โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิชัย” เตรียมชงดีลใหม่ “สหรัฐ” พุ่งเป้าลดดุลการค้า 70% แลกปลดล็อกภาษีนำเข้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.32 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ว่า ไทยเตรียมยื่นข้อเสนอการค้าใหม่ ต่อสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตอบโต้ ที่อัตรา 36%

นายพิชัย กล่าวว่า ไทยกำลังพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดเก็บภาษีส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ ที่ 36% ตามที่รัฐบาลวอชิงตันประกาศไว้ในวันที่ 2 เมษายน 2568 โดยข้อเสนอสำคัญให้ขยายการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ รวมถึงเพิ่มการซื้อพลังงานและเครื่องบินโบอิ้ง

ข้อเสนอล่าสุดของรัฐบาลไทยมีเป้าหมายลดดุลการค้า 46,000 ล้านดอลลาร์กับสหรัฐฯ ลง 70% ภายใน 5 ปี และเข้าสู่สมดุลภายใน 7-8 ปี เร็วกว่าข้อเสนอเดิมที่ใช้เวลา 10 ปี

นายพิชัย คาดว่าจะยื่นข้อเสนอแก้ไขใหม่ก่อนวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการระงับการขึ้นภาษีนำเข้า 90 วัน ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศไว้ หากได้รับการยอมรับ ไทยจะสามารถยกเว้นภาษีนำเข้า หรืออุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าส่วนใหญ่ได้ทันที และจะค่อย ๆ ยกเลิกข้อจำกัดสำหรับสินค้ากลุ่มเล็กลง

การแก้ไขดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นายพิชัย ได้ประชุมร่วมกับนายจามีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และนายไมเคิล ฟอลเคนเดอร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นการเจรจาระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับภาษีศุลกากรระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก

นายพิชัย กล่าวอีกว่า เนื่องจากสินค้าของสหรัฐฯ จำนวนมากที่สามารถเข้าถึงตลาดของไทยได้มากขึ้นนั้น มีปริมาณน้อยในประเทศ จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรหรือผู้ผลิตในประเทศ

“สิ่งที่เรานำเสนอให้พวกเขาเป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน” นายพิชัยกล่าว พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ จะสามารถค้าขายกับไทยได้มากขึ้น และไทยมีโอกาสที่จะปรับปรุงกระบวนการและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

ไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่เร่งทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ และหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรที่สูง หากไม่สามารถลดภาษีศุลกากรกับตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทยได้ อาจส่งผลให้ปริมาณการขนส่งสินค้าลดลงอย่างรวดเร็ว และเศรษฐกิจของไทยที่คาดการณ์ไว้อาจลดลงถึง 1%

เวียดนามซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านบรรลุข้อตกลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยทรัมป์ประกาศเก็บภาษี 20% สำหรับสินค้าส่งออก และ 40% สำหรับสินค้าที่อาจเป็นการขนส่งผ่านประเทศที่สาม

นายพิชัย กล่าวว่า ไทยพยายามตั้งอัตราภาษีที่ดีที่สุดไว้ที่ 10% และแม้จะอยู่ที่ 10-20% ก็ยังถือว่ายอมรับได้ “สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นคือ เราจะได้รับข้อตกลงที่แย่ที่สุดจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค” รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุ

นายพิชัย กล่าวด้วยว่า ไทยได้ปรับแผนการซื้อพลังงานจากสหรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลวและเครื่องบินโบอิ้ง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความไม่สมดุลทางการค้าสหรัฐฯ ได้อย่างมาก

ทั้งนี้บริษัทปิโตรเคมีของไทย รวมทั้ง บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC และบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ได้ประกาศว่า จะนำเข้าเอเทน (ethane) จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น โดย PTTGC ระบุว่า สามารถซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากโครงการก๊าซธรรมชาติในรัฐอะแลสกาได้ปีละ 2 ล้านตัน เป็นระยะเวลา 20 ปี ขณะที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI สายการบินประจำชาติ ระบุว่า สามารถซื้อเครื่องบินโบอิ้งได้มากถึง 80 ลำในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สำนักข่าวบลูมเบิร์กวิเคราะห์ว่า การขอลดอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องเศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพาการค้าไม่ให้ตกต่ำลงอีก ท่ามกลางแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือน ซึ่งสูงเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ยังช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนที่เกิดจากความวุ่นวายทางการเมืองหลังจากศาลสั่งพักงานนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบทางจริยธรรมในการจัดการข้อพิพาทชายแดนกับกัมพูชา

ทั้งนี้การส่งออกของไทยขยายตัวประมาณ 15% ในช่วง 5 เดือนแรกของปี ซึ่งส่วนใหญ่มาจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าระหว่างช่วงหยุดชะงัก 90 วันจากข้อเสนอภาษีนำเข้าสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...