โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Worldpay บุกไทย! ยกระดับระบบรับชำระเงินออนไลน์ หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น.

นายฟิล พอมฟอร์ด (Phil Pomford) ผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Global Enterprise ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ Worldpay ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและโซลูชันการชำระเงิน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า มองภาพรวมของการชำระเงินทั่วโลกในอีก 3-5 ปีข้างหน้า (69-73) คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในมูลค่าการชำระเงินทั่วโลก โดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างบัญชี

โดยการเติบโตของกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งครองตลาดในเอเชียและกำลังขยายตัวไปทั่วโลก Worldpay สังเกตว่าร้านค้าที่เคยพึ่งพาการชำระเงินผ่านบัตรกำลังมองหาวิธีการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งสองประเด็นสำคัญคือ stablecoin และวิวัฒนาการของการชำระเงินที่ไม่ใช่แค่การโอนเงิน แต่รวมถึงการส่งเงินข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

ที่มักเชื่อมโยงกับ crypto โลกกำลังก้าวข้ามพรมแดนมากขึ้น และทั้งร้านค้าและผู้บริโภคต้องการวิธีการชำระเงินที่รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ โดยการเติบโตของ “agentic commerce” หรือการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านตัวแทนอัตโนมัติที่ใช้ AI ครอบคลุมตั้งแต่การชำระค่าสาธารณูปโภคไปจนถึงการชอปปิง คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“พฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่นิยมใช้เงินสด มาสู่การใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลและการโอนเงินระหว่างบัญชี (Account-to-Account หรือ A2A) มากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการในตลาดไทยจึงต้องปรับตัวเพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้กับลูกค้า ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยผู้ประกอบการเลือกวิธีการชำระเงินที่เหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ ในแง่ของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยนั้น ประเมินว่าไทยจะได้รับผลกระทบจากแนวโน้มระดับโลกเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงมองว่าทั้งผู้ใช้งานรวมไปถึงผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ เองก็ต้องเริ่มปรับตัวให้ทันต่อกระแสและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ด้วย โดยจะเห็นได้ว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลที่เริ่มต้นจากจีนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก และไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มนี้

ขณะที่ "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" หรือ "Buy Now, Pay Later (BNPL)" ก็เป็นกระแสที่นำโดยออสเตรเลีย คาดว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย โดยการชำระเงินระหว่างบัญชีได้รับความนิยมอย่างมากในไทยอยู่แล้ว และคาดว่าจะขยายตัวต่อไปทั่วโลก จากรายงาน Global Payment Report ระบุว่า ไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้สำหรับการชำระเงินระหว่างบัญชี

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นเป็นผลให้ทาง Worldpay จึงได้ประกาศการเปิดให้บริการรับชำระเงินในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายการให้บริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การขยายบริการครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในแผนธุรกิจของ Worldpay

เพื่อช่วยให้ร้านค้าทั่วโลกสามารถรับชำระเงินด้วยวิธีที่ลูกค้าในแต่ละประเทศนิยมใช้ พร้อมระบบที่ช่วยให้อนุมัติการชำระเงินได้รวดเร็วขึ้น มีระบบป้องกันการฉ้อโกงที่ปลอดภัย จัดการเงินเข้าบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน Worldpay ให้บริการรับชำระเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวม 9 ตลาด ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และล่าสุด คือ "ประเทศไทย" โดยการขยายบริการครั้งนี้ Worldpay นำเสนอบริการรับชำระเงินผ่านบัตรชั้นนำระดับโลกในประเทศไทย

ที่พร้อมรองรับการชำระเงินในสกุลเงินบาทสำหรับผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ ยังเปิดให้บริการวิธีการชำระเงินทางเลือกชั้นนำ 4 รูปแบบ ผ่านพันธมิตรทางธุรกิจในตลาด ได้แก่ LINE Pay, TrueMoney, PromptPay และการชำระเงินผ่านธนาคารออนไลน์

ผู้ประกอบการไทยจะได้รับบริการเสริมที่ครบวงจรจาก Worldpay ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบหลายชั้น บริการจัดการข้อพิพาท รวมถึงคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีข้อมูลเชิงลึกระดับโลก สำหรับธุรกิจระดับโลกที่ต้องการขยายไปยังหลายประเทศ Worldpay มีจุดเชื่อมต่อเดียวที่ครอบคลุมการทำธุรกิจในกว่า 170 ประเทศ

"ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศที่ดำเนินงานในประเทศไทยกำลังมองหาโอกาสในการเข้าถึงส่วนแบ่งตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเติบโต 9% ต่อปีจนถึงปี 73 ตามรายงาน Worldpay Global Payments Report ฉบับล่าสุด โดย Worldpay ได้ประกาศการขยายบริการในโคลอมเบีย เม็กซิโก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการขยายความสามารถการรับชำระเงินภายในประเทศทั่วโลก"

ไทยคือตลาดสำคัญ

ส่วนเหตุผลทำไม Worldpay ถึงเลือกทำตลาดในประเทศไทยนั้น เนื่องจากไทยถือเป็นตลาดสำคัญของ Worldpay โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Worldpay ต้องการช่วยให้ร้านค้าของพวกเขาเติบโตในภูมิภาคนี้ อีกทั้งร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่ใช้บริการของ Worldpay ต้องการความสามารถในการรับชำระเงินทั้งในประเทศและทั่วโลก

แม้ว่า QR code จะถูกใช้อย่างแพร่หลายในไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ระบบการชำระเงินผ่าน QR เหล่านี้ไม่สามารถใช้งานข้ามประเทศได้เสมอไป Worldpay จึงมุ่งเน้นที่จะเชื่อมช่องว่างนี้ เพื่อให้สามารถชำระเงินข้ามประเทศผ่าน QR ได้

เป้าหมาย คือ การช่วยร้านค้า ทั้งร้านค้าไทยที่ต้องการเติบโตในระดับสากล และร้านค้าทั่วโลกที่ต้องการเข้าสู่ตลาดไทย ให้เข้าถึงผู้บริโภคด้วยตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย Worldpay พร้อมสนับสนุนการเติบโตในทั้งสองด้าน

"แม้ว่าตลาด QR code จะใหญ่และเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำหรับอีคอมเมิร์ซ แต่ช่องทางอื่นๆ อาจยังต้องการการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ดังนั้น Worldpay จึงมุ่งเน้นให้ครอบคลุมวิธีการชำระเงินทุกรูปแบบ"

สำหรับประเด็นว่าด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันของไทยนั้น Worldpay ยังคงมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทยหรือไม่ ตอบได้อย่างมั่นใจว่า Worldpay มุ่งเน้นที่ร้านค้าและการเติบโตของผู้ประกอบการ มากกว่าสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศใดประเทศหนึ่ง

มองว่าโอกาสทางธุรกิจระดับโลกกำลังก้าวข้ามพรมแดนมากขึ้นเรื่อยๆ และบทบาทของ Worldpay คือ การช่วยให้ร้านค้าและผู้ประกอบการสามารถเติบโตและขายสินค้าและบริการได้ทั่วโลก โดยไม่ขึ้นกับสถานการณ์ภายในประเทศ

ความปลอดภัยในการชำระเงินออนไลน์

ในส่วน Worldpay จะยังมีนวัตกรรมหรือฟีเจอร์พิเศษใดที่จะเปิดตัวเฉพาะสำหรับตลาดไทยหรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่าบริการหลักของ Worldpay สำหรับตลาดไทย คือ ขนาดและความครอบคลุมในระดับโลก ซึ่งช่วยให้ร้านค้าไทยสามารถขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้ โดยทำหน้าที่เป็น “เฟือง” (gear) ที่ช่วยผู้ประกอบการไทยเติบโตในระดับสากล

Worldpay ให้บริการที่ครอบคลุมเช่น

  • บริการตรวจจับการฉ้อโกงและการยืนยันตัวตน
  • โซลูชันการชำระเงินที่ปลอดภัย
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงินโดยใช้ AI และ Machine Learning เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จของธุรกรรม

ซึ่งบริการเหล่านี้เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค

ขณะที่โซลูชันในการรักษาความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงในการชำระเงินออนไลน์นั้น Worldpay ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมและที่กำลังพัฒนา ดังต่อไปนี้

  • 3D Secure Authentication : ระบบนี้ช่วยยืนยันตัวตนผู้บริโภคระหว่างการซื้อสินค้าออนไลน์
  • การตรวจจับการฉ้อโกงแบบหลายชั้น : Worldpay ใช้วิธีการแบบครอบคลุมในการตรวจจับการฉ้อโกง
  • การซื้อกิจการ Ravelin : Worldpay เพิ่งซื้อกิจการ Ravelin ซึ่งเป็นบริษัทด้านข้อมูลและ AI ที่เชี่ยวชาญด้านการตรวจจับการฉ้อโกง เทคโนโลยีนี้ช่วยระบุ อาทิ ความน่าเชื่อถือของธุรกรรม, การถูกยึดบัญชี (การใช้บัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต) และการใช้โปรโมชันในทางที่ผิด (การใช้รหัสส่วนลดในทางที่ผิด)
  • ใช้อัลกอริทึมและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมเพื่อให้แน่ใจว่าการชำระเงินถูกต้องและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
  • ใช้ Machine Learning และ AI ในเครื่องมือตรวจจับการฉ้อโกง และมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงินโดยใช้เครื่องมือเช่น Stream Network Token เพื่อเพิ่มอัตราการยอมรับสำหรับร้านค้า

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการเข้ามาของ Worldpay ในประเทศไทยไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของประเทศให้ทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างไร้รอยต่ออีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...