผู้จัดการ แต่เอกสารการเปิดเผยข้อมูลกลับแสดงให้เห็นว่ารายได้จากกิจการเหล่านั้นยังคงตกเป็นของทรัมป์ในท้ายที่สุด ซึ่งกลายเป็นประเด็นให้มีการกล่าวหาว่าอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจของเขาบางแห่งในแวดวงคริปโตได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของเขา และกลายเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์
เอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินดังกล่าวลงนามเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน โดยไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ครอบคลุม แต่จากรายละเอียดในหมวดคริปโตเคอร์เรนซีและข้อมูลอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าน่าจะครอบคลุมจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งหมายความว่ายังไม่รวมรายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจคริปโตที่ครอบครัวทรัมป์ทำในปี 2568
เนื่องจากครอบครัวทรัมป์ทำดีลทางธุรกิจอย่างรวดเร็วตั้งแต่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เอกสารนี้จึงเปรียบเสมือน “แคปซูลเวลา” ที่สะท้อนช่วงเวลาซึ่งครอบครัวนี้เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการคริปโต ขณะที่ธุรกิจหลักยังคงอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และสนามกอล์ฟ
หนึ่งในรายได้หลัก คือ เหรียญมีม ($TRUMP) ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี ซึ่งสร้างรายได้ประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรูปแบบค่าธรรมเนียม แม้ว่าจะไม่เป็นที่เปิดเผยว่ารายได้นี้ถูกแบ่งระหว่างบริษัทที่ทรัมป์ควบคุมกับพาร์ตเนอร์อย่างไร
นอกจากนี้ครอบครัวทรัมป์ยังได้รับเงินมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์จาก World Liberty Financial บริษัทด้านการเงินแบบกระจายศูนย์ (decentralized finance) ซึ่งมีธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ และกองทุน ETF สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
ในการเปิดเผย ทรัมป์รายงานว่าเขาได้รับรายได้ 57.35 ล้านดอลลาร์จากการขายโทเคนของ World Liberty และถือโทเคนบริหารจำนวน 15.75 พันล้านโทเคนในบริษัทดังกล่าว
ทรัพย์สินจาก Trump Media
ทรัพย์สินของนักธุรกิจรีพับลิกันที่ผันตัวมาเป็นนักการเมืองผู้นี้ กระจายอยู่ในหลายด้าน ตั้งแต่คริปโตไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ โดยทรัพย์สินจำนวนมากยังคงอยู่ในหุ้นของ Trump Media & Technology Group เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียล Truth Social
นอกจากรายได้และทรัพย์สินจากกิจการธุรกิจแล้ว ประธานาธิบดียังรายงานว่ามีรายได้อย่างน้อย 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการลงทุนแบบพาสซีฟ ซึ่งรวมถึงดอกเบี้ยและเงินปันผล จากเงินลงทุนรวมอย่างน้อย 211 ล้านดอลลาร์ จากการคำนวณของรอยเตอร์
การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของเขาคือใน Blue Owl Capital Corp ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนทางเลือก และในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลที่บริหารโดย Charles Schwab และ Invesco
เอกสารดังกล่าวมักให้เพียงช่วงประมาณการของมูลค่าทรัพย์สินและรายได้ รอยเตอร์จึงใช้ค่าต่ำสุดของแต่ละช่วงในการคำนวณ ซึ่งหมายความว่า มูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินและรายได้ของทรัมป์อาจสูงกว่าที่รายงาน
รายได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ
เอกสารแสดงรายได้จากทรัพย์สินในรัฐฟลอริดา รวมถึงรีสอร์ทแนวกอล์ฟ 3 แห่ง ได้แก่ Jupiter, Doral และ West Palm Beach และคลับสมาชิกส่วนตัว Mar-a-Lago โดยรวมสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 217.7 ล้านดอลลาร์
Trump National Doral ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟขนาดใหญ่แถบไมอามีที่มีชื่อเสียงจากสนาม “Blue Monster” ถือเป็นแหล่งรายได้เดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดของครอบครัว สร้างรายได้ 110.4 ล้านดอลลาร์ รายได้เหล่านี้เป็นรายได้รวม (gross revenue) ไม่ใช่กำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย
รายได้ระดับโลก
เอกสารยังเผยให้เห็นถึงธรรมชาติของธุรกิจครอบครัวทรัมป์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก ได้แก่ ค่าลิขสิทธิ์ 5 ล้านดอลลาร์จากโครงการในเวียดนาม ค่าพัฒนาโครงการในอินเดีย 10 ล้านดอลลาร์ และค่าลิขสิทธิ์โครงการในดูไบเกือบ 16 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ทรัมป์ยังได้รับค่าลิขสิทธิ์จากสินค้าหลากหลาย เช่น
- 1.3 ล้านดอลลาร์จาก Greenwood Bible (ระบุว่าเป็น “ไบเบิลฉบับเดียวที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการโดย Lee Greenwood และประธานาธิบดีทรัมป์”)
- 2.8 ล้านดอลลาร์จาก Trump Watches
- 2.5 ล้านดอลลาร์จาก Trump Sneakers และ Fragrances
ทรัมป์ยังรายงานรายได้ 1.16 ล้านดอลลาร์จากการขาย NFT ซึ่งเป็นการ์ดดิจิทัลที่มีรูปลักษณ์ของเขาเอง ขณะที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ ได้รับค่าลิขสิทธิ์จากคอลเลกชัน NFT ของเธอเองประมาณ 216,700 ดอลลาร์
อ้างอิง : www.reuters.com