กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ประชุมศึกษาดูงานด่านคลองลึก จ.สระแก้ว เตรียมเสนอรัฐแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สระแก้ว – ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ประชุมศึกษาดูงานปัญหาชายแดนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดสระแก้ว 5 หน่วยงาน เพื่อนำเสนอรัฐบาลหาทางแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสภาพความเป็นจริง ที่บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่าน ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ก่อนจะเข้าร่วมประชุมรับฟังปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการปรับมาตรการขยายเวลาเปิด-ปิด ด่านผ่านแดนในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยมี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงาน เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.-ปัจจุบัน โดยปัญหาหลัก ๆ พบว่า จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนคนไทยและคนกัมพูชา ที่ประกอบดาชีพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสิมันต์ กล่าวระหว่างประชุมว่า หลังจากที่ได้รับฟังปัญหาชายแดนจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสระแก้ว โดยแยกเป็น ปัญหาที่ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าข้ามชายแดนในพื้นที่ ได้รับผลกระทบจากการจำกัดเวลาปิด-เปิดด่านพรมแดน และปัญหาการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วยมาตรการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการตัดไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนการตัดกระแสไฟฟ้าประเทศไทยยังไม่ได้ตัด แต่ฝ่ายกัมพูชา เป็นผู้ตัดเอง ถ้าในอนาคตกัมพูชาจะกลับมาขอใช้ใหม่ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการทบทวนหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาล ซึ่งหลังจากที่คณะกรรมาธิการฯ กลับไปจะนำปัญหาดังกล่าวไปเสนอยังรัฐบาลให้หาแนวทางแก้ไขโดยเร่งด่วน
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ได้เดินทางไปตรวจสอบ 4 จุด ที่ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบผ่านแดน ซึ่งปัจจุบันแม้ว่า จะมีการออกมาตรการต่าง ๆ ตามแนวชายแดน แต่ก็ยังมีความพยายามข้ามแดน เพื่อไปเข้าร่วมขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ ทั้งโดยสมัครใจและถูกหลอก ขณะเดียวกัน ตนมายืนอยู่ที่นี่ ก็ยังมีการก่อสร้างอาคาร ที่เชื่อว่า จะใช้ในขบวนการคอลเซนเตอร์ฝั่งปอยเปตอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดและขยายตัวใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ และต้องไม่ลืมว่า ปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์นั้นไม่ใช่แค่การฉ้อโกงทางออนไลน์ แต่คือปัญหาการค้ามนุษย์ที่รุนแรงมาก ขณะนี้ ตนและคณะกรรมาธิการฯ ได้รับแจ้งข้อมูลเข้ามาถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ รวมทั้งได้รับพิกัด ศูนย์คอลเซนเตอร์กว่า 60 แห่งทั่วทั้งประเทศกัมพูชามาหมดแล้ว ซึ่งเราจะดำเนินการผลักดันแก้ปัญหาต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการของรัฐบาลนั้น ตนเห็นด้วยในทิศทางเดียวกัน และพร้อมสนับสนุนภาครัฐให้เดินหน้าทำงานต่อไปในการปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ และจะต้องมีการลงรายละเอียดและติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องปัจจัยสำคัญอย่างการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และน้ำมัน ที่อาจถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมคอล เซนเตอร์ ส่วนในเรื่องเศรษฐกิจการค้าชายแดนนั้น ไทยเราไม่ได้ห้าม เราต้องแยกให้ชัดว่า มาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์อย่างไรก็ต้องเดินหน้า ขณะเดียวกันเรา ก็อยากให้มีการค้าขายที่ถูกต้องสุจริต ซึ่งต้องยอมรับว่า เรายังปรับจูนเรื่องนี้กันไม่ค่อยได้ แต่ยืนยันว่า ไทยไม่มีการปิดด่าน อาจจะมีควบคุมด่านและการเข้าออกของคนบ้าง แต่ในเรื่องมนุษยธรรมยังสามารถทำได้อยู่ ดังนั้น ถ้ามีความเข้าใจผิดของอังเคิลคนไหนก็แล้วแต่ ว่าประเทศไทยไปปิดด่านเนี่ย ยืนยันว่า อังเคิลเข้าใจผิด ไม่มีการปิดด่านนะครับ มีแต่การควบคุมเพื่อแก้ปัญหาคอลเซนเตอร์ ถ้าการควบคุมตรงนี้แล้วทำให้อังเคิลเดือดร้อนเนี่ย ก็แสดงว่าอังเคิลอาจเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซนเตอร์รึเปล่า อันนี้ก็ฝากไว้ให้คิด
——————————