โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

“เครื่องบินขนส่ง” ใหญ่ที่สุดในโลก “WindRunner” เตรียมทะยานฟ้าปี 2030

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 02.51 น.

สตาร์ตอัปด้านพลังงานจากสหรัฐฯ เตรียมเริ่มเที่ยวบินแรกของเครื่องบินขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับใช้ขนใบพัดกังหันลมผลิตไฟฟ้า เพื่อทำลายข้อจำกัดของการขนส่งชิ้นส่วนทางบกแบบเดิม ๆ และยังเพิ่มโอกาสให้บริษัทพลังงานสามารถสร้างใบพัดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นด้วย

เครื่องบินลำนี้มีชื่อว่า วินรันเนอร์ (WindRunner) พัฒนาโดยบริษัท ราเดีย (Radia) มีความยาวตัวเครื่องกว่า 108 เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าความสูงของเทพีเสรีภาพ ที่มีความสูงราว 93 เมตร เมื่อวัดจากพื้นถึงปลายยอดคบเพลิง หรือมีความยาวเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดใหญ่สนามหนึ่ง

ส่วนความสูงเครื่องบินวัดเมื่อจากพื้น จะอยู่ที่ 24 เมตร ช่วงปีกกว้าง 80 เมตร มาพร้อมความสามารถในการบรรทุกสินค้าได้มากถึง 80 ตัน ซึ่งบริษัทระบุว่ามากกว่าความสามารถในการบรรทุกสินค้าของเครื่องบินโบอิ้ง 747 ถึง 12 เท่า เหมาะสำหรับใช้ขนส่งสิ่งของที่มีขนาดใหญ่ยักษ์

แนวคิดสำคัญเบื้องหลังเครื่องบินลำนี้คือ การเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาด้านพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมกังหันลมผลิตไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น การสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียนอย่างฟาร์มกังหันลมจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งหมายถึงการขนส่งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก

แต่ปกติแล้วกังหันลมผลิตไฟฟ้า ยิ่งมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเอื้อต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ข้อจำกัดปัจจุบันก็คือการขนส่งใบพัดทางบกที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งในด้านตัวยานพาหนะ และเส้นทางถนน ที่เมื่อใช้ขนส่งแล้ว อาจทำให้เกิดการจราจรติดขัด

อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้เครื่องบินขนส่ง เช่นเครื่องบินลำนี้ ที่มีช่องเก็บสินค้าขนาดใหญ่พอที่จะบรรทุกใบพัดกังหันลมที่ยาว 100 เมตรได้ ก็จะช่วยให้ผู้ผลิตมีตัวเลือกมากขึ้น

นอกจากนี้ เครื่องบินลำนี้ยังมีศักยภาพในการใช้งานทางทหาร โดยมีขนาดใหญ่พอที่จะขนส่งเฮลิคอปเตอร์ได้มากถึง 6 ลำพร้อมกัน โดยไม่ต้องถอดใบพัดออก การโหลดสินค้าทำได้ผ่านประตูที่ส่วนหัวของเครื่อง และใช้เครื่องยนต์ที่ใช้งานอยู่แล้วในเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป

โดยบริษัทใช้เวลามากกว่า 7 ปีในการทำงานร่วมกับทีมวิศวกร เพื่อปรับแต่งการออกแบบตัวเครื่องบินอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มันสามารถบินขึ้นและลงจอดได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์ว่าเครื่องบิน วินรันเนอร์ (WindRunner) จะสามารถขึ้นสู่ท้องฟ้าได้เร็วที่สุด ภายในปี 2030

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...