โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระ เฟอร์รารี่ และ ความหมายของชีวิต (The Monk Who Sold His Ferrari) “..ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความผิดพลาด..มีเพียงแต่บทเรียน..!”

สยามรัฐ

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 23.01 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต

“..บทเรียนของชีวิต..จักกลายมาเป็นปรากฏการณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต..มันเกิดขึ้นได้เสมอ ตราบใดที่..เราต่างรู้สำนึกในตัวเอง..”

หลายครั้งที่อุบัติการณ์ต่างๆของชีวิต..ได้กลายเป็นจุดเริ่มของอนาคตใหม่อันมีค่า..ข้ามพ้นความล้มเหลวของอดีต..กลายเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่..มันคือชัยชนะเหนือการมองเห็นของชีวิต..เป็นองค์ความรู้แห่งการประจักษ์แจ้งในสิ่งที่สมควรกระทำ..

“ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความผิดพลาด..ไม่มีสิ่งที่เราไม่สมควรที่จะจดจำ..ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต..ล้วนคือบทเรียนอันเลอค่า..ที่สมควรถูกบันทึกไว้..ในทาบเงาของจิตวิญญาณ..ชั่วนิรันดร์”..!

“..สำนึกแห่งใจข้างต้น ..คือสาระความแห่งเนื้อหาอันมีค่าของหนังสือ นิยายเชิงประสบการณ์”..พระ เฟอร์รารี่ และ ความหมายของชีวิต.. ( The Monk Who Sold His Ferrari)..ผลงานประพันธ์ของ.. “โรบิน เอส. ชาร์มา” (Robin S. Sharma) นักเขียนชาวแคนาดา..ผู้เขียนหนังสือ “The 5 AM. Club”..

..เขาได้ค้นพบและนำเสนอ 7 หลักการอันเรียบง่าย ซึ่งสามารถประกอบสร้างพลัง ให้เราทุกคนได้สัมผัสกับ “ความสงบงามภายใน” กระทั่งสามารถมองเห็นจุดหมายของชีวิต และ ค้นพบความสุขอันแท้จริง..!

หนังสือเล่มนี้ .ถือเป็นหนังสือที่โด่งดังที่สุดเล่มหนึ่งในศตวรรษที่ 21..และ..สามารถขายต่อเนื่องยาวนานมาถึง 25 ปี..โดยมียอดขายถึง 15 ล้านเล่ม..!

“จงมองความล้มเหลว ..เป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง..” 7 หลักการ..ที่นำเข้าสู่ความสุขและความสมดุล..ที่สามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต..เล่าผ่านเรื่องราวแห่งชีวิตของ “จูเลียน แมนเทิล” ผู้เคยมีชีวิตอยู่อย่างร่ำรวยและรื่นรมย์ มีบ้านอยู่ที่หรูหรา มีรถที่แสนงามและแสนเเพงขับ..รวมทั้งมีชื่อเสียงเกียรติยศที่โด่งดัง..

ทั้งหมดเขาต้องแลกมาด้วยการทำงานหนัก..สุดท้ายร่างกายก็เสื่อมทรุดไม่สบายอย่างหนัก..เขาหมดไฟในการทำงานและใช้ชีวิต..จนไม่รู้ว่า..จะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม..? และ..เพื่อสิ่งใด?

..จนกระทั่งวันหนึ่ง..หัวใจของเขาก็ได้เกิดการล้มเหลวอย่างเฉียบพลัน กลางห้องพิจารณาคดี..! มันจึงคือสิ่งสำคัญที่ส่งผลให้เขาตัดสินใจ ทิ้งทุกสิ่งไว้ข้างหลัง ไม่เว้นแม้แต่ “รถเฟอร์รารี่” ที่ราคาแสนแพงคันโปรดของเขา..!

ทั้งนี้ก็เพื่อ..การเริ่มต้นในการเดินทาง เพื่อค้นหา “ความหมายของชีวิต”..! ระหว่างการเดินทางเขาก็ได้พบกับ “นักปราชญ์แห่งเทือกเขาหิมาลัย”..ที่ได้จุดประกายและถ่ายทอดปรัชญาชีวิตอันล้ำค่าให้แก่เขา ..ปรัชญาที่ยากจะค้นพบได้จากที่ไหน..!

ซึ่ง..ปรัชญาดังกล่าวนี้..ก็ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไป..ตลอดกาล..! “นักฝันที่ยิ่งใหญ่ จะไม่เพียงไปให้ถึงฝัน แต่พวกเขาจะไปให้ไกลกว่าสิ่งที่ได้ฝันไว้เสมอ..”

7 หลักการสำคัญของหนังสือ..เล่มนี้ประกอบด้วย..

*การควบคุมจิตใจ..ด้วยการทำสมาธิและการคิดบวก..เพื่อควบคุมจิตใจและอารมณ์..

*ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและมุ่งมั่นไปสู่จุดหมาย..โดยการกำหนดเป้าหมายที่ต้องการ กระทั่งมุ่งมั่นทำมันให้สำเร็จ..

*ฝึกฝน “ไคเซ็น” อันหมายถึงการปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้าน..

*พัฒนาความมีวินัยในตัวเอง..สร้างวินัยในการใช้ชีวิต โดยการทำตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้..

*เคารพในเวลา โดยการใช้เวลาอย่างชาญฉลาด..ผ่านการตระหนักรู้ในการเห็นคุณค่าของเวลา..

*ยอมรับในปัจจุบัน..หยุดเป็นนักโทษของอดีต..เนื่องเพราะเวลาปัจจุบันนั้น..จริง..มีความหมาย และสัมผัสรู้สึกกับเราได้มากที่สุด..!

หนังสือแห่งความหมายเล่มนี้..ซ่อนนัยคำสอนแห่งนิทานเรื่องเล่าเอาไว้ในนิยายชีวิตที่ต้อง “จับความและตีความ” ..พระ ณ ที่นี้หมายถึงผู้รู้แจ้งในปัจจัยแห่งโครงสร้างของชีวิต..ว่าสมควรจะถอดรื้ออะไร..เพื่อปลูกสร้างนิยามใหม่ให้แก่ชีวิต..การพานพบกับวิถีสามัญแห่งการ พ้นอัตตา..จะทำให้ชีวิตได้ข้ามพ้นกิเลสในการสะสมสรรพสิ่งอันนับเนื่อง..มาจากพลังแห่งตัณหา..กระทั่งได้ตื่นรู้ในคุณค่าและดำเนินชีวิตด้วยความปล่อยวางที่สุขสงบ..เป็น “ทางสายงาม” ที่ทำให้ชีวิตสามารถเลี่ยงพ้นออกมาจากมายาคติ..ที่ท่วมท้นความเป็นยุคสมัยอยู่อย่างจมลึก..!

… “รถเฟอร์รารี่” รถยนต์ราคาแสนแพง สัญชาติอิตาลี..อาจจะเป็นบทบาทจำลอง ทำให้ชีวิตดูหรูหราเหนือคนอื่น..แต่มันก็ไม่สามารถโอบประคองจิตใจให้คงทนต่อภาวะอันเกิดแต่ภาวะสงครามอันซับซ้อนนานาภายใน ที่เกิดแก่ชีวิตได้..!

จนที่สุด ..การสัมผัสรู้ต่อการปล่อยวางอันรู้ตัวและถ่อมสุภาพ..ก็ได้กลายเป็นวิถีธรรมอันสูงค่า..ต่อการรับมาเป็นอาภรณ์อันสร้างค่าสูงส่งต่อชีวิตเหนือชีวิต..อย่างแท้จริง..! และ……การ “ก่อเกิดความหมายแห่งชีวิตของคนเรา..จักเกิดขึ้นได้ในท้ายที่สุด..จาก “หัวใจของความเข้าใจ” หยั่งเห็นในปัญญา ทดลองปฏิบัติด้วยศรัทธา..นั่นคือลักษณาการแห่งการมุ่งสู่ครรลองของจิตวิญญาณสำนึก..ที่สามมารถสร้างเสริมชีวิตใหม่ให้ค้นพบมิติแห่งการดำรงอยู่อย่างถาวรของชีวิตอย่างลงตัว..และสมควรจะเป็น..!”

“ชาร์มา” ..จัดเป็นกูรูด้านผู้นำ..ความคิดในคำสอนของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยสัดส่วนของประสบการณ์กับภาวะสัมผัสที่ซ้อนสลับความเป็นนิทานสู่นิยายอย่างเนียนแนบข้อคิดของเขาประหนึ่ง การวิเคราะห์ประสบการณ์ตรง..สู่เจตจำนงอันฝังลึกในชีวิต..

“เมื่อเราทุกคนต้องพบเจอ ..กับการแข่งขันที่น่าเบื่อ..เราก็ต้องเบื่อ ..แล้วทีนี้เราจะเก็บความฝันในชีวิตและใช้ชีวิตกันอย่างไร?..เขาได้สร้างให้ “แมนเทิล” ตัวเอกในเรื่องเล่าของเขา..เป็นภิกษุที่ฉลาดหลักแหลม..เป็นทนายความที่ได้รับการฝึกฝนในเทือกเขาหิมาลัยโดย “ปราชญ์แห่งศิวะ” และได้นำเอาบทเรียนชีวิตต่างๆมาสอนลูกศิษย์..

โดยบทเรียนของ “ชาร์มา” ครอบคลุมไปด้วยลัทธิลึกลับสายตะวันออก ที่ถูกถ่ายทอดผ่านคุณธรรมออกมาในรูปแบบที่แปลกต่างในแบบจำลองของ สวนแห่งชีวิตที่สวยงามและเต็มไปด้วยบรรยากาศอันสุขสงบ.. รวมทั้งถ่ายทอดผ่าน “เส้นทางแห่งเพชร.!”

.. “ผมแก่ตัวลงมากทีเดียวจากตอนที่ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในร้านถ่ายเอกสารที่เปิดตลอดทั้งคืน ขณะที่ทำงานเป็นทนายความ..

..และ ถึงผมจะสูญเสียวัยเยาว์ และ ความไร้เดียงสาไป แต่ผมก็ได้รับมุมมองที่กว้างไกล รวมทั้งประสบการณ์เป็นการตอบแทน ..

..ผมต้องบอกทุกคนว่า..แม้โลกของเราจะ ซับซ้อน ผันแปร และ เปราะบางมากขึ้นกว่าเดิม..

แต่ก็มีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยไปที่อุทิศตนเพื่อแสดงถึงความกล้าหาญ ความดีงาม และ มนุษยธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ผมเคยพบเจอมาตลอดชีวิต”..

คำให้การนี้..ถือเป็นความจริงใจของผู้เขียน “โรบิน เอส.ชาร์มา” ที่แสดงออกมาผ่านหนังเล่มที่ดีที่สุดในชีวิตการเขียนของเขามันคือ “บทเรียนเหนือบทเรียนแห่งชีวิต” ที่ทั้งทบทวนและแบกรับตัวตนแห่งตนของมนุษย์ ณ วันนี้ เอาไว้อย่างแท้จริง..!

“แพรพลอย มหาวรรณ” แปลและถอดความหนังสือเล่มนี้ออกมาอย่างลึกซึ้ง..และสื่อใจความเชิงลึกระหว่างโลกธรรมและศาสนธรรมได้อย่างกลมกลืน..และเห็นถึงข้ออันควรตระหนักรู้..

..เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการทำให้น้ำหนักความน่าเชื่อถือแห่งหนังสือเล่มนี้..ยิ่งงดงามและเจิดจรัสทาง..ปัญญาญาณมากขึ้น..! “..ทุกสิ่งในโลกนี้..ถูกสร้างขึ้นสองครั้งเสมอ..ครั้งเเรกในจิตใจ..และครั้งที่สองในโลกแห่งความเป็นจริง…!”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...