โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ‘ธาริษา วัฒนเกส’ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงรมต.คลัง เตือนผู้ว่าฯคนใหม่ต้อง ‘เป็นอิสระจากการเมือง’

THE STANDARD

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 13.19 น. • thestandard.co
อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ‘ธาริษา วัฒนเกส’ เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงรมต.คลัง เตือนผู้ว่าฯคนใหม่ต้อง ‘เป็นอิสระจากการเมือง’

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ดร.ธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมีใจความดังนี้

จดหมายเปิดผนึกถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขณะนี้ท่านมีรายชื่อแคนดิเดตผู้ว่าการ #ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ในมือสองคน อยู่ที่ท่านว่าจะเสนอใครต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป เรื่องความเหมาะสมมีการพูดกันมากแล้ว

ดิฉันใคร่ขอเตือนสติท่านเพียงประเด็นเดียวว่า คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ว่าการธนาคารกลางคือ การทำนโยบายอย่าง ‘เป็นอิสระจากการเมือง’ หรือที่เราเรียกว่า Central Bank Independence ซึ่งเป็นสิ่งที่จะธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือในการทำนโยบายของธนาคารกลาง และมีผลพวงถึงความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศด้วย

ไม่ได้หมายความว่า #ธนาคารกลาง และ #รัฐบาล จะต้องขัดแย้งกัน ทุกฝ่ายจะต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายของการทำนโยบายระยะสั้น-ยาวไม่เท่ากัน

การทำนโยบายของธนาคารกลางซึ่งมุ่งเน้นผลในระยะยาว จึงเป็นการถ่วงดุลไม่ให้มีแต่นโยบายระยะสั้นจนเป็นผลเสียในระยะยาว การเป็นอิสระจากการเมือง จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง

เราเคยเห็นตัวอย่างแล้วจากต่างประเทศว่าการขาดความอิสระของธนาคารกลางสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจและระบบการเงินอย่างไร เช่น ในตุรกี ในสมัยประธานาธิบดี Erdogan การแทรกแซงทางการเมืองทำให้นโยบายการเงินขาดความเป็นอิสระ อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำเกินไปเป็นเวลานาน เป็นผลให้ค่าครองชีพพุ่งสูง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และค่าเงินอ่อนลงอย่างมาก

คนทำงานใน #ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึมซับถึงหลักการสำคัญข้อนี้ดี ตรงกันข้าม #ผู้บริหารธนาคารเฉพาะกิจ คุ้นเคยกับการรับนโยบายของรัฐบาลไปทำอยู่แล้ว เพราะเมื่อเกิดความเสียหาย รัฐบาลก็ต้องชดเชยให้ (ตามกติกาการกันสำรองหนี้สูญหรือเพิ่มทุนของการกำกับดูแลของ ธปท.)

จึงไม่มีความเสี่ยงกับองค์กรในการรับนโยบายของรัฐบาลมาทำ ซึ่งต่างจากกรณีขององค์กร เช่น #ธปท. อย่างมาก เพราะถ้าเกิดความเสียหาย คือ #ความเสียหายของประเทศชาติ

ดังนั้น ถ้าท่านเลือกผู้ว่าการที่มีประสบการณ์การทำงานเดิมที่ต้องสนองนโยบายของรัฐจนเป็นความเคยชิน จึงยากที่จะคาดหวังให้ทำหน้าที่ของผู้ว่าการอย่างเป็นอิสระ ที่จริงยังไม่ต้องทำนโยบายอะไร เพียงแค่ประวัติและประสบการณ์ที่ก่อให้เกิด perception ว่าผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่เป็นคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล และเคยสนองนโยบายของรัฐบาลมาตลอดในฐานะผู้บริหารของธนาคารของรัฐ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อสถาบันนี้ก็จะเสื่อมถอยไปทันที

ปัจจุบันนักลงทุนต่างประเทศก็เลือกไปลงทุนในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว

ท่ามกลางความท้าทายที่รุมเร้าจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพ ตัวเลขหนี้สินภาคครัวเรือนที่สูงอยู่ที่ระดับ 87.5% และยังมีผลกระทบของสงครามการค้าหากไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสูงถึง 36%

ดิฉันหวังว่าท่านจะไม่ทำให้ความน่าเชื่อถือต่อธนาคารกลางเสื่อมถอยไปอีกสถาบันหนึ่ง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศชาติหดหายไปมากยิ่งขึ้นอีก

ดร.ธาริษา วัฒนเกส

อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

8 กรกฎาคม 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...